
คลังเลื่อนขายพันธบัตรออมทรัพย์ 1 แสนล้าน
ผลของการประกาศชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงได้ทำให้กระทรวงการคลังตัดสินใจที่จะเลื่อนการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง วงเงิน 1 แสนล้านบาท จากเดิมที่มีกำหนดจะจำหน่ายระหว่างวันที่ 29 มี.ค.2 เม.ย.นี้ โดยจะเลื่อนออกไปเป็นปลายเดือน เม.ย. หรือหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ไปแล้ว
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ผู้บริหารกระทรวงการคลังได้หารือกันแล้ว เป็นห่วงว่าช่วงที่กำหนดไว้เดิมอาจไม่สะดวกต่อผู้สูงอายุในการจองซื้อ และไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ต่อเนื่องจากเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงว่าจะคลี่คลายแล้วหรือยัง ทั้งนี้คลังจะเสนอเรื่องให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติต่อไป
"คลังเห็น ช่วงขายพันธบัตรออมทรัพย์มีวันหยุดมาก ผู้สูงอายุต้องมาพะวงกับการจองซื้อบอนด์ ขณะที่ สถานการณ์ทางการเมืองอาจจะยังไม่เรียบร้อย ซึ่งแบงก์ต่างๆ ก็เป็นห่วงเรื่องการถอนเงินมาซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ ก็เลยให้เลื่อนไปขายเป็นช่วงปลาย เม.ย. 2553" นายจักรกฤศฏิ์ กล่าว
ทั้งนี้ พันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งกำหนดจะให้สิทธิผู้สูงอายุจองซื้อได้ก่อน ตั้งแต่วันที่ 2930 มี.ค. และบุคคลทั่วไประหว่างวันที่ 31 มี.ค.2 เม.ย. โดยเบื้องต้นกำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได เฉลี่ย 4% อายุ 6 ปี โดยปีที่ 13 จ่ายดอกเบี้ยถึง 3% ปีที่ 4 จ่าย 4% ปีที่ 5 จ่าย 5% และปีที่ 6 จ่าย 6%
นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวว่า สถานการณ์การชุมนุมที่จะเกิดขึ้นคงไม่มีผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยในตลาด แต่ยอมรับว่าในแง่เครดิตของประเทศอาจถูกปรับลดได้ จากปัจจุบันที่อยู่ระดับ BBB+ หากเกิดความรุนแรงมากๆ เนื่องจากหน่วยงานที่จัดอันดับเครดิตจะมองปัจจัยการเมืองและสังคมในแต่ละประเทศประกอบด้วย นอกเหนือไปจากภาวะเศรษฐกิจที่จะมีน้ำหนักประมาณ 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 4
"ถึงแม้ตอนนี้เศรษฐกิจจะเริ่มดูดี แต่การเมืองไม่ดี สังคมแตกแยก โอกาสปรับขึ้นก็ยาก เพราะเขาไม่ได้มองเศรษฐกิจตัวเดียว ถ้าการเมืองและสังคมดีก็จะเป็นตัวช่วยบวกเข้าไปให้เครดิตดีขึ้น แต่ถ้าปัญหารุนแรงก็มีโอกาสถูกปรับลดมุมมองติดลบได้" นายจักรกฤศฏิ์ กล่าว







