posttoday
มาร์คอัดงบ56ไม่ตอบโจทย์ปัญหา

มาร์คอัดงบ56ไม่ตอบโจทย์ปัญหา

21 พฤษภาคม 2555

"มาร์ค" อัด งบ 56 แค่ตัวเลขลวงตา ขาดการวางแผนรองรับศก.ผันผวน ห่วงเก็บภาษีเพิ่มรายได้ตามเป้าซ้ำเติมประชาชน

"มาร์ค" อัด งบ 56 แค่ตัวเลขลวงตา ขาดการวางแผนรองรับศก.ผันผวน  ห่วงเก็บภาษีเพิ่มรายได้ตามเป้าซ้ำเติมประชาชน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายระหว่างการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ว่า  ในการจัดงบประมาณของรัฐบาลยังไม่ตอบโจทย์ว่าจะสามารถนำไปสู่ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ดีขึ้นหรือการสร้างความเสมอภาคทางโครงสร้างความยากจนความเหลื่อมล้ำในสังคม

ทั้งนี้ ในส่วนของการประมาณการทางเศรษฐกิจที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 5.5- 6.5 % ถือว่าสูงพอสมควร  แต่เป็นตัวเลขหลายตัวเป็นเป็นภาพลวงตา เพราะการขยายตัวในระดับดังกล่าวอยู่บนเหตุผลที่จะเกิดแรงขับเคลือนของกรบริโภค การลงทุนของเอกชนเพื่อฟื้นฟูความเสียหายหลังอุทกภัย เพื่อให้กลับมามีชีวิตความเป็นอยู่เหมือนช่วงก่อนน้ำท่วม แต่ไม่ได้สะท้อนสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

มาร์คอัดงบ56ไม่ตอบโจทย์ปัญหา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การจัดงบประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณแบบขาดดุล 3 แสนล้าน​ ตัวเลขเสมือนจะทำให้การบริหารจัดการหนี้สาธารณะมีเสถียรภาพ แต่ยังไม่นับรวมกับการก่อหนี้ผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยภาพรวมแล้วรัฐบาลทำงานมาไม่ถึงหนึ่งปีคำนวณแล้วก่อหนี้สาธารณะจากหนี้ และจากนโยบายที่ผิดพลาดรวมแล้วเกือบ 1 ล้านล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การจัดงบประมาณเพื่อพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนยังไม่ได้ตอบโจทย์ชัดเจน ทั้งในรูปแบบการบริหาร ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นจากสหภาพยุโรปซึ่งเศรษฐกิจยังไม่น่าไว้วางใจ เราจำเป็นต้องดูแลเงินทุกบาท การใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งและเป็นธรรม

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการพูดโต้แย้งกันว่า​สถานการณ์ขณะนี้ แพงทั้งแผ่นดิน หรือ ถูกทั้งแผ่นดิน ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วมีทั้งแพงและทั้งถูก ที่ถูกคือราคาสินค้าการเกษตรที่ตกต่ำเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศเดือดร้อน​  การจะจัดงบประมาณอีก 3 แสนล้านเพื่อนำไปทำโครงการรับจำนำซึ่งเชื่อว่าจะขาดทุนอีก 1 แสนล้านาทใน  1 ปี จะเป็นการเพิ่มภาระงบประมาณอีก 

นอกจากนี้ ยังเกิดปัญหาเกษตรกรไม่สามารถเข้าโครงการรับจำนำเข้าทุกเม็ดตันละ 1.5 หมื่นล้านบาทได้ การนำเงินไปชดเชยความเสียหายนับแสนล้านบาทไม่ถึงมือประชาชนโดยตรง ซึ่งหากทำให้ถึงมือประชาชนอย่างทั่วถึงก็จะเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลคงทำใจยากที่จะยกเลิก โครงการนี้เพราะเป็นนโยบายที่รัฐบาลตั้งใจจะนำมาทดแทนโครงการประกันรายได้ของรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งมีการใช้งบชัดเจน 3-4 หมื่นล้านบาท

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า  ส่วนในเรื่องของแพงนั้นรัฐบาลตั้งงบไว้ 1,459.7 ล้านบาท  ซึ่งแปลกใจว่าสวนทางกับสิ่งที่คนในรัฐบาลออกมาปฏิเสธว่าไม่มีปัญหาเรื่องของแพง แต่เหตุใดต้องใช้งบประมาณจำนวนนี้มาแก้ปัญหา ซึ่งส่วนหนึ่งที่เกิดปัญหาของแพงก็มาจากนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาลโดยเฉพาะนโยบายเรื่องพลังงานที่กระทบต่อต้นทุนราคาสินค้าอื่นๆ

ทั้งนี้ การจะนำงบประมาณ 1,459 ล้านไปจำหน่ายสินค้าราคาถูกนั้น เป็นการนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้ อีกทั้งไม่สามารถกระจายไปถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นโครงการ ธงฟ้า หรือ ร้านถูกใจ ซึ่งตั้งใจจะเปิด 2,000 ล้านบาท แต่สัปดาห์ที่ผ่านมายังเปิดได้แค่ร้านเดียวที่กระทรวงพาณิชย์  ซึ่งการปล่อยให้ราคาสินค้าราคาสูง จะทำให้เงินเฟ้อสูงมีผลต่อการบริหารจัดการเศรษฐกิจภาพรวม

ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวอีกว่า การประเมินว่ารัฐจะจัดเก็บรายได้ 2.1 ล้านล้านบาท จะต้องชี้แจงว่าจะมาจาการขึ้นภาษีอีกหรือไม่ ซึ่งเข้าใจว่าจะเป็นเช่นนั้น ดังนั้นงบประมาณกำลังจะกลายเป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชน  ซึ่งมีคนในแวดวงระบุว่ามีแนวคิดที่จะเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะเป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชน ซ้ำเติมค่าครองชีพที่สูงขึ้น

ทั้งนี้รัฐบาลต้องส่งเสริมเศรษฐกิจในภาพรวมไม่ใช่แค่นโยบายประชานิยม ที่ไม่เพิ่มขีดความสามารถในระยะยาว เพราะการเปลี่ยนแปลงในอีก 3 ปี ซึ่งจะต้องเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่งบประมาณที่เห็นยังเป็นเพียงแค่โครงการจัดอบรม  แต่ไม่พอเพียงไม่มีงบประมาณในส่วนของการรองรับการปรับตัวภาคธุรกิจกับการแข่งขันที่เปลี่ยนไป 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของงบประมาณด้านการศึกษารัฐบาลมุ่งเน้นไปที่โครงการแทบเล็ต 2  พันกว่าล้านบาท  แต่ในส่วนของงบวิจัยไม่ใช่เฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง สกว. แต่ยังมีเครือข่ายมหาวิทยาลัย ที่เคยได้รับงบหลายพันล้านบาทแต่รัฐบาลนี้กลับถูกปรับลดลงจำนวนมาก  อีกทั้งในส่วนของอาชีวะศึกษานอกจากไม่ได้รับการสนใจแล้วยังถูกซ้ำเติมด้วยนโยบายเงินเดือนคนจบปริญญาตรี 1.5หมื่นบาท

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เห็นการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศให้เป็นธรรม โดยเฉพาะการเกษตร และ อุตสาหกรรบริการอย่างการท่องเที่ยว ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการปรับลดงบประมาณทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกระทรวงเกษตร  ซึ่งไม่ทราบว่าเพราะเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดที่แล้วหรือจึงถูกตัดงบทั้งที่เป็นส่วนที่จำเป็นอยากให้ดูแลเพราะรายได้ที่เข้ามาจะกระายไปในชุมชนอย่างทั่วถึงเป็นธรรม นอกจากนี้ ในส่วนนโยบายลดความเลื่อมล้ำทางที่ดินอย่างธนาคารที่ดินงบประมาณถูกปรับลดลงเหลือ 48.2 ล้านบาท จากรัฐบาลที่แล้วเคยให้ถึง700 ล้านบาท ในขณะที่นโยบายเรื่องภาษีที่ดินรัฐบาลก็เพิกเฉย

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในส่วนงบรปะมาณที่นำไปสู่การปรองดองประมาณ 400 ล้านบาท แต่ความเป็นจริงการทำเรื่องเหล่านี้ให้เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่จะใช้เงินเท่าไหร่  แต่อยู่ที่การจัดสรรทรัพยากรอย่างเท่าเทียมเป็นธรรม นอกจากนี้ ในหลายโครงการทั้งกองทุนหมู่บ้าน กองทุนพัฒนาสตรี หรือการเยียวยาผู้ชุมนุมซึ่งต้องใช้เงินเป็นหลักพันล้านแต่ยังไม่ปรากฏในงบประมาณ ส่วนนี้อยากให้ระวังจะจะนำไปความขัดแย้งเพิ่มเติม ไม่เช่นนั้นงบ 400 ล้านบาทก็จะสูญเปล่า

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า  เรื่องการใช้งบประมาณต้องอย่าให้รั่วไหลเพราะที่ผ่านมางบกลาง 1.2 แสนล้านที่นำไปใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมไม่มีหลักประกันความโปร่งใส การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปด้วยวิธีพิเศษซึ่งอยากให้รัฐบาลเปิดเผยรายละเอียด  และในงบประมาณส่วนจากพ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาทที่ระบุเหตุผลถึงความจำเป็นเร่งด่วนแต่ตัวเลข ณ วันที่ 8 พ.ค. พบว่ามีการเบิกจ่ายไป 2.4  หมื่นล้านบาทเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง