posttoday
กทม.ส่อผิดต่อสัญญาบีทีเอส

กทม.ส่อผิดต่อสัญญาบีทีเอส

21 พฤษภาคม 2555

กทม.ส่อผิด ต่อสัมปทานบีทีเอส นอกเหนืออำนาจหน้าที่ ดีเอสไอร่อนหนังสือถามรมว.มหาดไทย ดูข้อกฎหมายตั้งแต่ปี35

กทม.ส่อผิด ต่อสัมปทานบีทีเอส นอกเหนืออำนาจหน้าที่ ดีเอสไอร่อนหนังสือถามรมว.มหาดไทย ดูข้อกฎหมายตั้งแต่ปี35 

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า  กรณีที่กทม.โดยม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่ากทม. ลงนามสัญญาว่าจ้าง บริษัทกรุงเทพธนาคม และ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส โดยการขยายสัญญาสัมปทานให้กับบีทีเอสในการบริหารส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าจากเดิม 17 ปี เป็น 30 ปี ทางดีเอสไอยังไม่รับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากต้องทำหนังสือถามไปยังนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ว่าการที่กทม.ต่อสัมปทานออกไปยังอยู่ในอำนาจหลักของกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ถ้าตอบว่าไม่ใช่จะเท่ากับสัญญาที่กทม.ทำไม่สมบูรณ์ เพราะหน้าที่ของกทม.จะขยายสัญญาจากสัมปทานใหญ่ออกไปไม่ได้

กทม.ส่อผิดต่อสัญญาบีทีเอส

ทั้งนี้ การที่กทม.ได้ส่งเรื่องสอบถามไปยังกฤษฎีกาให้ตีความแล้วนั้น ทางดีเอสไอ พบว่า การตีความของกฤษฎีกา ตรวจสอบ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนร่วมงานหรือดำเนินในกิจการรัฐ พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ แต่ไม่ได้ตรวจสอบเรื่องกรอบอำนาจหน้าที่ของกทม. และเรื่องอำนาจหน้าที่อาจทำให้ได้ข้อยุติของกรณีทันที

“โครงการนี้จะครบสัญญาในปี 2572  แต่กทม.ขยายสัญญาออกไปอีก ถ้ารมว.มหาดไทยระบุว่าไม่ใช่อำนาจของมหาดไทย และได้มอบให้กทม. ซึ่งไม่ควรตอบเช่นนั้น แต่ถ้าตอบเช่นนี้ดีเอสไอจะตรวจสอบตามที่มีการร้องเรียนจากตัวแทนพรรคเพื่อไทยที่มายื่นเรื่องไว้” นายธาริต กล่าว

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวอีกว่า มาของเรื่องดังกล่าวเริ่มจากการจัดทำรถไฟฟ้า ถือเป็นกิจการรถราง มีประกาศคณะปฏิวัติ คือ กฎหมายรากฐาน ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 ม.ค.2515 ให้รมว.มหาดไทย เป็นผู้มีอำนาจในการให้สัมปทาน เพื่อมอบหมายให้แต่งตั้งกทม.ขึ้นมารับผิดชอบ  ทั้งนี้โครงการสร้างรถไฟฟ้าบีทีเอส เกิดขึ้นในปี2534-2535 ทางกทม.ดำเนินการเปิดทีโออาร์ จนได้ผู้ชนะประมูล และเมื่อกทม.ประมูลเสร็จแต่ไม่มีอำนาจอนุมัติจึงส่งเรื่องกลับไปให้รมว.มหาดไทย ในขณะนั้นคือ พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี

จากนั้น พล.อ.อิสระพงศ์ เห็นว่าเป็นการลงทุนที่เกิน 1 พันล้านบาท เข้าข่ายกิจการร่วมทุน ตามกฎหมายจึงนำเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อขอมติเห็นชอบ ทำให้รมว.มหาดไทยออกคำสั่ง 2 ข้อ คือ 1. อนุมัติสัมปทานให้กับ กลุ่มบริษัท ธนายง หรือบีทีเอสซี 2. ตั้งผู้ว่ากทม.กำกับดูแลกิจการเรื่องนี้ และให้กทม.เข้าบริหารจัดการตามกฎหมาย รวมถึงการตั้งบริษัทกรุงเทพธนาคม เพื่อให้เป็นบริษัทในการบริหารงาน โดยมีอำนาจหน้าที่เพียงกรอบสัมปทานถึงปี 2572 เท่านั้น

ด้าน นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้ระงับสัญญากทม.จ้างเดินรถไฟฟ้าบีทีเอส ว่า ได้สั่ง กทม. ให้ชี้แจงรายละเอียด โดยสิ่งเหล่านี้มีเอกสารเป็นหลักฐานที่ตรวจสอบได้อยู่แล้ว ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ได้รับเรื่องร้องเรียนมาจาก 2 ทาง คือจากพรรคเพื่อไทย และจากทางกระทรวงคมนาคม ซึ่งขณะนี้ก็มีทั้งคณะกรรมการกฤษฎีกา และคณะกรรมการด้านกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบสัญญาดังกล่าวอย่างละเอียด

“ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นที่จะระบุได้ว่าสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสระหว่างกรุงเทพมหานคร และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด สามารถดำเนินต่อได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ได้รับหนังสือชี้แจ้งจากกรุงเทพมหานครมาแล้ว โดยเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งน่าจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ก่อนจะชี้ขาดได้ว่าสัญญาดังกล่าวถูกต้องตามขั้นตอน และถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่” รมว.มหาดไทยกล่าว

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง