posttoday
ธนาคารจีนบุกอเมริกา

ธนาคารจีนบุกอเมริกา

21 พฤษภาคม 2555

โดย...รวิภาส กล่ำทวี

โดย...รวิภาส กล่ำทวี

โลกปัจจุบันถือว่าเป็นโลกในยุคของทุนนิยมโลกาภิวัตน์ ซึ่งหมายความว่า เจ้าของเงินรวมทั้งเจ้าของปัจจัยการผลิตอื่นๆ สามารถไปลงทุนที่ใดก็ได้ในโลกเพื่อสร้างผลกำไรในเชิงธุรกิจ หรือจะกล่าวง่ายๆ ได้ว่า การลงทุนในทางธุรกิจปัจจุบันทั่วโลกแทบจะไม่มีกำแพงปิดกั้นอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกำแพงด้านภาษีหรือด้านอื่นๆ ก็ตาม

เป็นที่น่าสังเกตว่า ปัจจุบันประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่ ไม่เว้นแม้กระทั่งประเทศที่มีระบอบการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เช่น จีน ต่างหันมายอมรับระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรีกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะทุกรัฐบาลของประเทศเหล่านั้นเชื่อว่าการค้าและการลงทุนเสรีจะช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น

โดยหลักการแล้วสภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศในโลกจะดีขึ้นหรือแย่ลงจะต้องขึ้นอยู่กับ 1) นโยบายด้านเศรษฐกิจที่ชัดเจนของแต่ละประเทศ 2) ฝีมือในการบริหารนโยบายให้เกิดเป็นผลเชิงรูปธรรมของคณะรัฐบาลในแต่ละประเทศ 3) สภาพแวดล้อมทางการเมืองทั้งภายในและระหว่างประเทศ และ 4) สภาพแวดล้อมทางด้านเศรษฐกิจทั้งภายในและระหว่างประเทศ

ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเกิดปรากฏการณ์ใหม่ที่ผู้เขียนถือว่าเป็นเรื่องน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับคอการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ นั่นก็คือ การที่คณะกรรมการดูแลกิจการธนาคารของธนาคารกลางสหรัฐอนุมัติแผนการที่จะอนุญาตให้ธนาคารยักษ์ใหญ่จากจีน 3 แห่ง เข้าไปขยายสาขาทำธุรกิจในตลาดเงินของสหรัฐ รวมทั้งอนุญาตให้ธนาคารจีนเข้าควบรวมกิจการธนาคารในสหรัฐได้ด้วย

ธนาคาร 3 แห่งของจีนที่สหรัฐยอมให้เข้าตลาดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 2 ยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลก ประกอบด้วย 1) ธนาคารไอซีบีซี (Industrial & Commercial Bank of China) ซึ่งเป็นธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจีนและใหญ่กว่าธนาคารเจ.พี.มอร์แกน เชส ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐเสียอีก 2) ธนาคารเพื่อการเกษตรแห่งประเทศจีน และ 3) ธนาคารแห่งประเทศจีน ซึ่งทั้งสองธนาคารหลังมีขนาดเล็กกว่าธนาคารแรกค่อนข้างมาก

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ โดยปกติแล้วสหรัฐจะไม่อนุญาตให้จีนเข้าไปเปิดหรือขยายสาขาธนาคารในประเทศของตนเองได้ง่ายดาย โดยใช้หลักเหตุผลง่ายๆ คือ มาตรฐานการบริหารจัดการและการควบคุมดูแลธนาคารของจีนยังไม่ได้ระดับมาตรฐานโลก และอีกด้านหนึ่งก็คือเหตุผลด้านความมั่นคง

แต่ท้ายที่สุดความพยายามของรัฐบาลจีนก็ประสบผลสำเร็จ และถือว่าเป็นความสำเร็จอันใหญ่หลวงเสียด้วย เนื่องจากจีนพยายามที่จะให้อเมริกาเปิดภาคธุรกิจการธนาคารให้แก่ธนาคารจีนมาเป็นระยะเวลานานแล้ว เพื่อที่จีนจะสามารถใช้ธนาคารของตนช่วยขยายการทำธุรกิจให้แก่ทั้งผู้ประกอบธุรกิจชาวจีนและหน่วยงานเอกชนของจีนที่ต้องการขยายธุรกิจในสหรัฐ และประโยชน์อีกประการหนึ่งก็คือ ในอนาคตอันใกล้จีนจะสามารถเข้าเทกโอเวอร์ธนาคารอเมริกันที่ผลประกอบย่ำแย่เป็นของตนเองได้อีกด้วย

