
ตู่ซัด ปชป. ยื่นยุบเพื่อไทย
จตุพรซัด ปชป.เล่นการเมืองไม่เคยเปลี่ยน จะยื่นยุบพรรคเพื่อไทย ด้าน พงษ์เทพโผล่ร่วมเวทีเสื้อแดงรำลึกเผยจัดกิจกรรมวันคืนชีพบ้าน111วันที่30 พค.
จตุพรซัด ปชป.เล่นการเมืองไม่เคยเปลี่ยน จะยื่นยุบพรรคเพื่อไทย ด้าน พงษ์เทพโผล่ร่วมเวทีเสื้อแดงรำลึกเผยจัดกิจกรรมวันคืนชีพบ้าน111วันที่30 พค.
นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช.ได้เดินทางมาถึงที่เวทีปราศรัยบริเวณแยกราชประสงค์ ครบรอบ 2 ปี เหตุสลายการชุมนุม พร้อมเปิดเผยกรณีพรรคประชาธิปัตย์จะยื่นยุบพรรคเพื่อไทยว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่เล่นแต่การเมืองไม่เคยเปลี่ยนแปลง เพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชัดเจน และทางกกต. ก็เข้าใจว่าการเป็นการผู้สมัครพรรคเพื่อไทยของตน แต่เหตุที่ขาดสมาชิกภาพ เพราะตนไม่ได้เลือกตั้ง เพราะตนได้ถูกคุมขังในวันสมัครรับเลือกตั้ง และตนก็มีคุณสมบัติครบถ้วน เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบขอพรรคเพื่อไทยวันที่รับสมัครตน
ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้ตนสิ้นสภาพในวันที่ 18 พ.ค. ฉะนั้นคำวินิจฉัยระบุชัดเจน การรับสมัครเป็นสิ่งที่ถูกต้องในเรื่องนี้ชัดเจน ตนจึงบอกพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ต้นถ้าหากตนเป็นเหตุให้พรรคถูกยุบ ก็พร้อมจะลาออกให้ก่อน แต่ฝ่ายกฎหมายก็ไปศึกษาปรากฏว่า ไม่มีเหตุที่จะต้องถูกยุบพรรค
นายจตุพร กล่าวว่า แต่มีเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์จะต้องตระหนักก็คือ กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์รับเงินบริจาคจาก บ.อีสวอเตอร์ ซึ่งเป็นบริษัทที่รัฐบาลถือหุ้นเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 1 ล้านบาท ถือว่าผิดกฎหมายชัดเจน และจะนำไปสู่การยุบพรรค เรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ที่พรรคประชาธิปัตย์อาจจะรอดจากคดีเงิน 250 ล้านบาท ของ บ.ทีพีไอโพลีน หรือเงินจำนวน 29 ล้านบาท เงินกองทุนพัฒนาการเมือง แต่จะตายเพราะเงิน 1 ล้านบาทของ บ.อีสวอเตอร์ ซึ่งคุณเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต สว.ได้ยื่นหนังสือไปแล้ว ส่วนรายละเอียดทั้งหมดจะขึ้นพูดบนเวที พรรคประชาธิปัตย์จำได้แต่เรื่องของคนอื่น แต่เรื่องของตัวเองจำไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะกลับไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเมื่อไรนั้น นายจตุพร กล่าวว่า เรื่องการสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ตนยังไม่ได้กำหนดเวลาว่าจะไปสมัครเมื่อไร
ด้าน นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ได้เดินทางยังเวทีปราศรัยของกลุ่มนปช. พร้อมกับให้สัมภาษณ์ถึงการจัดกิจกรรมในวันที่ 30 พ.ค. ซึ่งเป็นวันพ้นโทษถูกตัดสิทธิทางการเมืองว่า ในช่วงเช้าจะมีการจัดงานทำบุญที่มูลนิธิบ้านเลขที่ 111 ก่อนที่ช่วงบ่ายจะมีการจัดเสวนาที่โรงแรมรามาการ์เด้น โดยมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง นายโภคิน พลกุล นายวีระกานต์ มุสิกพงษ์ และตนเข้าร่วมชี้แจงถึงผลพวงของการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 49 ซึ่งการจัดงานดังกล่าวจะมีแต่สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่จะเข้ามาสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมเท่านั้น จะไม่มีบ้านเลขที่ 111 ที่แยกตัวไปอยู่พรรคอื่นเข้าร่วม เนื่องจากมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน และไม่เกี่ยวกับการที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยบางคนออกมาต่อต้านบ้านเลขที่ 111 ที่อยู่ต่างพรรค สำหรับการที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยหลังจากพ้นโทษการถูกตัดสิทธิทางการเมืองนั้น ตนยังไม่ได้พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณถึงเรื่องดังกล่าว แต่ตามกฎหมายระบุให้ผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคต้องสมัครด้วยตนเอง และหากพรรคเพื่อไทยเปิดรับสมัครในต่างประเทศ พ.ต.ท.ทักษิณก็สามารถเดินทางไปสมัครได้ เพราะไม่ได้มีกฎหมายห้ามเอาไว้
ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นยุบพรรคเพื่อไทย หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ พ้นจากการเป็นสมาชิกภาพส.ส.พรรคเพื่อไทยนั้น นายพงษ์เทพ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเข้าใจโดยสุจริตว่านายจตุพรมีคุณสมบัติไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญที่จะสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.ได้ เช่นเดียวกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ไม่ได้ห้ามนายจตุพรลงสมัคร อีกทั้งยังประกาศรับรองให้นายจตุพรเป็นส.ส.ด้วย ดังนั้น จึงจะเห็นได้ว่าคงวามเข้าใจในประเด็นข้อกฎหมายในขณะนั้น พรรคเพื่อไทยเข้าใจว่านายจตุพรมีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ตอนหลังเกิดมีข้อสงสัยจึงมีการส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมติของตุลาการ 1 ท่านก็ยังเห็นว่านายจตุพรมีสิทธิสมัคร แต่ในความเห็นของนักกฎหมายตนเชื่อว่าถ้าถือตามบรรทัดฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะก่อให้เกิดปัญหาการเมืองไทย เพราะผู้สมัครส.ส.ของพรรคฝ่ายค้านมีความเสี่ยงที่จะถูกจับกุมได้ในระหว่างการเลือกตั้ง และถูกตัดสิทธิออกจากการเลือกตั้ง ถือเป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญไม่พึงประสงค์อยู่แล้ว
ขณะที่ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช. )ได้ขึ้นปราศรัยโจมตีการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ว่า ปชป.อยู่เบื้องหลังของความอยุติธรรม ของการตัดสินคดี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ให้พ้นจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
อีกทั้ง ยังขัดขวางการทำงานของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีการเสนอให้มีวาระที่ 4 ในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เนื่องจาก ประชาธิปัตย์ ต้องการโกงรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ไว้เพื่อจะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง
นายวีระกานต์ ยังยืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่ได้ขัดแย้งกับรัฐบาล และพรรคเพื่อไทย และแกนนำก็ไม่ได้มีการขัดแย้งกัน ตามกระแสข่าวออกมาแต่อย่างใด







