
คุก 13 ปี แก๊งพม่าค้ามนุษย์
ศาลอุทธรณ์ พิพากษาจำคุก 13 ปี 6 เดือน แก๊งพม่าลวงเพื่อนร่วมชาติ ทำงานแกะหัวกุ้ง สุดท้ายบังคับเป็นลูกเรือประมง
ศาลอุทธรณ์ พิพากษาจำคุก 13 ปี 6 เดือน แก๊งพม่าลวงเพื่อนร่วมชาติ ทำงานแกะหัวกุ้ง สุดท้ายบังคับเป็นลูกเรือประมง
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 15 พ.ค. นี้ ศาลได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีค้ามนุษย์ ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้องนายกะต้อง อายุ 39 ปี , นายเมด็อก อายุ 34 ปี และนายโมน อายุ 43 ปี ทั้ง 3 เป็นชาวพม่า ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์ ,หน่วงเหนี่ยวกักขัง และต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่
ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 52 ระบุความผิดจำเลยว่า เมื่อเดือน ก.ค.-3 ส.ค. 52 จำเลยทั้ง 3 กับพวกที่ยังหลบหนี ได้ออกอุบายหลอกลวงผู้เสียหายหายคนซึ่งเป็นชาวพม่าให้เข้ามาทำงานรับจ้างแกะหัวกุ้งที่ จ.สมุทรสาคร โดยจะมีรายได้วันละ 200 – 300 บาท แต่พวกจำเลยกับพาผู้เสียหายไปกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ในห้องเช่าที่ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี แล้วบังคับขู่เข็ญให้ทำงานเป็นลูกเรือประมงหลายวันโดยไม่ได้รับค่าจ้างแล้วก็นำตัวมากักขังหน่วงเหนี่ยวไว้เรื่อยมา นอกจากนี้พวกจำเลยยังได้เรียกเงินค่าไถ่จากญาติของนายจอวินทู หนึ่งในผู้เสียหายจำนวน 15,000 บาท ซึ่งญาติของนายจอวินทู ได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดต่อเด็กเยาวชนและสตรี(ปดส.)เข้าทำการจับกุมพวกจำเลยได้ ซึ่งพวกจำเลยได้ทำการปฏิเสธ
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องพิพากษาให้ทำคุกนายกะต้องจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 16 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 ให้จำคุก 19 ปี จำเลยยื่นอุทธรณ์คัดค้าน
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษาหารือแล้ว เห็นว่า พยานโจทก์ มีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยาน เบิกความยืนยัน พฤติการณ์และสามารถจดจำใบหน้าของพวกจำเลยได้อย่างแม่นยำซึ่งจำเลยมีลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดจริง ข้อต่อสู้จำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้พิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยที่ 1 รวม14 ปี 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 – 3 ให้จำคุกคนละ 13 ปี 6 เดือน
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 15 พ.ค. นี้ ศาลได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีค้ามนุษย์ ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้องนายกะต้อง อายุ 39 ปี , นายเมด็อก อายุ 34 ปี และนายโมน อายุ 43 ปี ทั้ง 3 เป็นชาวพม่า ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์ ,หน่วงเหนี่ยวกักขัง และต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่
ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 52 ระบุความผิดจำเลยว่า เมื่อเดือน ก.ค.-3 ส.ค. 52 จำเลยทั้ง 3 กับพวกที่ยังหลบหนี ได้ออกอุบายหลอกลวงผู้เสียหายหายคนซึ่งเป็นชาวพม่าให้เข้ามาทำงานรับจ้างแกะหัวกุ้งที่ จ.สมุทรสาคร โดยจะมีรายได้วันละ 200 – 300 บาท แต่พวกจำเลยกับพาผู้เสียหายไปกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ในห้องเช่าที่ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี แล้วบังคับขู่เข็ญให้ทำงานเป็นลูกเรือประมงหลายวันโดยไม่ได้รับค่าจ้างแล้วก็นำตัวมากักขังหน่วงเหนี่ยวไว้เรื่อยมา นอกจากนี้พวกจำเลยยังได้เรียกเงินค่าไถ่จากญาติของนายจอวินทู หนึ่งในผู้เสียหายจำนวน 15,000 บาท ซึ่งญาติของนายจอวินทู ได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดต่อเด็กเยาวชนและสตรี(ปดส.)เข้าทำการจับกุมพวกจำเลยได้ ซึ่งพวกจำเลยได้ทำการปฏิเสธ
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องพิพากษาให้ทำคุกนายกะต้องจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 16 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 ให้จำคุก 19 ปี จำเลยยื่นอุทธรณ์คัดค้าน
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษาหารือแล้ว เห็นว่า พยานโจทก์ มีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยาน เบิกความยืนยัน พฤติการณ์และสามารถจดจำใบหน้าของพวกจำเลยได้อย่างแม่นยำซึ่งจำเลยมีลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดจริง ข้อต่อสู้จำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้พิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยที่ 1 รวม14 ปี 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 – 3 ให้จำคุกคนละ 13 ปี 6 เดือน