ว่ากันว่าหลังจากที่จีนประสบผลสำเร็จในการบุกภาคการธนาคารในสหรัฐแล้ว เป้าหมายใหญ่ต่อไปของจีน คือ การนำเอาธนาคารยักษ์ใหญ่ของจีนเข้าไปเปิดและขยายสาขาในยุโรป เมื่อมองตามหลักยุทธศาสตร์การเปิดและขยายธุรกิจระหว่างประเทศแล้วต้องถือว่าจีนไม่ธรรมดา ท่านผู้อ่านลองคิดดูเล่นๆ ว่า ถ้าจีนสามารถสร้างบทบาทและอิทธิพลด้านการธนาคารทั้งในสหรัฐและในยุโรปได้แล้ว จีนจะมีอำนาจต่อรองทางด้านเศรษฐกิจระดับโลกเพิ่มขึ้นอย่างมากมายมหาศาล และน้ำหนักศูนย์ถ่วงทางด้านเศรษฐกิจของโลกก็จะเอนมาทางภูมิภาคเอเชียตะวันออกแบบสมบูรณ์ 100%

ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเรื่องของการวิเคราะห์และการคาดการณ์สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต แต่ที่แน่นนอนก็คือ กลยุทธ์ของจีนในการขยายบทบาทภาคการธนาคารในสหรัฐจะดำเนินไปในแบบ “ค่อยเป็นค่อยไป” หรือ “ค่อยๆ เรียนรู้ตลาดไปเรื่อยๆ” ทั้งนี้จากการเปิดเผยของที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของธนาคารไอซีบีซี พบว่าจีนจะไม่ผลีผลามดำเนินการภาคการธนาคารในสหรัฐแบบรวดเร็ว หรือหวังผลให้เห็นชัดเจนในระยะสั้น แต่จะใช้กุศโลบายการเรียนรู้ตลาดอเมริกาและดำเนินการแผ่ขยายอิทธิพลไปแบบช้าๆ แต่มั่นคง ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นธรรมชาติในการกำหนดกุศโลบายของจีนมาทุกยุคทุกสมัยที่เน้นเรื่อง “ช้าแต่ชัวร์”

ถ้าพิจารณาจากสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน จะพบว่าสหรัฐและยุโรปกำลังมีปัญหาทางด้านหนี้สิน การธนาคารและด้านเศรษฐกิจอื่นๆ อีกมากมาย ในขณะที่จีนกลับอยู่ในสภาวะที่ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาภายนอกเท่าใดนัก ถึงแม้ว่าจะต้องเผชิญกับปัญหาด้านเศรษฐกิจภายในประเทศอยู่ก็ตาม

ความฉลาดของจีน ได้แก่ 1) การใช้สภาวะแวดล้อมทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจในปัจจุบันให้เป็นประโยชน์ต่อจีน จะเห็นว่าความสามารถในการเจรจาต่อรองและการชักจูงให้สหรัฐยอมเปิดภาคการธนาคารให้จีน เป็นเรื่องที่ต้องถือว่าอยู่เหนือความคาดหมายเป็นอย่างยิ่ง แทบจะเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกที่จีนสามารถใช้ความเป็นเจ้าหนี้เบอร์หนึ่งของสหรัฐ บีบให้สหรัฐต้องยอมทำตามจีน อย่างน้อยก็ถือว่าสำเร็จในภาคธนาคารและอาจจะมีภาคธุรกิจอื่นๆ ตามมาอีกในอนาคต 2) นโยบายทางด้านเศรษฐกิจของจีนมีความชัดเจน ซึ่งปรากฏอยู่ในแผนพัฒนา 5 ปี (ค.ศ. 2011-2015) ว่าจีนจะหันมากระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้มากขึ้นและลดการพึ่งพาการส่งออก 3) การบริหารจัดการในภาครัฐของจีนมีความเฉียบแหลมในเชิงยุทธศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าการดำเนินการทางด้านนโยบายหลายๆ อย่างทำให้พอจะมองเห็นว่า “จีนยังคงต้องการก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจโลก” แต่ยุทธวิธีของจีนจะเป็นแบบ “ค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แต่มั่นคง”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท