
"พ.ต.อ.ดุษฏี อารยวุฒิ" ลุยปราบ 3 โกง ทวงคืนหมื่นล้าน
โดย...ปริญญา ชูเลขา
โดย...ปริญญา ชูเลขา
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สังกัดกระทรวงยุติธรรม ที่มี พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ นั่งเป็นเลขาธิการ ป.ป.ท. ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ ที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งเรียกได้ว่า ป.ป.ท. ถือเป็นแม่งานในการขับเคลื่อนการปราบการทุจริตภาครัฐ
พ.ต.อ.ดุษฎี เปิดเผยกับ “โพสต์ทูเดย์” ว่า ที่ผ่านมาแม้จะไม่ค่อยมีข่าวจับ “ข้าราชการ” ทุจริต เมื่อเทียบกับฟากการเมือง ไม่ได้หมายความว่า ป.ป.ท.ไม่ทำงาน เพียงแต่บางอย่างได้ไม่เปิดเผยให้สื่อมวลชนหรือประชาชนรับทราบ
เลขาธิการ ป.ป.ท. ระบุว่า งานที่จะทำใหญ่ๆ มี 3 เรื่อง คือ 1.โกงงบประมาณของรัฐ โดยจะแบ่งกันระหว่างประเด็นที่อยู่ในอำนาจตรวจสอบ ป.ป.ช. และที่อยู่ในอำนาจ ป.ป.ท. 2.โกงทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การออกเอกสารสิทธิให้กับนายทุน และ 3.โกงภาษี
“เห็นได้ชัดว่าคนโกงอยากได้ของคนอื่น อยากได้ทรัพยากรธรรมชาติ อยากได้งบประมาณชาติ แต่ในเวลาเดียวกันอะไรที่เป็นของตัวเองก็ไม่อยากจะเสียก็เลยโกงภาษี ดังนั้นปีนี้ทาง ป.ป.ท. จะเน้น 3 นโยบายหลักเหล่านี้ เพื่อติดตามมาเงินงบประมาณจำนวนมหาศาลคืนมา”
พ.ต.อ.ดุษฎี ยกตัวอย่าง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ได้ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต หลังพบว่ามีที่ดินหลายแปลงที่มีการโกง หรือที่ จ.นครราชสีมา บริเวณเขาใหญ่ก็เช่นกัน ที่เกาะช้างและเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ก็มีลักษณะนี้อย่างน้อย 2030 แปลง ส่วนการโกงภาษี เช่น ภาษีรถยนต์จดประกอบที่ไม่สามารถนำเข้าได้ จึงทำให้รถยนต์เหลืออีก 2 ประเภทที่มีการโกงภาษีกันเยอะๆ คือ รถที่สวมสิทธินักเรียนนอกและรถที่สวมสิทธิคนไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งต้องใช้ 1 ปี 6 เดือนก่อน จึงจะนำเข้ามาใช้ได้ แต่พบการแจ้งเท็จสำแดงต้นทุนต่ำกว่าปกติ
เช่น ราคารถจริงๆ 5060 ล้านบาท ต้องเสียภาษีจริงๆ 1820 ล้านบาท แต่กลับแจ้งราคารถแค่ 20 ล้านบาท ทำให้เสียภาษีแค่ 6 ล้านบาท เป็นต้น แต่กลับนำมาขายให้คนทั่วไปอีกราคา ซึ่งอาจจะถูกกว่าราคาในท้องตลาดไม่กี่แสนไม่กี่ล้านบาท โดย ป.ป.ท.ได้ประสานหลายหน่วยงาน อาทิ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สอบเส้นทางการเงินเครือข่ายผู้กระทำความผิด เพราะถือว่าเป็นการฟอกเงินอย่างแน่นอน พร้อมกับไปแสดงเจตจำนงกับทางกรมศุลกากรให้ทราบว่าจะต้องตรวจสอบเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความถูกต้อง และป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคตอีก แต่หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรทำผิดก็ขอให้ดำเนินการตามกฎหมาย
“ล่าสุดพบประมาณพันกว่าคันแล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เพราะรถเหล่านี้อยู่ในมือผู้บริโภคแล้ว จดทะเบียนบริษัทไฟแนนซ์แล้วมีการนำเงินออกมาแล้ว แต่จะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมสมคบคิดกับผู้นำเข้า เพื่อเรียกคืนภาษีกลับมาให้ได้ แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ปฏิเสธก็ดำเนินการฟ้องทั้งคู่”
ขณะเดียวกันเลขาธิการ ป.ป.ท. ระบุอีกว่า ขณะนี้กำลังติดตามการนำหลักฐานเท็จไปขอเงินกู้จากธนาคารของรัฐ โดยเฉพาะสัญญาค้าข้าวปลอมที่ไม่มีข้าว ไม่มีการส่งมอบข้าวตามสัญญากับภาครัฐ แต่ธนาคารปล่อยเงินเหล่านั้นออกไปได้อย่างไร กรณีนี้มีการประเมินค่าความเสียหายพบว่าสูงถึง 8,000 ล้านบาท ประเด็นนี้เป็นตั๋วแลกเงินที่มีหลายกรณี มีบริษัทกับธนาคารเดียวกันและยังมีธนาคารอื่นอีก รวมมูลค่าแล้วหลายหมื่นล้านบาท
“ฉะนั้นผลงานการปราบปรามของเราคือนำเงินคืนมา ถ้าได้พันล้านหรือถึงหมื่นล้านก็ยิ่งดี”
พ.ต.อ.ดุษฎี บอกว่า ป.ป.ท. ไม่มีหน้าที่เล่นงานนักการเมือง แต่หากเป็นข้าราชการระดับ 8 ลงมาจะต้องจัดการทั้งหมด ซึ่งตามระเบียบราชการ หากสอบสวนพบความผิดชัดเจนก็ต้องไล่ออกจากราชการ หากปล่อยไปมีโอกาสขึ้นไปเป็นอธิบดีได้ หรือระดับอธิบดีตัวใหญ่ๆ ก็มีโอกาสไปเล่นการเมืองเป็นรัฐมนตรีได้อีกเช่นกัน
แม้ ป.ป.ท. ไม่ได้มีหน้าที่ตรวจสอบนักการเมือง แต่ถ้าตรวจสอบพบก็ส่งต่อให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบสวนต่อได้ เช่น สอบสวนแล้วสรุปว่าการโกงที่ดิน แม้ชื่อเจ้าของที่ดินไม่ใช่นักการเมือง แต่รู้ว่าเงินทุนมาจากไหน หรือรถที่สำแดงต้นทุนต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีในตลาดรถยนต์ ปัจจุบันก็รู้ว่าเงินส่วนหนึ่งมาจากนักการเมือง แต่คนดำเนินการเป็นอีกคน ซึ่งหากสามารถดำเนินการไปจนถึงขั้นยึดทรัพย์ได้ ก็จะสาวไปได้ว่าจะถึงใครบ้าง
“หากสาวไม่ถึงนักการเมือง อย่างน้อยเจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องรับไปเต็มๆ”
เลขาธิการ ป.ป.ท.ย้ำว่า ไม่กลัวข้าราชการคนไหนมาวิ่งเต้นให้พ้นคดี แม้จะรู้จักข้าราชการหรือนักการเมืองระดับสูง หรือผู้ใหญ่มากมาย “คิดว่าไม่มีใครกล้ามาวิ่งเต้นกับผมได้ เพราะ 20 ปีที่ทำงานยาเสพติดในภาคเหนือและมาอยู่ที่ดีเอสไอ มีประสบการณ์ทำงานกับผู้มีอิทธิพลทั้งนั้นทุกอย่างต้องว่าไปตามกฎหมาย”
“ข้าราชการส่วนมากมักจะย่ำตามรอยเท้าโจรรุ่นก่อนๆ แต่เราจะวิเคราะห์แผนและขบวนการว่าแต่ละเรื่องเป็นอย่างไร แล้วนำมาถ่ายทอดและถอดเป็นบทเรียนให้กับรุ่นน้องและผู้ใต้บังคับบัญชาได้ทราบ โดยเน้นการประชุมหารือชี้แจงกันบ่อยๆ ที่สุดเท่าที่ทำได้ พร้อมกับสอนให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ท.ได้คิดให้เท่าทัน เพราะการตามรอยเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยากซับซ้อน กล่าวง่ายๆ คือ เป็นข้าราชการทำตามหน้าที่หรือไม่ หากไม่ทำตามหน้าที่มีการกระทำขัดต่อระเบียบหรือขัดกฎหมายใดหรือไม่ แล้วใครได้ประโยชน์หรือใครเสียประโยชน์ นี่คือหลักในการตรวจสอบ” พ.ต.อ.ดุษฎี บอกว่า ในวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นการคิกออฟการปราบปรามคอร์รัปชันของรัฐบาล เป็นการประกาศให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่าประเทศไทยเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการทุจริต ถึงเวลาที่ต้องเก็บกวาดบ้านตัวเองให้สะอาด และเป็นการส่งสัญญาณว่า ต่อไปการทุจริตจะทำไม่ได้อีกแล้วเพราะไม่เป็นที่ยอมรับ
หลังจากนี้ ป.ป.ท. จะจัดคาราวานต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันไปในจังหวัดใหญ่ๆ ทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นให้เกิดจิตสำนึก พร้อมกับลงพื้นที่ที่มีปัญหา โดยเริ่มที่ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.ขอนแก่น ภาคกลางที่เกาะช้าง จ.ตราด และภาคใต้ ที่ จ.ภูเก็ต







