
ไทยเจ้าภาพประชุมWEFเอเชียตะวันออกขยายร่วมมือเศรษฐกิจ
ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมWEF ระหว่าง 30 พ.ค.-1 มิ.ย. ขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ขณะที่ประเทศยักษ์ใหญ่ตอบรับกว่า 26 ชาติ
ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมWEF ระหว่าง 30 พ.ค.-1 มิ.ย. ขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ขณะที่ประเทศยักษ์ใหญ่ตอบรับกว่า 26 ชาติ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมเพื่อเตรียมการเป็นเจ้าภาพการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลกว่าด้วยเอเชียตะวันออก (WEF) ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 30 พ.ค. – 1 มิ.ย. 2555 ว่า การประชุมครั้งนี้ มีหัวข้อหลัก 3 เรื่อง คือ 1.การทบทวนรูปแบของภูมิภาคในโลกยุคใหม่ 2.การรับมือกับความเสี่ยงในภูมิภาค และ 3.การบรรลุการเชื่อมโยงในภูมิภาค ซึ่งเป็นต่อยอดจากการประชุมภายใต้หัวข้อหลักการแสวงหาวิธีคิดและการจัดการรูปแบบใหม่กับโลกที่กำลังเปลี่ยนไป ที่เมืองดาวอส ในเดือนก.พ.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การจัดเตรียมงานค่อนข้างมีความคืบหน้าเกือบสมบูรณ์100% และมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงานกว่า 700 คน ซึ่งมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีผู้นำจาก 4 ประเทศสนใจยืนยันเข้าร่วมประชุม ได้แก่ เจ้าชายคอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัลคอลิฟะห์ นายกรัฐมนตรีบาห์เรน นายซูซิโล บับบัง ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย พล.อ.เต็ง เส็ง ประธานาธิบดีพม่า และนายทองสิง ทัมมะวง นายกรัฐมนตรีสปป.ลาว
ทั้งนี้ ผู้นำของพม่าและสปป.ลาว จะใช้โอกาสนี้เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการด้วย สำหรับผู้ร่วมประชุมเป็นระดับรัฐมนตรี จาก 26 ประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย บรูไน อินเดีย สิงคโปร์ นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนจากองค์กรเอกชน อาทิ ผอ.การค้าโลก เลขาธิการอังค์ถัด (UNCTAD) คณะผู้บริหารเอดีบี และผู้แทนจากไอเอ็มเอฟ และซีอีโอบริษัทเอกชนชั้นนำจำนวนมาก
อย่างไรก็ดี การประชุมครั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความคาดหวังจะใช้โอกาสนี้สร้างความเชื่อมั่นและขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ รวมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และประชาสัมพันธ์ของไทยผ่านสื่อต่างชาติ ทั้งนี้ กำหนดการประชุมในวันที่ 30 พ.ค. จะจัดให้มีกิจกรรมเสวนาแบบแบ่งกลุ่มใน 5 สาขา ได้แก่ การท่องเที่ยว สารสนเทศและการสื่อสาร สาธารณสุข การเกษตร และพลังงาน
ส่วนวันที่ 31 พ.ค. นายกฯจะเป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน ในหัวข้อเกี่ยวข้องกับการกำหนดอนาคตในภูมิภาคเพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจ รวมทั้งเป็นเจ้าภาพในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ที่หอประชุมกองทัพเรือ โดยผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด จะเดินทางออกจากสถานที่ประชุมร.ร.แชงกรีล่า ไปยังหอประชุมกองทัพ โดยเรือของกองทัพเรือ และวันที่ 1 มิ.ย. จะมีการประชุมตลอดทั้งวัน อย่างไรก็ตาม ในส่วนการรักษาความปลอดภัย ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ให้การดูแลอารักขาความปลอดภัยกับบุคคลที่มาร่วมประชุมและภายในงานอย่างเข้มแข็ง







