posttoday
ขยับเข้ามาอีกนิด พท.เตรียมพิชิตสสร.

ขยับเข้ามาอีกนิด พท.เตรียมพิชิตสสร.

16 พฤษภาคม 2555

ปิดฉากประชุมมาราธอน 15 วันกับการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญของที่ประชุมร่วมรัฐสภา ในวาระ 2

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

ปิดฉากประชุมมาราธอน 15 วันกับการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญของที่ประชุมร่วมรัฐสภา ในวาระ 2 โดยสุดท้ายเสียงข้างมากยังยืนยันตามร่างแก้ไขของกรรมาธิการ พร้อมนับถอยหลังรอเงื่อนเวลาอีก 15 วันตามรัฐธรรมนูญ ก่อนจะเคาะลงมติในวาระที่ 3

กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ “ยกแรก” ตามปฏิทินที่วางไว้น่าจะเสร็จสิ้นได้ประมาณต้นเดือน มิ.ย. เมื่อเสียงข้างมากในที่ประชุมร่วมรัฐสภายืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดทางตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมารับไม้ต่อลุยยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับต่อไป

จากนี้จึงเป็นช่วงพักยกให้หายใจหายคออีกอย่างน้อย 15 วัน ก่อนบรรยากาศการเมืองจะดุเดือดขึ้นอีกรอบ กับความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในขั้นตอนการสรรหา ส.ส.ร. เมื่อฝ่ายการเมืองต้องดันคนของตัวเองเข้าไปให้อยู่ใน 99 ส.ส.ร.ให้มากที่สุดเพื่อกำหนดทิศทางรัฐธรรมนูญ

ขยับเข้ามาอีกนิด พท.เตรียมพิชิตสสร.

เพราะอย่าลืมว่า “อำนาจ” ของ ส.ส.ร. ตามที่บัญญัติไว้ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีมากเสียจนถูกเปรียบเปรยว่ารัฐสภาเซ็น “เช็คเปล่า” ให้ ส.ส.ร.มีอิสระยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เต็มที่ ห้ามเพียงแค่การแตะต้องเนื้อหาในหมวดสถาบันพระมหา กษัตริย์เท่านั้น

ท่ามกลางข้อสังเกตกระบวนการสรรหา ส.ส.ร.ครั้งนี้ถูกล็อกไว้แล้วหลายชั้น

โดยเฉพาะมาตรา 4 ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... ด้วยการเพิ่มเนื้อหาในมาตรา 291/1 ถึง 291/17 ที่กำหนดรายละเอียดคุณสมบัติของ ส.ส.ร.

ไล่ดูตั้งแต่ 291/1 จำนวนและสัดส่วน ส.ส.ร. สุดท้ายลงตัวที่ 99 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนจังหวัดละ 1 คน และมาจากการสรรหา 22 คน จากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย 6 คน รัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ 6 คน ผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การ บริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย หรือการร่างรัฐธรรมนูญ 10 คน

แม้ครั้งหนึ่งในชั้นที่ประชุมกรรมาธิการ เสียงข้างมากจากพรรคเพื่อไทยจะเพลี่ยงพล้ำ ถูกกรรมาธิการเสียงข้างน้อยอย่างพรรคประชาธิปัตย์พลิกชนะโหวต ส.ส.ร. ให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง จำนวน 200 คน ในรูปแบบของการเลือกตั้งวุฒิสภาปี 2543 ตามรัฐธรรมนูญ 2540 ก่อนจะมีการใช้เสียงข้างมากมาเปลี่ยนกลับเป็นแบบเดิม

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากกำหนดเป็นสัดส่วนอื่นที่ไม่ใช่ 99 คน การคุมทิศทาง ส.ส.ร.ของฝ่ายการเมืองที่ต้องการเข้าไปแทรกแซงย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคำนวณคร่าวๆ ฐานเสียงในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานของพรรคเพื่อไทยอยู่ที่ประมาณ 54 จังหวัด เมื่อรวมกับ 22 เสียง จากสัดส่วนการสรรหา รวมเป็น 76 เสียง ซึ่งคิดเป็นเสียง 3 ใน 4 ของจำนวน ส.ส.ร.ทั้งหมด 99 คน

ตอกย้ำด้วยมาตรา 291/6 ที่กำหนดให้สภาของสถาบันอุดมศึกษา องค์กรภาคเศรษฐกิจสังคม และองค์กรภาคเอกชนแต่ละแห่ง คัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติมาเป็น ส.ส.ร. ในสัดส่วนประเภทละไม่เกิน 22 คน ซึ่งมาตรานี้ในที่ประชุมมีการอภิปรายเป็นห่วงการให้อำนาจประธานรัฐสภาในขั้นตอนการเลือก ส.ส.ร.ส่วนนี้

ตั้งแต่ให้อำนาจประธานรัฐสภาเป็นผู้กำหนด องค์กรภาคเศรษฐกิจ และองค์กรภาคเอกชน ว่าจะเป็นองค์กรใดบ้าง นอกจากนี้ยังให้อำนาจประธานรัฐสภาแต่งตั้งคณะกรรมการ 15 คน ตรวจสอบคุณสมบัติ ก่อนจะส่งกลับมาให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาภายใน 15 วัน เพื่อลงมติคัดเลือก ดังนั้น ถึงแม้ขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นการลงมติในชั้นรัฐสภา แต่ทว่าตั้งแต่ขั้นต้นกระบวนการสรรหา กระบวนการคัดเลือก ทุกอย่างล้วนแต่มี “ต้นทาง” มาจากประธานรัฐสภา ซึ่งชัดเจนเป็นคนจากฝั่งรัฐบาล ย่อมกลั่นกรองบุคคลที่จะมาเป็น ส.ส.ร.ชั้นแรก และปิดเกมด้วยเสียงข้างมากในรัฐสภา

ขยับเข้ามาอีกนิด พท.เตรียมพิชิตสสร.

อำนาจประธานรัฐสภาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังมีมากกว่านั้น เมื่อในมาตรา 291/13 ระบุให้อำนาจประธานรัฐสภา “วินิจฉัย” ว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ ส.ส.ร.ร่างนั้น ไม่เป็นไปตามข้อห้ามตามมาตรา 291/11 วรรค 5 ที่ระบุว่า “ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็น การเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐจะกระทำไม่ได้” หรือไม่

แม้ในมาตรานี้สมาชิกรัฐสภาจะสงวนคำแปรญัตติและอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ทั้งเสนอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ หรือใช้ที่เสียงประชุมรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาแทนประธานรัฐสภา แต่สุดท้ายเสียงข้างมายังยืนยันตามร่างกรรมาธิการให้เป็นดุลพินิจของประธานรัฐสภา

อีกประเด็นสำคัญคือระยะเวลาในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญของ ส.ส.ร. ตามมาตรา 291/11 ที่กำหนดให้แล้วเสร็จใน 180 วัน ขณะที่มีเสียงทักท้วงว่าอาจน้อยเกินไปสำหรับพิจารณากฎหมายสูงสุดของประเทศ พร้อมขยายเวลาออกไป แต่สุดท้ายเสียงส่วนใหญ่ยังยืนยันที่ 180 วัน

มาจนถึงที่ไม่ปิดช่องสำหรับการร่างรัฐธรรมนูญรอบใหม่หากร่างรัฐธรรมนูญรอบนี้ต้องสะดุด เพราะในมาตรา 291/16 ระบุว่า หากทำร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จ ครม. หรือ สส. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือ สส.และ สว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 สามารถเสนอญัตติต่อรัฐสภาเพื่อให้มีมติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกได้

ที่น่าสนใจคือประเด็นความเป็นห่วงของสังคมที่กลัวว่า ส.ส.ร.จะไปจับในเรื่องล่อแหลม ทั้งการรื้อองค์กรอิสระ ตุลาการ หรือองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ หรือการหมกเม็ด เพิ่มเนื้อหาให้มีผลลบล้างคดีให้ใครบางคนในช่วงที่ผ่านมา อย่างที่เคยมีสัญญาณ จากคนในฝั่งพรรคเพื่อไทย

สมาชิกรัฐสภาส่วนหนึ่งจึงเสนอแปรญัตติเพิ่มหลายมาตรา ให้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจนในร่างรัฐธรรมนูญ ปิดทางไม่ให้ ส.ส.ร.ทำเรื่องเหล่านี้ แต่แน่นอนสุดท้ายก็แพ้โหวตจนตกไป

หากลองแงะเนื้อหาการอภิปรายตลอด 15 วันที่ผ่านมา ออกจากการประท้วงไร้สาระ ประชดประชัน เสียด สี เหน็บแนม ด่าทอกันหยาบคายกลางสภา ก็จะพบปมเงื่อนงำที่ซ่อนอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ไม่ว่าจะเป็นการเปิดช่องให้การเมืองเข้าไปแทรกแซง ท่ามกลางกระแสข่าวว่ามีการกำหนดกรอบล็อกสเปก ส.ส.ร.บางคนไว้แล้ว ไปจนถึงประเด็นร้อนที่เปิดช่องให้ ส.ส.ร.จะเข้าไปรื้อองค์กรอิสระ ตุลาการ หรือลบล้างความผิดให้ใครบางคนที่ผ่านมา

กระบวนการการคัดเลือก ส.ส.ร. ซึ่งจะเป็นคนรับลูกจากรัฐสภาเพื่อไปเดินหน้าสานต่อภารกิจให้สำเร็จลุล่วง จึงเป็นห้วงเวลาที่เปราะบางทางการเมืองที่สำคัญ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท