posttoday
เปิดแผนจับจอมหื่นโดเดลลิงกำมะลอล่อสาว

เปิดแผนจับจอมหื่นโดเดลลิงกำมะลอล่อสาว

14 พฤษภาคม 2555

โดย...วัสยศ งามขำ

โดย...วัสยศ งามขำ

อาชีพพริตตีเกิร์ลและนางแบบ เสี่ยงตกเป็นเหยื่อของเหล่านายหน้าแมวมองหื่นกามทั้งของจริงและของเก๊ จนตำรวจต้องออกมาเตือนสาวเจ้าทั้งหลาย

มูลเหตุมาจากคดีตำรวจกองปราบปรามจับกุม สัมฤทธิ์ ทองศรีแก้ว อายุ 29 ปี ซึ่งอ้างตัวเป็นโมเดลลิงให้แก่นิตยสารเพนต์เฮาส์ ประเทศสิงคโปร์ หลอกเหยื่อให้มาทดลองถ่ายแบบเทสต์หน้ากล้อง ก่อนจะข่มขืนบรรดาสาวๆ ที่หลงเชื่อไม่ต่ำกว่า 10 คน

แม้ว่าตำรวจกองปราบปรามจะจับตัวผู้ต้องหารายนี้ไว้ได้ แต่ตำรวจก็ยังเชื่อว่าคนร้ายลักษณะนี้ยังมีไม่น้อยที่แฝงตัวหากินกับการล่าสวาทอย่างผิดกฎหมายในรูปแบบเดียวกัน

คดีนี้เปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 2 พ.ค. เมื่อสาวๆ วัย 20-25 รวม 3 คน แจ้งความว่าพวกเธอถูกชายหนุ่มที่ใช้ชื่อในสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กว่า “ป๊ะป๋า เรืองแสง” หลอกลวงให้ไปถ่ายทำหนังเดโม หรือภาพยนตร์ตัวอย่างในรูปแบบของหนังปลุกใจเสือป่าติดเรตอาร์ แต่ไม่โป๊เปลือยโจ๋งครึ่มถึงเข้าขั้นเรตเอ็กซ์

หลอกเหยื่อว่า หากหนังที่ถ่ายทำไป “ผ่าน” จะมีการเซ็นสัญญาให้เป็นพริตตีไปขายไวน์ที่สิงค์โปร์ทุกๆ เดือนเป็นเวลา 1 ปี และจะได้ค่าจ้างวันละ 2 หมื่นบาท นอกจากนี้หากได้ถ่ายทำหนังก็จะได้ค่าตอบแทนถึง 4 แสนบาท

แต่ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะระหว่างการถ่ายทำพวกเธอกลับถูกข่มขืน โดยมีการบันทึกกล้องวิดีโอไว้ด้วย

คำให้การของหญิงสาวทั้งสามคนยังสำทับด้วยว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มาถ่ายทำครั้งนี้จะเป็นพริตตีสาวสวยที่รูปร่างและหน้าตาดี แต่ต้องการรายได้ที่เพิ่มขึ้นกว่าการไปยืนออกบูธตามห้างสรรพสินค้าที่ได้เงินเพียงวันละพันกว่าบาทเท่านั้น

คดีนี้ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. ให้ความสำคัญเพราะมีผู้เสียหายจำนวนมาก และเชื่อว่าน่าจะมีผู้เสียหายมากกว่านี้ ในที่สุดก็ได้สาวพริตตีที่เคยถูกหลอกเพิ่มขึ้นอีก 3 คน

ตำรวจสอบสวนพบว่า เหยื่อหลายรายรู้ชื่อจริงของ “ป๊ะป๋า เรืองแสง” ขณะที่การแกะรอยทางคอมพิวเตอร์ก็ไม่ใช่เรื่องยากนัก ในที่สุดไม่เกิน 1 วัน ตำรวจก็ได้ข้อมูลว่าคนร้ายที่อยู่ในคราบแมวมองบ้ากามรายนี้ชื่อ สัมฤทธิ์ ทองศรีแก้ว หนุ่มลูกจ้างบริษัทออร์แกไนเซอร์แห่งหนึ่งที่รับจัดอีเวนต์งานต่างๆ ตามห้างสรรพสินค้า จึงสนิทสนมกับสาวๆ พริตตีเกิร์ลเป็นพิเศษ

ปฏิบัติการรวบตัวผู้ต้องหาเริ่มขึ้นเมื่อรุ่งเช้าของวันที่ 9 พ.ค. ตำรวจวางแผนให้หญิงสาวหนึ่งในผู้เสียหายติดต่อหลอกล่อให้จอมหื่นออกมาเจอ ขณะที่ชุดสืบสวนก็แบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุด ใช้รถยนต์ 3 คัน ในการแกะรอย เพื่อเข้ารวบตัวผู้ต้องหา ซึ่งก็เป็นไปตามคาด สัมฤทธิ์ โผล่มาที่ร้านอาหารย่านลาดพร้าว

ตำรวจยังไม่บุ่มบ่ามจับกุมตัวทันที เพราะต้องการแกะรอยตามไปที่ห้องพักของเขา เพื่อเก็บหลักฐานต่างๆ และตามไปจนกระทั่งถึงวงศ์เจริญแมนชั่น ในซอยลาดพร้าว 130 แยก 2 เหยื่อสาวก็เดินตามขึ้นไปที่ห้องพักเลขที่ 507 ในขณะที่กำลังตำรวจแบ่งออกเป็น 3 ชุด ประกบ

การปฏิบัติงานครั้งนี้ตำรวจใช้แผน Contact and Cover คือเป็นยุทธวิธีการเข้าจับกุมตัวที่เน้นการป้องกันเหตุไม่คาดฝันเป็นหลัก เนื่องจากก่อนหน้านี้หญิงสาวแต่ละคนบอกว่าคนร้ายเคยคุยว่ามีอาวุธปืนพกติดตัว

ตำรวจได้รอให้เหยื่อปฏิบัติงานอย่างที่เตรียมตัวไว้ในห้องพัก คือให้ผู้ต้องหาจัดแจงติดตั้งกล้องให้เรียบร้อย จากนั้นให้ส่งสัญญาณมายังชุดสืบสวนผ่านทาง WhatsApp เนื่องจากก่อนหน้านี้รู้ดีอยู่แล้วว่าผู้ต้องหาไม่ให้เหยื่อใช้โทรศัพท์ขณะอยู่ในห้อง เมื่อสัญญาณถูกส่งเข้ามาในมือถือ ตำรวจก็เข้าชาร์จทันที ในสภาพที่คนร้ายใส่กางเกงขาสั้น และเปลือยเสื้อท่อนบน จับได้พร้อมของกลางจำนวนมาก เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง ฮาร์ดดิสก์เก็บข้อมูล 1 เครื่อง และกล้องวิดีโอพร้อมขาตั้ง

ล่าสุดตำรวจคุมตัว สัมฤทธิ์ ไปฝากขังที่ศาลอาญา 12 วัน และคัดค้านการประกันตัว เพราะเกรงว่าจะไปข่มขู่ผู้เสียหาย ล่าสุดมีผู้เสียหายเพิ่มเติมอีก 5 คน ทำให้มีผู้เสียหายรวมแล้วกว่า 10 คน

อย่าหลงคารมใครง่าย

ตำรวจฝากเตือนผู้หญิงที่อยากมีชื่อเสียงว่า อย่าหลงเชื่อคนที่พูดเก่ง และอย่าเห็นแก่เงินก้อนโตที่ถูกเสนอให้โดยที่ไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน

อย่างไรก็ตาม ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายที่มาในรูปแบบนี้น่าจะยังมีอยู่อีก เพราะคดีลักษณะนี้บางครั้งผู้เสียหายจะไม่กล้ามาแจ้งความ จึงอยากให้บรรดาสาวๆ ระวังตัวในการติดต่อทำงานในลักษณะนี้ เพราะมีตัวอย่างที่สาวๆ จำนวนมากตกเป็นเหยื่อเพราะความไว้เนื้อเชื่อใจเพียงครั้งคราวเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท