posttoday
แพ้ต่อเนื่องสัญญาณร้าวพท.-เสื้อแดง

แพ้ต่อเนื่องสัญญาณร้าวพท.-เสื้อแดง

22 พฤษภาคม 2555

ความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุดรธานี

ความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุดรธานี และสมาชิกสภาเทศบาลนครอุดรธานีแบบยกแผง 24 ที่นั่ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กำลังตอกย้ำ “สัญญาณอันตราย” ของพรรคเพื่อไทย ที่พ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งท้องถิ่นต่อเนื่อง

วันเดียวกันในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครนครสวรรค์ “จิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ” อดีตนายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์สมัยที่แล้วยังสามารถรักษาแชมป์ เอาชนะ “วีระโชติ โสภาวตานนท์” ที่มีอดีตผู้สมัคร สส.จากพรรคเพื่อไทยหนุนหลัง แบบไม่เห็นฝุ่น 25,572 ต่อ 3,314 คะแนน

ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ สนามเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงราย “วันชัย จงสุทธนามณี” จากพรรคภูมิใจไทย เอาชนะ “สมพงษ์ กูลวงค์” จากพรรคเพื่อไทย ทั้งที่หลายคนประเมินว่าสนามนี้เพื่อไทยจะได้แรงหนุนจากฐานเสียงแดงที่เหนียวแน่นในพื้นที่

ย้อนไปไกลกว่านั้นอีกนิด “พล.ท.มะโพธิ์งาม” อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ที่ผันตัวมาลงชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กาญจนบุรี แต่สุดท้ายต้องเสียเก้าอี้ให้กับ “รังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์” ผู้สมัครฝั่งประชาธิปัตย์

ไม่เว้นแม้แต่สนามใหญ่เลือกตั้งซ่อม จ.ปทุมธานี “เกียรติศักดิ์ ส่องแสง” ผู้สมัครจากประชาธิปัตย์ สร้างปรากฏการณ์สามารถฝ่ากระแสแดงเอาชนะ “สมชาย รังสิวัฒนศักดิ์” ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย แบบพลิกความคาดหมาย

ความพ่ายแพ้สะสมที่ลากยาวมาจนถึงสนามเทศบาลนครอุดรธานีรอบนี้ ยิ่งเพิ่มแรงเสียดทานบั่นทอนขวัญและกำลังใจพรรคเพื่อไทยที่ยังต้องเผชิญกับศึกเลือกตั้งท้องถิ่นอีกหลายสนามเร็วๆ นี้

น่าสนใจตรงพื้นที่ จ.อุดรธานี อีกหนึ่งในพื้นที่ซึ่งจัดเป็นเมืองหลวงคนเสื้อแดงในพื้นที่ภาคอีสาน การพลาดท่าเสียเชิงในรอบนี้ย่อมเพิ่มแรงสั่นสะเทือนให้กับพรรคเพื่อไทยอีกหลายเท่าตัว

ถอดรหัสความพ่ายแพ้แล้ว ยังไม่ต่างจากในสนามอื่นๆ

ปัจจัยแรก สะท้อนความเบื่อหน่ายในการบริหารงานของรัฐบาล นอกจากจะไม่สามารถทำผลงานให้เข้าตา โดยเฉพาะนโยบายหาเสียงที่เคยโฆษณาหวือหวา จนถึงทุกวันนี้ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง หนำซ้ำยังมาติดหล่ม “ของแพง” ที่มีแต่จะฉุดให้รัฐบาลดำดิ่งลงเรื่อยๆ

ปัจจัยที่สอง อยู่ที่ความแตกแยกของกลุ่มเสื้อแดง ที่กำลังขาดเอกภาพอย่างหนัก แตกแยกออกเป็นกลุ่มก๊วนแบบคุมกันไม่อยู่ การหวังจะให้มาเทคะแนนให้ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยแบบไม่มีแตกแถวจึงยากยิ่งกว่าจับปูใส่กระด้ง

แพ้ต่อเนื่องสัญญาณร้าวพท.-เสื้อแดง

 

เจาะดูรายละเอียดสนามเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครอุดรธานี “กลุ่มนครหมากแข้ง” นำทีมโดย “อิทธิพนธ์ ตรีวัฒน์สุวรรณ” แชมป์หลายสมัย เอาชนะแบบทิ้งห่าง “สมพลศรีปัตติวงศ์” จาก “กลุ่มนครอุดรธานี” เกือบหมื่นคะแนน ถือเป็นโจทย์สำคัญที่เพื่อไทยต้องเร่งแก้ไข

แม้คำชี้แจงจาก “ศราวุธ เพชรพนมพร”สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ลูกเขย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก จะอธิบายว่า การพ่ายแพ้เที่ยวนี้เพราะธรรมชาติของการเลือกตั้งท้องถิ่นประชาชนจะมองที่ตัวบุคคลมากกว่าพรรคการเมือง

พร้อมอธิบายว่า “สมพล” เข้ามาสังกัดพรรคเพื่อไทยได้ไม่นาน โดยเป็นคนมาขอใช้ชื่อพรรคเพื่อไทยในการลงรับสมัครเอง พร้อมอุบไต๋ว่าเหตุผลบางประการที่ต้องส่ง “สมพล” ลงสมัครนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้

ไล่ดูสายสัมพันธ์แล้ว “อิทธิพนธ์” ถือเป็นเครือญาติกับ “ขวัญชัย ไพรพนา” แกนนำแดงคนสำคัญในพื้นที่ จึงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแต่อย่างไรที่จะเอาชนะคู่แข่งหน้าใหม่ที่แม้จะได้ใบเบิกทางจากพรรคเพื่อไทยก็ตาม

ที่ผ่านมารอยร้าวระหว่างชมรมคนรักอุดรของ “ขวัญชัย” กับแดง นปช. อย่าง “จตุพร พรหมพันธุ์” อดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ก็มีให้เห็นต่อเนื่องกับการออกมาเหน็บแนมกระทบกระเทียบกันไปมา

งานนี้จึงถือเป็นเพียงแค่น้ำจิ้ม เพราะไม่ได้สะท้อนสภาพความขัดแย้งที่แท้จริงในพื้นที่ เพราะดัชนีชี้วัดต้องจับตามองต่อไปยังศึกล้างตา นัดชิงตำแหน่งนายก อบจ.อุดรธานี ที่จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

ที่ผ่านมาแค่หาคนสวมเสื้อพรรคเพื่อไทยไปลงชิงนายก อบจ. ยังเป็นเรื่องเป็นราว เมื่อ “ประสพ บุษราคัม” เตรียมจะลงสนาม แต่ พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ เตรียมส่งลูกชายลงสมัคร “กิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์” สส.บัญชีรายชื่อ เตรียมส่งลูกสาว

สุดท้ายพรรคต้องตัดสินใจส่ง “วิเชียรขาวขำ” ให้ทิ้งเก้าอี้บัญชีรายชื่อไปลงสนามท้องถิ่นสยบสถานการณ์ความขัดแย้ง

เรื่องราวบานปลายหนักขึ้นเมื่อ พ.ต.ท.สุรทิน เปิดแถลงข่าวด้วยใบหน้าฟกช้ำว่า ถูกทำร้ายด้วยสาเหตุที่เจ้าตัวปักใจเชื่อว่ามาจากการเมืองท้องถิ่น

ผลการเลือกตั้งรอบหน้านี้จึงจะสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาความขัดแย้งระหว่างเสื้อแดงกันเอง เสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทย จะบานปลายขนาดไหน

ที่สำคัญไม่ใช่แค่ จ.อุดรธานี แต่รูปแบบความสัมพันธ์ของเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ยังมีอีกหลายจังหวัดที่หากไม่สามารถคลี่คลายก็จะบานปลายร้าวหนักจนกระทบต่อเสถียรภาพทั้งพรรคเพื่อไทยและความเข้มแข็งของเสื้อแดง ที่สำคัญจะเปิดโอกาสให้คู่แข่งไม่ว่าจะเป็นภูมิใจไทย หรือประชาธิปัตย์ ฉวยโอกาสนี้แทรกตัวขึ้นมาเป็นตาอยู่

ลำพังแค่ความเหนียวแน่นของเสื้อแดงด้วยกันเองเวลานี้ก็ชักจะแตกแยกกระเส็นกระสาย ทั้งกลุ่มแดงที่เคยเคลื่อนไหวแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ต้องสะบั้นกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่ยืนยันค้านแก้ไขมาตรา 112

ไปจนถึงท่าทีล่าสุดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ประกาศชัดกลางโฟนอินชุมนุมราชประสงค์ เดินหน้าเต็มติวเข้าสู่กระบวนการปรองดองเพื่อชาติ ยุติความขัดแย้งทุกอย่าง

แน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อขบวนการเสื้อแดงที่ต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริง ซึ่งเวลานี้สัญญาณทุกอย่างดูจะพุ่งเป้าไปที่การนิรโทษกรรมทุกคดีของทุกฝ่าย ทุกสี

เหล่านี้ล้วนแต่ตอกย้ำรอยร้าวความสัมพันธ์ระหว่าง “เสื้อแดง” และ “เพื่อไทย” ที่นับวันจะขยายวงลุกลามมากขึ้น และหากยังไม่สามารถสกัดรอยร้าวประสานความแตกแยกได้สำเร็จสิ่งที่เคยต่อสู้ฟันฝ่าร่วมกันมาก็อาจจะพังทลายลงไปในพริบตา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท