
กัดฟันกดสินค้า
เอกชนยอมเป็นครั้งสุดท้ายหลังจากโดนมา41หน/กล่อม200รายตรึงราคา4เดือน
เอกชนยอมเป็นครั้งสุดท้ายหลังจากโดนมา41หน/กล่อม200รายตรึงราคา4เดือน
หอการค้าฯ วอนรัฐ สั่งตรึงราคาครั้งนี้ครั้งสุดท้าย หลังโดนแล้ว 41 ครั้ง ด้าน “บุญทรง” กล่อมสินค้า 200 ราย ตรึง 4 เดือน
นายวิชัย อัศรัสกร กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทย กล่าวว่า ทุกรัฐบาลใช้วิธีการแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพง โดยขอความร่วมมือให้ภาคเอกชนตรึงราคามาโดยตลอด นับตั้งแต่รัฐบาลขอความร่วมมือตรึงราคามา รัฐบาลจากพรรคการเมืองทุกพรรคจนถึงครั้งนี้ ได้ขอให้ตรึงราคาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 41 แล้ว แต่ละครั้งขอให้ตรึงราคา 3-6 เดือน ซึ่งที่ผ่านมาเอกชนยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ ก็พร้อมที่จะช่วย แต่ที่ตรึงไม่ได้รัฐต้องเปิดทางให้มีการหารือ โดยเฉพาะหลังจากพ้นระยะ 4 เดือนครั้งนี้ (15 พ.ค.-15 ก.ย.) ไปแล้ว ก็ไม่ควรมาขอให้ตรึงราคาอีก ควรจะปล่อยให้กลไกตลาดทำงาน
นายบุรินทร์ ธนถาวรลาภ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการข้าวถุงยังไม่ยื่นขอปรับราคา เพราะราคาจำหน่ายในตลาดปัจจุบันข้าวถุงบรรจุ 5 กก. ขายราคา 108-230 บาท ยังต่ำกว่าราคาเพดานสูงสุดของกรมการค้าภายในที่กำหนดไว้ 250 บาท
ด้านนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงผลการหารือร่วมกับผู้ผลิตสินค้ากว่า 200 ราย ในทุกกลุ่มสินค้าทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ในชีวิตประจำวัน วัสดุก่อสร้าง กระดาษ และบริภัณฑ์ขนส่ง ซึ่งมีจำนวนสินค้าครอบคลุมตลาดกว่า 90% ว่าผู้ประกอบการทั้งหมดยอมให้ความร่วมมือตรึงราคาสินค้า 4 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. จนถึงวันที่ 15 ก.ย.นี้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพประชาชน
ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้เสนอให้ใช้เงินเหรียญหมุนเวียนในระบบตลาดมากขึ้น เพื่อช่วยชะลอการปรับขึ้นราคาสินค้า เพราะที่ผ่านมามีราคาสินค้าบางรายการปรับเพิ่มขึ้นทีละ 5-10 บาท ซึ่งสูงเกินต้นทุนที่แท้จริง เช่น ข้าวไข่เจียวขึ้นจาก 5 บาท เป็น 10 บาท ทั้งที่ราคาไข่ไก่เพิ่มไม่กี่สิบสตางค์ เพราะอ้างไม่มีเงินเหรียญทอนให้ ดังนั้นหลังจากนี้กระทรวงพาณิชย์จะเสนอไปยังกระทรวงการคลังให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวต่อไป
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า มีแผนจะให้มีการรณรงค์ให้ประชาชนใช้เงินเหรียญในการซื้อสินค้า โดยจะสร้างเป็นค่านิยมขึ้นมา เพราะการปรับขึ้นราคาสินค้าปัจจุบันมีการขยับขึ้นสูงเกินจริง โดยอ้างเรื่องเงินเหรียญไม่เพียงพอเป็นหลักและส่งผลกระทบไปถึงอัตราเงินเฟ้อให้สูงขึ้นเกินความเป็นจริง แต่หากสามารถทำให้ประชาชนใช้เงินเหรียญมากขึ้น ก็จะช่วยให้ราคาสินค้าไม่ปรับสูงขึ้นมากและเป็นไปตามกลไกตลาด
สำหรับอาหารปรุงสำเร็จ ในสัปดาห์หน้าจะเรียกประชุมคณะอนุกรรมการ กำกับดูแลราคาอาหารปรุงสำเร็จ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำกับดูแลอาหารปรุงสำเร็จก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้เป็นสินค้าควบคุมอีกครั้ง ส่วนมาตรการกำกับดูแลจะเริ่มจากเบาไปหนัก เบื้องต้นจะยังไม่คุมราคา แต่ใช้ประกาศราคาแนะนำก่อน







