posttoday
จุดเปลี่ยนทางการเมืองของยูโรโวน...อาจลากยาววิกฤตหนี้สาธารณะ

จุดเปลี่ยนทางการเมืองของยูโรโวน...อาจลากยาววิกฤตหนี้สาธารณะ

14 พฤษภาคม 2555

จุดเปลี่ยนทางการเมืองหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีในฝรั่งเศส และการเลือกตั้งทั่วไปในกรีซ เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2555 กลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ย้ำความเสี่ยงของวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรป หลังจากที่ความพยายามในการดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดทางการคลัง ได้นำไปสู่วิกฤตทางการเมืองในเนเธอร์แลนด์ในช่วงปลายเดือน เม.ย. 2555 ที่ผ่านมา

จุดเปลี่ยนทางการเมืองหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีในฝรั่งเศส และการเลือกตั้งทั่วไปในกรีซ เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2555 กลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ย้ำความเสี่ยงของวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรป หลังจากที่ความพยายามในการดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดทางการคลัง ได้นำไปสู่วิกฤตทางการเมืองในเนเธอร์แลนด์ในช่วงปลายเดือน เม.ย. 2555 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าเสียงสะท้อนจากภาคประชาชนที่มีความไม่พอใจต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการจัดการกับวิกฤตหนี้ยุโรปที่ยืดเยื้อในช่วงหลายปีที่ผ่านมา (ซึ่งยังไม่สามารถนำมาสู่ผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม ณ เวลานี้) อาจไม่เพียงแค่นำไปสู่การเปลี่ยนตัวผู้นำทางการเมืองในฝรั่งเศสและกรีซ แต่อาจทำให้เสถียรภาพรัฐบาลของประเทศสมาชิกยูโรโซนหลายๆ ประเทศสั่นคลอนลงได้ในระยะเวลาข้างหน้า ไม่เว้นแม้กระทั่งเยอรมนีที่กำลังอยู่ในช่วงการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ก่อนที่จะนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งครั้งใหญ่ในปี 2556

ทั้งนี้ แรงกดดันที่นำไปสู่การเปลี่ยนตัวผู้นำทางการเมืองของประเทศสมาชิกยูโรโซน ทั้งที่วิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปยังไม่สิ้นสุดลง อาจนำไปสู่ประเด็นคำถามต่างๆ ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีมุมมองดังนี้ :

กรีซไม่น่าจะออกจากยูโรโซน ความเป็นไปได้ที่รัฐบาลผสมใหม่ของกรีซจะนำโดยพรรคฝ่ายซ้าย หรืออาจจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้งในเดือนหน้าเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ แอนโทนิส ซามาราส ผู้นำพรรค New Democracy ซึ่งได้รับคะแนนเสียงมากสุดจากการเลือกตั้ง คืนอำนาจในการจัดตั้งรัฐบาลให้กับประธานาธิบดีคาโรลอส ปาปูลิอาส หลังจากที่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลผสมได้ ดังนั้นพรรคไซริซา (SYRIZA) ที่เป็นพรรคฝ่ายซ้าย ซึ่งมีผลคะแนนเลือกตั้งสูงเป็นอันดับ 2 จะได้รับโอกาสถัดไปให้ทำการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่ง อเล็กซิส ซิปราส ผู้นำพรรคไซริซา ได้ปิดประตูการจัดตั้งรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ เนื่องจากจุดยืนของพรรคฝ่ายซ้ายนั้น มองว่าการทำข้อตกลงรับความช่วยเหลือทางการเงินจากสหภาพยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (EU/IMF) ไม่สามารถกอบกู้สถานการณ์วิกฤตของกรีซได้ ทั้งนี้ หากพรรคฝ่ายซ้ายไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็จะทำให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในเดือน มิ.ย.นี้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แม้จะมีการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาลกรีซ แต่การออกจากยูโรโซนเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับกรีซ และไม่น่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดของกรีซในการแก้ปัญหา ขณะที่รัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นใหม่ก็น่าจะเลือกที่จะคงสถานะยืนหยัดเป็นสมาชิกยูโรโซนต่อไป แม้การกลับไปใช้สกุลเงินเดิมอาจเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคการส่งออก แต่ระดับอัตราแลกเปลี่ยนใหม่ที่จะต้องอ่อนค่าลงไปมาก เพื่อสะท้อนความเปราะบางทางเศรษฐกิจและการคลังของประเทศ ก็อาจทำให้กรีซต้องแบกรับภาระหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น (ขณะที่การประกาศหยุดการชำระหนี้ก็ไม่น่าจะทำให้ปัญหาการคลังได้รับการเยียวยาโดยสมบูรณ์) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแนวโน้มการขาดดุลการคลังยังไม่สิ้นสุดลง

ดังนั้น แม้แนวนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่จะมีความแตกต่างไปจากรัฐบาลชุดเดิม แต่ความจำเป็นเฉพาะหน้าที่จะต้องประคับประคองสถานะทางการเงินการคลัง และความเชื่อมั่นของประเทศ ก็อาจทำให้การปรับเปลี่ยนเชิงนโยบายและจุดยืนที่มีต่อการขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากอียูหรือไอเอ็มเอฟ คงจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

การเปลี่ยนตัวผู้นำในฝรั่งเศส...ไม่น่าจะเปลี่ยนท่าทีของฝรั่งเศสที่มีต่อยูโรโซน คงต้องยอมรับว่าจุดยืนที่ไม่สนับสนุนมาตรการรัดเข็มขัดทางการคลังที่เข้มงวดในช่วงหาเสียงของ ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ผู้นำพรรคโซเชียลิสต์ (Socialist) ที่แตกต่างไปจาก นิโกลาส์ ซาร์โกซี ประธานาธิบดีและผู้นำพรรคยูเอ็มพี (UMP) นั้น ทำให้ออลลองด์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี และซาร์โกซีต้องกลายเป็นผู้นำยุโรปคนล่าสุด ที่ต้องพ้นจากตำแหน่งท่ามกลางสถานการณ์ที่ยืดเยื้อของปัญหาหนี้ในยุโรป

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ในช่วงหลังจากนี้คงจะต้องจับตาว่า การเปลี่ยนแปลงแนวนโยบายของออลลองด์ ที่ชูจุดยืนของการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้วยการชะลอแผนการลดการใช้จ่ายของภาครัฐของรัฐบาลชุดก่อนนั้น จะนำไปสู่การทบทวนแผนการปฏิรูประบบยูโรโซน ที่ อังเกลา แมร์เกิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และซาร์โกซี ประธานาธิบดีคนเก่า พยายามผลักดัน และ/หรือจะนำไปสู่การเจรจาต่อรองกับสมาชิกอื่นๆ ในยูโรโซน เพื่อปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน ESM หรือมาตรการกอบกู้วิกฤตหนี้ในรูปแบบอื่นๆ ในระยะข้างหน้าหรือไม่ เพราะเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า แม้ฝรั่งเศสจะคงสถานะเป็นสมาชิกยูโรโซน และไม่น่าที่จะเปลี่ยนท่าทีอย่างฉับพลันต่อยูโรโซน แต่การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของฝรั่งเศสในช่วงหลังจากนี้ คงจะมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรของประเทศไปเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนฝรั่งเศสเป็นสำคัญ

จับตาการเลือกตั้งในเยอรมนี ท่ามกลางทิศทางเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงในช่วงขาลง และวิกฤตหนี้ยุโรปที่มีโอกาสเพิ่มระดับความรุนแรงในระยะข้างหน้า ทำให้คะแนนนิยมที่มีต่อแมร์เกิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีคนปัจจุบัน ลดน้อยลงเรื่อยๆ ดังสะท้อนจากการแพ้การเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นในช่วงที่ผ่านมา

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แม้เยอรมนีจะเป็นประเทศสมาชิกยูโรโซนที่มีสถานะทางเศรษฐกิจ การเงินการคลังที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่ก็คงไม่สามารถปฏิเสธว่า การชูนโยบายหาเสียงของพรรคคู่แข่งที่แตกต่างไปจากจุดยืนของแมร์เกิล (ดังเช่นลักษณะการเลือกตั้งในฝรั่งเศส) ก็อาจทำให้แมร์เกิลต้องเผชิญกระแสการสั่นคลอนเสถียรภาพทางการเมืองระหว่างการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ก่อนที่จะนับถอยหลังเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหญ่ในปี 2556 ดังนั้นในช่วงหลังจากนี้ คงจะต้องติดตามประเด็นการกำหนดบทบาทของเยอรมนีในการต่อสู้กับวิกฤตหนี้ของยูโรโซน และความเต็มใจที่จะให้การสนับสนุนเม็ดเงินเข้าช่วยกอบกู้สถานการณ์วิกฤตของประเทศสมาชิกยูโรโซนอื่นๆ อย่างใกล้ชิดต่อไป

โดยประเด็นสำคัญ คือคะแนนเสียงในรัฐสภาที่จะกำหนดการดำเนินนโยบายของเยอรมนีต่อยูโรโซน

อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เยอรมนีคงจะไม่เปลี่ยนท่าทีของตนที่มีฐานะเป็นผู้นำยุโรป เพราะได้ฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ระดับหนึ่งแล้ว หากเยอรมนีถอยออกตอนนี้ ความน่าเชื่อถือก็จะเสื่อมหายไป

มาถึงจุดนี้ คงจะต้องติดตามพัฒนาการวิกฤตหนี้ต่อไป เพราะการเปลี่ยนตัวผู้นำทางการเมืองของประเทศสมาชิกหลายๆ ประเทศก็อาจทำให้มีความเสี่ยงที่จะต้องมีการเจรจาเพื่อหาจุดยืนร่วมกันรอบใหม่ ทั้งในเรื่องของแผนโรดแมป ยูโรโซน และรายละเอียดของเครื่องมือต่อสู้วิกฤตอื่นๆ อาทิ กองทุน ESM ซึ่งผู้นำคนใหม่อาจมีจุดยืนที่แตกต่างไปจากรัฐบาลเดิม

ดังนั้น พัฒนาการของวิกฤตหนี้ยุโรปที่ยังคงมีโอกาสพลิกผันสูง อาจเพิ่มแรงกดดันต่อค่าเงินยูโรและสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ในระยะข้างหน้า ท่ามกลางประเด็นความกังวลที่มาจากความเปราะบางทางเศรษฐกิจ การคลัง และภาคธนาคารของประเทศสมาชิกอื่นๆ ในยูโรโซน (โดยเฉพาะในสเปนและอิตาลี) ตลอดจนประเด็นเสถียรภาพทางการเมืองที่รวมถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อแมร์เกิล ในช่วงนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งครั้งใหญ่ของเยอรมนีในปี 2556 ซึ่งหากเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ในเยอรมนีแล้ว (แบบเดียวกับฝรั่งเศส) ก็อาจทำให้อนาคตของวิกฤตหนี้ยุโรปเผชิญสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท