posttoday
ยุโรป "กระตุ้นเศรษฐกิจ" "ความเป็นไปได้" บนความเลื่อนลอย

ยุโรป "กระตุ้นเศรษฐกิจ" "ความเป็นไปได้" บนความเลื่อนลอย

22 พฤษภาคม 2555

หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างแสดงความเห็นผ่านสื่อยืนกรานเป็นกระต่ายขาเดียวถึงแนวทางการแก้ปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะของภูมิภาคยุโรปที่ไปกันคนละทาง

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างแสดงความเห็นผ่านสื่อยืนกรานเป็นกระต่ายขาเดียวถึงแนวทางการแก้ปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะของภูมิภาคยุโรปที่ไปกันคนละทาง ระหว่างรัดเข็มขัดตัดลดค่าใช้จ่ายกับกระตุ้นเศรษฐกิจหาเรื่องใช้เงินเพิ่มจำนวนหนี้

ที่สุด นายกรัฐมนตรีเยอรมนี อังเกลา แมร์เกิล กับประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่เพิ่งจะทำหน้าที่ได้หมาดๆ อย่าง ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ก็ก้าวผ่านความขัดแย้ง ยอมถอยกันคนละก้าว เมื่อได้พบปะเจอหน้ากันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยความเห็นเดียวกันว่าภูมิภาคยุโรปจะสามารถหลุดพ้นจากวังวนหนี้มาได้ ก็ต้องลงมือทำทั้งการประหยัดและกระตุ้นเศรษฐกิจ

การตกลงใจร่วมกันนี้เรียกเสียงชื่นชมจากทั่วโลกได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบรรดาผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 8 (จี8) ที่เพิ่งจะสิ้นสุดการประชุมหารือเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยข้อสรุปที่สนับสนุนความเห็นร่วมกันของฝรั่งเศสและเยอรมนี ว่า ยุโรปจะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตควบคู่ไปกับมาตรการรัดเข็มขัดที่ใช้กันอยู่ในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม แม้จะปรับแนวคิดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้แล้ว แต่นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกต่างเห็นตรงกันว่า สหภาพยุโรป (อียู) โดยเฉพาะ 17 ชาติสมาชิกในกลุ่มยูโรโซน ก็ยังคงห่างไกลจากคำว่า ทางออกของวิกฤตหนี้สาธารณะ

เพราะโจทย์สุดหินที่ว่าด้วยเรื่องของภาคปฏิบัติที่ยังไม่มีคำตอบเป็นรูปธรรมใดๆ ชัดเจน

พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังคงมืดแปดด้าน พูดไม่ออก ตอบไม่ได้ กับวิธีการที่จะทำให้ยุโรปเติบโต

ยุโรป "กระตุ้นเศรษฐกิจ" "ความเป็นไปได้" บนความเลื่อนลอย

ทั้งนี้ ในมุมมองของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ สถานการณ์ขณะนี้ของยุโรปได้ตกหลุมพรางของมาตรการรัดเข็มขัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือประเทศสเปน

เพราะเพื่อให้สามารถขายพันธบัตรที่มีผลตอบแทนแบบสมเหตุสมผล สเปนจำต้องเดินหน้ารัดเข็มขัดเพื่อลดยอดการขาดดุลงบประมาณเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุน แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าการตัดค่าใช้จ่ายดันทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศหยุดชะงักจนเข้าสู่ภาวะถดถอย

ผลลัพธ์ดังกล่าวเลยกลายเป็นหลักฐานยืนยันความล้มเหลวของแผนแก้ไขปัญหาตามแบบฉบับรัดเข็มขัดที่หัวเรือใหญ่ของกลุ่มยูโรโซนอย่างเยอรมนียกมือสนับสนุน ตลอดจนกลายเป็นช่องทางให้รัฐบาลหลายประเทศรื้อแผนกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อลดแรงต้านทานจากประชาชนภายในประเทศ และเพื่อดิ้นหนีภาวะเศรษฐกิจถดถอย

กระนั้น วิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจของภูมิภาคก็ไม่ใช่เรื่องที่ได้ง่ายดายอย่างปากพูด เนื่องจากปัญหาหลักหนักอกที่แก้ไม่ตก แถมยังเป็นปัญหาใหญ่ที่คอยจำกัดหนทางกระตุ้นเศรษฐกิจก็คือ เงิน

สาเหตุเป็นเพราะไม่มีสปอนเซอร์หรือแหล่งเงินทุนใดๆ จะใจป้ำ หรือใจกล้าบ้าบิ่นยอมหยิบยื่นเงินให้ภูมิภาคยุโรปมาถลุงเล่นอีกต่อไป

ทั้งนี้ ผู้นำหลายประเทศต่างตระหนักถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากการที่ประธานาธิบดี ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศส กล่าวในงานแถลงข่าวหลังการหารือกับนายกรัฐมนตรี แมร์เกิล ว่า สิ่งสำคัญในขณะนี้ก็คือการพิจารณาแหล่งทุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างของยุโรป จากธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป หรือจากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งยุโรป

แถมปิดท้ายด้วยการแง้มแผนการที่จะเดินหน้าสนับสนุนการออกพันธบัตรยูโร (ยูโรบอนด์) ซึ่งเป็นการระดมทุนที่ลากให้ชาติสมาชิกมาเป็นหนี้ร่วมกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่พี่ใหญ่อย่างเยอรมนียังคงคัดค้านหัวชนฝา

เพราะหากผลักดันกันออกมาได้จริงๆ ก็เป็นเยอรมนีนั่นแหละที่จะต้องควักเงินมากกว่าเพื่อน

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ยอมรับว่า การหาทางเพิ่มเงินเข้าไปในธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป ซึ่งมักนิยมให้กู้ยืมในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลแต่ละประเทศจะเป็นหนทางกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีอีกทางหนึ่ง

แต่สิ่งสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ก็คือ การที่ชาติสมาชิกจะต้องยอมควักภาษีประชาชนส่วนหนึ่งมาร่วมสมทบทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้นำในหลายประเทศเริ่มเผชิญกับแรงต่อต้านจากประชาชนในประเทศ ประมาณว่าเนื้อก็ไม่ได้กิน หนังก็ไม่ได้หุ้ม แต่กลับได้กระดูกมาแขวนคอ ขณะเดียวกัน สถานการณ์ทางการเงินของหลายประเทศในยุโรปในขณะนี้ไม่อำนวยให้ก่อหนี้ได้มากอีกต่อไป เพราะเท่าที่แบกรับอยู่ก็เป็นภาระหนักพออยู่แล้ว

ต้องไม่ลืมว่า ประเทศส่วนใหญ่ใช้การออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารประเทศเป็นหลัก หากปริมาณหนี้มหาศาล หรือที่เรียกกันว่ารายจ่ายมากกว่ารายรับกลายเป็นงบขาดดุลติดต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ การกู้ยืมเงินจากแหล่งทุนที่เหมาะสมก็จำต้องแลกกับการแบกรับภาระต้นทุนการกู้ที่สูงขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น การเดินหน้าก่อหนี้เพิ่มเติมก็จะยิ่งเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของอียู เนื่องจากไร้วินัยทางการคลังอย่างรุนแรง จนรังแต่จะทำให้ภูมิภาคติดอยู่กับสภาพลูกหนี้ทั้งปีทั้งชาติ

ทั้งนี้ นิโคลาส เวรอน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากสถาบันบรูเจล ในกรุงบรัสเซลส์ สรุปไว้ว่า ตราบใดที่ยังคิดไม่ตก แก้ไม่ออก ว่าจะเอาเงินมาจากไหน และเอามาได้อย่างไร ภายใต้ความยินยอมของทุกชาติสมาชิกยูโรโซน วิกฤตหนี้สาธารณะของภูมิภาคก็ยังต้องเป็นภาพยนตร์มหากาพย์ที่ตามหลอกหลอนสร้างความเจ็บปวดให้กับยุโรปและโลกกันต่อไป

แถมภาพยนตร์เรื่องนี้ยังไม่มีใครยอมเป็นพระเอกขี่ม้าขาว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท