
ปูไม่ปิดโอกาสตู่นั่งรมต.
นายกฯ ไม่ปิดโอกาส จตุพร นั่งรมต. ขอถกทีมกฎหมายก่อน ปัดตอบทักษิณ จ่อสมัคร สมาชิกพรรคเพื่อไทย ซัดระบบทะเบียนราษฎร์ล่ม เนื่องจากใช้ระบบเก่า มีปัญหาตั้งแต่ปี 53
นายกฯ ไม่ปิดโอกาส จตุพร นั่งรมต. ขอถกทีมกฎหมายก่อน ปัดตอบทักษิณ จ่อสมัคร สมาชิกพรรคเพื่อไทย ซัดระบบทะเบียนราษฎร์ล่ม เนื่องจากใช้ระบบเก่า มีปัญหาตั้งแต่ปี 53
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ให้พ้นสมาชิกภาพการเป็นส.ส. ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทยหรือไม่ คงต้องไปปรึกษากับทีมกฎหมายของพรรคก่อน ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรีต้องขอดูความเหมาะสม และจังหวะเวลา ซึ่งได้มีการติดตามผลงานของคณะรัฐมนตรีมาโดยตลอด ขณะที่นายจตุพร มีความเหมาะสมในการนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ต้องขอดูรายละเอียดก่อน แต่ส่วนตัวเห็นว่า นายจตุพร เป็นคนมีความตั้งใจ มีความสามารถ ซึ่งก็ต้องกลับไปดูว่า จะให้อยู่ในตำแหน่งใด ซึ่ง ยังบอกไม่ได้ในขณะนี้ขอเวลาให้รัฐบาลทำงานก่อน
ทั้งนี้ปฎิเสธที่จะตอบคำถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมาสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทยหรือไม่
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาระบบทะเบียนราษฎร์ทั่วประเทศเกิดเหตุขัดข้อง และล่ม จนไม่สามารถให้บริการแก่ประชาชนได้วานนี้ว่า ปัญหาเกิดจากอุปกรณ์มีการใช้งานมานานกว่า 8 ปี ทั้งนี้ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ระบบใหม่ยังไม่สามารถที่จะนำมาเปลี่ยนกับชุดเก่าได้เนื่องจากติดอยู่ในขั้นการตรวจสอบการจัดซื้อของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือปปช. ซึ่งจะต้องรอความเห็นว่า จะให้หน่วยงานราชการดำเนินการอย่างไรต่อไป ขณะเดียวกันความเสียหายของภาครัฐที่ใช้ระบบเดิม ซึ่งมีความเสี่ยงมาก เบื้องต้นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทางกระทรวงมหาดไทยได้นำระบบข้อมูลสำรองมาใช้แก้ปัญหาในระยะสั้นก่อน ส่วนการแก้ปัญหาในระยะยาว ต้องฟังความเห็นในเชิงกฎหมายว่าทางราชการจะทำอย่างไร ซึ่งเป็นคดีร้องเรียนในการจัดซื้อจัดจ้างในสมัยปี 2553 ซึ่งเป็นของรัฐบาลที่ผ่านมา
ด้านนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันในวันนี้จะสามารถให้บริการแก่ประชาชนได้ตามปกติ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการขุดลอกคูคลอง ซึ่งตนได้ติดตามอยู่ และได้ให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งความคืบหน้าการบริหารจัดการข้อมูลน้ำที่ต้นน้ำจะมีความชัดเจนต้นเดือนมิ.ย.นี้ ส่วนเรื่องของงบปประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างตามโครงการป้องกันปัญหาอุทกภัยมีความคืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ70 ยังเหลือต้องติดตามเร่งรัดอีกร้อยละ30 อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่า จะสามารถแล้วเสร็จทันการรับปริมาณน้ำในแต่ละพื้นที่ และเชื่อว่า สถานการณ์น้ำในปีนี้จะดีกว่าปีที่ผ่านมา
ส่วนความคืบหน้าการขุดลอกคูคลองในกรุงเทพมหานครนั้น ผู้ว่าฯ กทม.ได้รายงานว่า ยังพบปัญหาการสรรหาผู้รับเหมา เนื่องจากมีการแข่งขันการขุดลอกคูคลองทั่วประเทศ ทั้งนี้จะต้องเร่งรัดให้ดำเนินการแล้วเสร็จโดยเร็ว







