
คนคูคตร้องได้เงินชดเชยไม่เท่ากัน
ชาวบ้านคูคต-ลำลูกกา ปทุมธานีปิดถนนประท้วงเงินชดเชยน้ำท่วม 2 หมื่นบาท ได้ไม่เท่าเทียมกัน
ชาวบ้านคูคต-ลำลูกกา ปทุมธานีปิดถนนประท้วงเงินชดเชยน้ำท่วม 2 หมื่นบาท ได้ไม่เท่าเทียมกัน
ชาวบ้านต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี กว่า 100 คน รวมตัวปิดถนนลำลูกกา บริเวณปากทางเข้าซอยลำลูกกา 21 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ทั้ง 3 เลน เพื่อเรียกร้องเรื่องเงินช่วยเหลือน้ำท่วม จำนวน 20,000 -40,000 บาท ที่ต้องเข้าตามหลักเกณฑ์น้ำท่วมเสียหายทั้งหลัง และบางส่วน ซึ่งมีชาวบ้านจากหมู่บ้านในเขต ต.คูคต จากหลายหมู่บ้านที่ได้รับเงินช่วยเหลือน้ำท่วมจำนวนดังกล่าว ฯ ที่ไม่เท่ากัน บางรายได้กว่า 20,000 บาท บางรายได้ไม่กี่พันบาท
ทั้งที่บ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันหรืออยู่ติดกัน ชาวบ้านจึงเรียกร้องขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องระงับการจ่ายเงินน้ำท่วมในส่วนนี้ก่อน แล้วให้ส่งเรื่องในการพิจารณาการจ่ายเงินใหม่อีกครั้ง และต้องการให้นำเรื่องส่งรัฐบาลให้พิจารณาการจ่ายเงินในส่วนของชาวบ้านเขตอ.ลำลูกกา ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมแทบทั้งสิ้น โดยขอให้จ่ายเงินในจำนวนที่เท่ากัน 20,000 บาท เพื่อความเสมอภาคของคนในชุมชนที่มีความแครงใจในการจ่ายเงินที่ไม่เท่ากันดังกล่าว
ด้าน นางมาลี ดิษฐ์สะเกตุ อายุ 67 ปี หมู่บ้านร่มเย็น เลขที่ 27/92 ม.5 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ชาวบ้านไม่ได้รับความเป็นธรรมเกี่ยวกับที่ทางรัฐบาลมอบเงินช่วยเหลือเรื่องน้ำท่วมในวงเงิน 20,000 บาท โดยจะมีการพิจารณาว่าใครสมควรได้เท่าไร โดยทางเทศบาลคูคต จะมีการจ่างเงินงวดแรกในวันจันทร์ ที่ 21 พ.ค. โดยมีการประกาศภายในหมู่บ้านว่าใครได้เท่าไร ซึ่งเมื่อเข้าไปดูก็พบว่า ตนเองได้รับเงินแค่ 2,500 บาท ซึ่งจริงๆแล้ว บ้านหลังอื่นที่อยู่ใกล้กัน บางคนได้ 10,000 – 40,000 บาท ซึ่งมันแตกต่างกันมากโดยสิ้นเชิง จึงได้รวบรวมชาวบ้านที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมมาร้องเรียนที่เทศบาลคูคต แต่ก็ไม่มีใครออกมาช่วยเหลือจึงได้เดินทางออกมาปิดถนนดังกล่าว
อย่างไรก็ตามต่อมานายเมธา ใจบริสุทธิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองคูคต เข้าเจรจาชี้แจงกับทางชาวบ้าน แต่ชาวบ้านก็ไม่ยินยอม จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคตเข้าเจรจาขอให้ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลฯ รับเรื่องร้องเรียนและเขียนลายชื่อของชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนให้กับทางเจ้าหน้าที่เทศบาลฯ และยืนยันว่าจะมีการส่งเรื่องของพิจารณาเงินช่วยเหลือใหม่ให้กับทางรัฐบาลพิจารณาใหม่อีกรอบ โดยทางเทศบาลฯ จะนำหลักฐานเก่าที่เคยสำรวจมาส่งมอบยื่นต่อไป ทางชาวบ้านจึงยอมขยับม๊อบมาเจรจาและคุยกันบนริมทางเดิน โดยใช้เวลาในการเจรจานานกว่า 2 ชั่วโมง การจราจรในเส้นทางดังกล่าวจึงสามารถใช้งานได้เป็นปกติ







