
เยอรมนีต้องผ่อนท่าที
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ของสหรัฐแสดงความเห็นว่า ถึงแม้ตอนนี้อาจจะเป็นเรื่องที่สายเกินแก้แล้วสำหรับการป้องกัน
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ของสหรัฐแสดงความเห็นว่า ถึงแม้ตอนนี้อาจจะเป็นเรื่องที่สายเกินแก้แล้วสำหรับการป้องกัน
ไม่ให้กรีซผิดนัดชำระหนี้และออกจากกลุ่มยูโรโซน แต่ทว่ายุโรปยังพอมีเวลาที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤตหนี้ในกรีซไม่ให้ลุกลามออกไปจนฉุดรั้งเศรษฐกิจภูมิภาคและโลกได้อยู่
ทว่าสิ่งแรกที่เหล่าผู้นำยุโรปต้องดำเนินการก่อนคือการสร้างความชัดเจนว่า ท้ายที่สุดจะเน้นแนวทางการแก้วิกฤตแบบไหนระหว่างการรัดเข็มขัดหรือมุ่งสร้างการเติบโต
ทั้งนี้ แม้ว่าขณะนี้จะมีผู้วิพากษ์วิจารณ์ต่อแผนรัดเข็มขัดที่ใช้อยู่เป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่มีการนำเสนอแนวทางที่สามารถนำมาใช้ปฏิบัติจริงได้เลย เนื่องจากกลุ่มนักวิจารณ์เหล่านี้ไม่ได้ระบุต่อไปว่า หากจะหันมาสร้างการเติบโตแทนแล้วประเทศที่มีหนี้จะระดมเงินจากแหล่งไหน เนื่องจากบรรดาประเทศที่เป็นหนี้ เช่น สเปน อิตาลี โปรตุเกส ต่างขาดความน่าเชื่อถือและขาดศักยภาพในสายตาผู้ให้กู้ยืมไปหมดแล้ว
แต่ถึงกระนั้น ในมุมมองของสื่อชื่อดังแดนลุงแซมเห็นว่า สิ่งที่ควรได้รับการใส่ใจต่อการแก้วิกฤตคือภัยอันตรายจากการใช้แผนรัดเข็มขัดในกลุ่มประเทศเกินดุลและมีเศรษฐกิจเข้มแข็ง โดยเฉพาะเยอรมนี ที่มีการตัดลดค่าจ้างในช่วงปี 2551-2554 กว่า 2% เพื่อรักษาระดับความสามารถในการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ไว้ เนื่องจากในประเทศอื่นๆ มีการลดค่าจ้างลงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะสเปนที่ลดลงถึง 8.5% ในช่วงเดียวกัน
หากทุกอย่างยังดำเนินต่อไปเช่นนี้จะไม่เป็นผลดีต่อประเทศที่เป็นหนี้ เนื่องจากจะไม่สามารถเพิ่มการส่งออก จนทำให้การเติบโตเป็นไปได้อย่างยากลำบาก
ฉะนั้น สิ่งที่ต้องดำเนินการแก้ไขก่อนคือ เยอรมนีต้องเปลี่ยนทีท่าใหม่ โดยหันมากระตุ้นการบริโภคจากภายในเพื่อให้ประเทศที่เป็นหนี้มีตลาดส่งออกมากขึ้นและสร้างการเติบโตได้ แม้ว่าแนวทางดังกล่าวจะถูกต่อต้านจากกลุ่มการเมืองภายในประเทศบ้างก็ตาม เพราะนี่คือก้าวย่างที่จะผลักดันให้วิกฤตที่เป็นอยู่ได้เดินหน้าไปข้างหน้าได้บ้าง







