
มท.ลั่นเอาผิดหากพบกทม.ต่อสัญญาบีทีเอสผิดกม.
มท.2 อัด กทม.ต่อสัญญาบีทีเอสไม่บอกมหาดไทย อ้างแต่กฤษฎีกา ลั่นเอาผิดเฉียบขาดหากทำผิดกม.
มท.2 อัด กทม.ต่อสัญญาบีทีเอสไม่บอกมหาดไทย อ้างแต่กฤษฎีกา ลั่นเอาผิดเฉียบขาดหากทำผิดกม.
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สส.กทม. พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสด ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงกรณีที่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นส่วนราชการที่อยู่ในสังกัดของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งไปต่อสัญญารถไฟฟ้าบีทีเอส โดยวิสาหกิจของกรุงเทพฯ คือ บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด กับบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี ทางกรุงเทพมหานครได้รายงานต่อกระทรวงมหาดไทยก่อนหรือไม่ และประเด็นดังกล่าวทางกระทรวงมหาดไทยรับทราบและได้อนุญาตหรือไม่
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า สัญญาสัมปทาน ระหว่าง กทม.กับ บริษัทบีทีเอสซี ข้อ 27.1 ระบุว่าหากบริษัทประสงค์จะขอให้ กทม. ขยายอายุสัญญาสัปทานดังกล่าว บริษัทต้องแจ้งความประสงค์ไปยังกรุงเทพมหานคร และในเวลาไม่มากกว่า 5 ปีและไม่น้อยกว่า 3 ปีก่อนวันสิ้นสุดสัญญา และต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐมนตรีมหาดไทยก่อน แต่สัปดาห์ที่ผ่านมามีการต่อสัญญาสัมปทานแล้ว ทั้งที่ยังไม่ครบตามที่สัญญากำหนดไว้
นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงว่า ทางกทม.ไม่แจ้งเรื่องการต่อสัญญาดังกล่าวกับ กระทรวงมหาดไทย เพราะเขาถือว่าเป็นอิสระ เมื่อมีประเด็นก็อ้างกฤษฎีกา ระบุให้เขาทำได้ โดย กทม. ถือเป็นเมืองพิเศษที่มีความอิสระ แต่การลงทุน กทม.ใช้เงินซึ่งเป็นภาษีของประชาชนทั่วทั้งประเทศ อย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดตนเองไม่ได้ดูแลโดยตรง จึงขอเอกสาร เพื่อจะนำไปดำเนินการต่อไป
นายจิรายุ ถามต่อว่า กรณีที่ กทม. ให้บริษัทกรุงเทพธนาคม ซึ่มีฐานะวิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร ไปทำสัญญากับบริษัทบีทีเอสซี แทนการทำสัญญาโดยตรงนั้น เป็นการเลี่ยงเงื่อนไขที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ (พ.ร.บ.ร่วมทุน) และ พ.ร.บ.ว่าด้วย ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (พ.ร.บ.ฮั้ว) ใช่หรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ในความเห็นของกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานครสามารถทำได้หรือไม่
นายชูชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ถือว่าผิด แม้ทุกหน่วยงานของรัฐอ้างคำตัดสินของกฤษฎีกา แต่มันขัดกับความรู้สึกของสังคม ซึ่งปัญหาในทำนองนี้เคยเกิดขึ้นเหมือนกรณีของการประปาส่วนภูมิภาค จึงจะขอนำเอกสารจากผู้ตั้งกระทู้ไปดำเนินการตรวจสอบต่อไป หากพบว่าเป็นการดำเนินการอย่างผิดกฎหมาย ในฐานะผู้ดูแลกทม.จะดำเนินการอย่างเฉียบขาดต่อไป
ทั้งนี้ ระหว่างการตั้งกระทู้ถามสดส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ประท้วงการตั้งกระทู้ของนายจิรายุ ว่าเป็นการกระทู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย ซึ่งเข้าลักษณะข้อห้ามของการตั้งกระทู้ ดังนั้นกระทู้นี้สมควรที่จะต้องตกไป อย่างไรก็ตามประธานที่ประชุมได้วินิจฉัยให้มีการอภิปรายต่อ แต่ห้ามอภิปรายในส่วนที่เป็นข้อกฎหมาย







