
รวบแก๊งโจ๋เมืองกรุงปล้นทรัพย์ทำร้ายคน
ตำรวจนครบาลจับแก๊งวัยรุ่นก่อเหตุปล้นทรัพย์-ทำร้ายประชาชนในพื้นที่กทม. สารภาพเน้นบริเวณปายรถเมล์-สะพานลอย
ตำรวจนครบาลจับแก๊งวัยรุ่นก่อเหตุปล้นทรัพย์-ทำร้ายประชาชนในพื้นที่กทม. สารภาพเน้นบริเวณปายรถเมล์-สะพานลอย
พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.น1 แถลงผลตำรวจสืบสวนนครบาล1จับกุมคนร้ายปล้นทรัพย์ผู้ต้อหา3คนคือนายธีรภัทร แร่อร่าม อายุ 19 ปี นายธนาดล หรือตั้ม กาญจนกุล อายุ 19 ปี และนายคมสัน หรือหมี รักพลเมือง อายุ 19 ปี พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ที่ใช้ในการก่อเหตุ 1 คัน , อาวุธมีด 1 เล่ม และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
พล.ต.ต.พชร กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 เม.ย. เวลา 00.30 น. ได้มีคนร้าย 5 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน ร่วมกันใช้อาวุธมีดปล้นทรัพย์โทรศัพท์ ยี่ห้อแบล็คเบอร์รี่ของนายณัฐดนัย เอกศิริ ที่สะพานลอยหน้าโรงพยาบาลพญาไท 2 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. ก่อนหลบหนีไป
นอกจากนี้ในคืนเดียวกันยังมีผู้เสียหายอีกรายคือนายทัศนัย วรศักดิ์ศิริกุล ซึ่งนั่งที่ป้ายรถประจำทาง หน้าตึกชินวัตร 1 ถนนพหลโยธิน ถูกคนร้ายใช้มีดไล่ฟันจนบาดเจ็บสาหัส และได้ชิงเอากระเป๋าสตางค์ภายในมีเงินสด 600 บาท ก่อนจะหลบหนีไป ต่อมาชุดจับกุมตรวจสอบพบว่าคนร้ายเป็นกลุ่มเดียวกัน พักอยู่ย่านศาลเจ้าพ่อเสือจึงติดตามตัวมาทำการสอบสวน
สำหรับแก๊งนี้มีชื่อว่า “อิสมอย แก๊งสไตล์” ซึ่งเป็นคำพูดที่ใช้กันในแก๊งแต่ไม่มีความหมายใด แก๊งนี้มีด้วยกัน 5 คน โดยมีนายคมกฤษ หรือแบงค์ และนายวุฒิ (ยังไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง) ที่หลบหนีไปอีก 2 คนร่วมด้วย
จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ที่ก่อเหตุไปนั้นตนไม่ได้ตั้งใจจะปล้นทรัพย์ แต่ทำไปเพราะเพื่อนมีเรื่องทะเลาะวิวาท ส่วนของกลางที่ได้นายคมกฤษ หรือแบงค์ และนายวุฒิ เป็นผู้เอาไป ซึ่งที่ผ่านมาได้ตระเวนปล้นทรัพย์มาแล้วหลายพื้นที่ จะเลือกเหยื่อที่อยู่ลำพังและเป็นสถานที่มืด เช่น ป้ายรถประจำทางหรือสะพานลอย โดยทำมาแล้วหลายครั้ง อาทิ ย่านปทุมวัน สะพานความ อนุสาวรีย์ชัย ศาลเจ้าพ่อเสือ และสนามหลวง ซึ่งในคืนที่ก่อเหตุดังกล่าว ทำมา 5 ครั้ง ในท้องที่ สน.ปทุมวัน 3 ครั้ง สน.บางซื่อ 1 ครั้ง และสน.พญาไท 1 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธโดยใช้ยานพาหนะฯ และร่วมกันข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั่นเอง หรือของผู้อื่น , ร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร นำส่ง สน.พญาไท ดำเนินคดี พร้อมทั้งจะทำการขยายผลต่อไป







