
คนละหมัด
หลังจากที่กระแส “ซ้าย” ขึ้นมามีปากมีเสียงในยุโรปแบบชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นมาดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดี
โดย...ธนพล ไชยภาษี
หลังจากที่กระแส “ซ้าย” ขึ้นมามีปากมีเสียงในยุโรปแบบชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นมาดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศส และการได้เสียงเลือกตั้งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรรคไซรีซา พรรคการเมืองฝ่ายซ้ายจัดของกรีซ ซึ่งคาดว่าในการเลือกตั้งใหม่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ พรรคไซรีซาอาจจะคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายด้วยการชูนโยบายฉีกแผนรัดเข็มขัดทิ้ง
การขึ้นมาของทั้ง ออลลองด์ และกระแสนิยมของพรรคไซรีซาในกรีซที่กำลังมาแรงนั้น ถือเป็นเสียงสะท้อนถึงความรู้สึกของชาวยุโรปที่ชัดเจนที่สุด ที่กำลังต่อกรและต่อต้านการบริหารของฝ่ายการเมืองและนายทุน ที่เมื่อพอถึงสถานการณ์วิกฤตก็โยนบาปให้ประชาชนรับเคราะห์ไป โดยเฉพาะแผนการรัดเข็มขัดที่รัฐบาลทั่วยุโรปกำลังนำมาบังคับใช้นั้น กำลังสร้างความเจ็บปวดให้กับประชาชนอย่างมากที่สุด ทั้งๆ ที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นในวิกฤตหนี้นั้นมีต้นตอสาเหตุมาจากบรรดานายทุนทั้งนั้นครับ
หากยังพอจำกันได้ ก่อนหน้านี้กรีซไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากจะต้องรับความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดยกรีซต้องแลกกับการใช้นโยบายประหยัดอย่างที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการตัดลดสวัสดิการทั่วประเทศ ลดจำนวนลูกจ้างรัฐ ลดค่าแรง ลดโน่นลดนี่ แต่จะขึ้นภาษีอีกหลายรายการ ประชาชนกำลังถูกทำให้กลายเป็นแพะรับบาปในวิกฤตหนี้ไป
แต่ขณะนี้เสียงของประชาชนกำลังได้รับการตอบสนองมากขึ้นครับ ด้วยการเทเสียงเลือกตั้งให้กับฝ่ายซ้ายดังที่เห็นชัดเจนทั้งในฝรั่งเศสและกรีซ และก็เริ่มได้ผลเสียด้วย เมื่อเยอรมนีชาติที่ทรงอิทธิพลที่สุดของกลุ่มยูโรโซน เริ่มที่จะมีท่าทีอ่อนลงแล้ว โดยจะยอมเปลี่ยนเงื่อนไขให้กับกรีซมุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น ไม่ต้องรัดเข็มขัดเพียงอย่างเดียว
ต้องไม่ลืมครับว่าเยอรมนีมีท่าทีแข็งกร้าวและชัดเจนมาโดยตลอดว่ากรีซต้องรัดเข็มขัดอย่างนั้นอย่างนี้ จนไม่คิดถึงว่าหากกรีซมัวแต่ประหยัดแล้วเศรษฐกิจจะเติบโตได้อย่างไร ในเมื่อจะมีคนตกงานกันทั้งประเทศ
ส่วนที่ฝรั่งเศส ออลลองด์ ผู้นำคนใหม่ก็ประกาศกร้าวมาแล้ว ถ้ายุโรปไม่เปลี่ยนเงื่อนไขรายละเอียดในสนธิสัญญาวินัยการคลังฉบับใหม่ที่แต่เดิมจะมุ่งเน้นให้ชาติสมาชิกสหภาพยุโรปเอาแต่มุ่งรัดเข็มขัด ไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย ฝรั่งเศสก็จะไม่มีทางยอมรับรองสนธิสัญญาฉบับนี้อย่างแน่นอน
ทั้งท่าทีจากกรีซและฝรั่งเศส ถือว่ามีผลต่อความเป็นเอกภาพของยูโรโซนและค่าเงินยูโรอย่างยิ่ง เพราะถ้ากรีซยอมอัปเปหิตัวเองออกจากยูโรโซน ชะตากรรมของยุโรปและค่าเงินยูโรเองก็จะเน่าไม่ต่างจากกรีซไปเหมือนกัน
และถ้าหากฝรั่งเศสประเทศทรงอิทธิพลอันดับ 2 ของกลุ่มไม่ยอมรับรองในสนธิสัญญาวินัยการคลัง ก็จะสะเทือนถึงความเป็นหนึ่งเดียวของสหภาพยุโรปทั้งภูมิภาคครั้งใหญ่ไม่แพ้กันด้วย
ต้องบอกว่าตอนนี้เสียงจากฝ่ายซ้าย เสียงจากแรงงานผู้เสียภาษีกำลังเป็นต่อ เยอรมนีและบรรดานักการเมืองที่อยู่ในอำนาจต้องปรับกระบวนท่ากันครั้งสำคัญแล้วครับ







