
เมนูเด็ดจานละ10บาท ถูกสวนกระแสของแพง...ลูกค้าแน่นร้าน
ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองข้าวยากหมากแพงไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค เมนูอาหารต่างๆ แอบขึ้นราคากันทั่วหน้า
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองข้าวยากหมากแพงไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค เมนูอาหารต่างๆ แอบขึ้นราคากันทั่วหน้า แต่ที่ จ.กาญจนบุรี ยังมีร้านข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง จานละ 10 บาท ขายมานานกว่า 20 ปีแล้ว เจ้าของร้านไม่ยอมขึ้นราคา ชื่อร้านต้นแบบ ตั้งอยู่ที่อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหา ในตลาดผาสุก ข้างสถานี บ.ข.ส.กาญจนบุรี ลูกค้ามีทุกระดับ ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ และประชาชนทั่วไป เปิดขายตั้งแต่ 06.00-14.00 น. ลูกค้าทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่แหมารับประทานแน่นร้าน เพราะราคาถูก มีคุณภาพ สะอาดถูกหลักอนามัย ที่สำคัญรสชาติอร่อยมาก โดยไม่ต้องให้ พานทองแท้ ชินวัตร มาการันตีราคาถูก
รักษ์ สิริพฤกษา หรือโก้แก้ว อายุ 65 ปี เจ้าของร้านต้นแบบ บอกว่า เป็นชาวกาญจนบุรีโดยกำเนิด เปิดร้านต้นแบบขายข้าวมันไก่และข้าวหมูแดงจานละ 10 บาท มากว่า 20 ปี ซึ่งจะยืนหยัดขายราคานี้โดยไม่มีการปรับขึ้นราคาเด็ดขาด เพราะไม่อยากให้ลูกค้าเดือดร้อนที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เพราะขายราคาแค่นี้ก็ยังทำกำไรได้
โก้แก้ว บอกต่อว่า ทุกวันภรรยาคู่ชีวิตคือ ศิริพษ สิริพฤกษา อายุ 56 ปี ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านจับจ่ายซื้อวัตถุดิบชั้นดีตามตลาดสดทั่วไป เช่น ข้าวหอมมะลิมาหุงวันละ 100 กิโลกรัม ต้มไก่วันละ 100 ตัว หมูแดงอีกวันละ 100 กิโลกรัม โดยมีลูกจ้างหรือลูกหลานมาช่วยกันให้บริการลูกค้าขายจานละ 10 บาท พร้อมเสิร์ฟน้ำซุปฟักซี่โครงไก่เลิศรสและมีน้ำเย็นให้ดื่มฟรี
ไม่เพียงแต่ที่ จ.กาญจนบุรี เท่านั้นที่มีร้านอาหารราคาถูกสวนกระแสของแพงที่ จ.ขอนแก่น พบร้านขายก๋วยเตี๋ยว ร้านขายข้าวแกง ราคาแสนถูกเช่นกัน ร้านแรกชื่อร้านวิเชียรก๋วยเตี๋ยว ราคาชามละ 10 บาท ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกถนนหน้าเมืองตัดกับถนนเหล่านาดี ใจกลางเมืองขอนแก่น เปิดขายมาแล้ว 12 ปี ลูกค้ามีทุกระดับมาอุดหนุนจนแน่นร้านทุกวัน โดยขายตั้งแต่ 06.00-18.00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด
เดือน สุดชู อายุ 49 ปี เจ้าของร้านวิเชียรก๋วยเตี๋ยว บอกว่า ดั้งเดิมเป็นชาวพิจิตร หลังแต่งงานกับสามี ชื่อ วิเชียร เป็นชาวขอนแก่น ก็ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่นี่ด้วยการยึดอาชีพทำธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือสอง แต่ถูกลูกค้าโกง ซื้อรถแล้วไม่ยอมจ่ายเงิน เห็นว่าอาชีพนี้ไม่ค่อยมั่นคง หากยังขืนทำต่อไปโอกาสเจ๊งมีสูงแน่ จึงหันมาขายก๋วยเตี๋ยวชามละ 10 บาทแทน เพราะคิดว่าราคา 10 บาทลูกค้าทุกระดับสามารถเดินเข้ามานั่งรับประทานได้ทุกคน จึงเช่าที่ดินในบริเวณสี่แยกถนนหน้าเมืองตัดกับถนนเหล่านาดี ห่างจาก สนามกีฬากลางขอนแก่นประมาณ 300 เมตร เดือนละ 8,000 บาท
เดือน บอกต่อว่า เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวธรรมดา 10 บาท แถมน้ำเปล่าดื่มฟรีเป็นเวลานาน 12 ปี ที่อยู่ได้และมีกำไรเลี้ยงครอบครัวจนทุกวันนี้เพราะยึดความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ เนื้อและลูกชิ้น รวมถึงเส้นก๋วยเตี๋ยวต้องได้คุณภาพและสะอาดถูกหลักอนามัย แม้ว่าวัตถุดิบพาเหรดปรับราคาขึ้นทุกปีอ้างสารพัดปัญหา แต่ทางร้านไม่อาจจะขึ้นราคาก๋วยเตี๋ยวได้ เพราะเห็นใจลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษาและวัยรุ่นที่เพิ่งเข้าทำงาน
“การลงทุนตกวันละ 5,000 บาท จ่ายค่าแรงคนงานซึ่งมีอยู่ 5 คน คนละ 250-300 บาทต่อวัน ซึ่งก็ยอมรับว่าในแต่ละวันเมื่อหักทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ออกไปแล้วก็ยังมีกำไรถึงมากมาย แต่ถูกใจลูกค้าร้านก็อยู่ได้ เพราะหากขึ้นราคาแพง 30-35 บาทเหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวอื่นๆ ทำให้ลูกค้าหนีหาย” เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยววิเชียร กล่าว
ทั้งนี้ เช่นเดียวกับร้านขายข้าวแกง 10 บาท ซึ่งเป็นร้านที่สอง ตั้งอยู่ริมถนนบ้านตูมการเคหะ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น เจ้าของร้านชื่อ ป้าทองใบ เสนาหนอก อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80/1 บ้านตูม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งมี ชลธิชา ลูกสาวป้าทองใบคอยเป็นลูกมือขายให้กับลูกค้า เปิดขายตั้งแต่ 07.00 น. บ่ายโมงก็หมด ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาวและคนทำงาน
ชลธิชา บอกว่า มารดาเปิดร้านขายอาหารข้าวราดแกงมาตั้งแต่เดือน ส.ค. 2554 และขายในราคา 10 15 และ 20 บาท มาโดยตลอด ส่วนการลงทุนนั้นประมาณวันละ 500700 บาท แต่ก็ขายอาหารมีกำไรทุกวันแม้ไม่มากแต่ครอบครัวไม่อดอยาก ไม่ต้องเป็นหนี้
“วัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารขึ้นราคาทุกชนิด แต่แม่ไม่ขึ้นราคา เพราะหากขายแพงก็จะไม่มีลูกค้ามากิน คาดว่าจะขายอาหารราคาดังกล่าวต่อไป ที่สำคัญจะยึดคุณภาพอาหารเป็นหลัก ไม่เห็นแก่ผลกำไร ไม่ซ้ำเติมเพื่อนมนุษย์แอบขึ้นราคาตามกระแสเพราะหวังผลกำไร แต่ร้านเราไม่ทำ ซึ่งในแต่ละวันจะปรุงอาหารขายวันละ 810 อย่าง โดยเปิดขายตั้งแต่ 07.0013.00 น. ก็ขายหมด” ชลธิชา กล่าว
ขณะที่ จ.นครปฐม ก็พบว่ามีร้านอาหารชื้อ “ร้านคนทำกิน” หรือที่ชาวนครปฐมรู้จักกันดีคือ “ร้านข้าวต้มบาทเดียว” ตั้งอยู่เลขที่ 39 ถนนเหนือวัง ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม ด้านหลังมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ หรือตำรวจภูธรภาค 7 เก่า โดยเป็นร้านเดียวที่ขายข้าวต้มบาทเดียว ส่วนกับข้าวอย่างละ 10 บาท ขายมา 10 ปี เป็นขวัญใจนักศึกษาศิลปากรและคนทำงานต่างแห่มากินแน่นทุกวัน
สมชาย เหลืองอมรนารา อายุ 41 ปี เป็นเจ้าของร้าน เล่าความเป็นมาว่า เมื่อกว่า 10 ปี สมัยที่ยังเป็นหนุ่ม ต่อสู้ชีวิตมามากมายกับภรรยา คือ สำเริญ ภู่ห้วย อายุ 38 ปี เป็นช่างแอร์บ้าน แต่ก็ไม่รุ่ง วันหนึ่งได้ไปออกโต๊ะจีนที่ จ.เชียงใหม่ แล้วเห็นป้ายข้าวต้มบาทเดียวติดอยู่ข้างทาง เลยมีแนวคิดว่าน่าจะนำมาเปิดร้านที่นครปฐมบ้าง โดยยังไม่มีใครกล้าเปิด ใหม่ๆ ก็ทำอาหารให้เลือก มีอยู่ 10 อย่าง เป็นกับข้าว ข้าวต้มที่มีขายกันตามร้านทั่วไป จานละ 10 บาททุกอย่าง ส่วนข้าวต้มขายถ้วยละ 1 บาท ถ้าเป็นข้าวสวยจะขาย 2 บาท ส่วนน้ำแข็งเปล่าและน้ำฟรี
“ตลอดระยะเวลา 10 ปี ลูกค้ามาอุดหนุนกันแน่นร้านทุกวัน แม้ว่าขึ้นค่าข้าวต้ม 2 บาทเมื่อ 3 ปีที่แล้วเพราะข้าวสารแพง ข้าวสวย 3 บาท แต่กับข้าวยังคงเดิม คือจานละ 10 บาททุกอย่าง แถบยังให้เลือกหลากหลายกว่า 20 อย่าง ส่วนน้ำแข็งและน้ำยังบริการฟรีเหมือนเดิม” สมชาย กล่าวย้ำ
ปัจจุบันร้านอาหารราคาถูกขายสวนกระแสของแพง ขายแบบย้อนยุค กำลังกลายเป็นขวัญใจลูกค้าทุกระดับ เพราะรสชาติอาหารคุณภาพไม่แพ้ร้านอาหารหรือเหลาใหญ่ๆ เลย ที่สำคัญท้องอิ่มจ่ายเงินน้อย







