posttoday
แม่น้ำโขงแล้ง กลุ่มความร่วมมือไหนช่วยได้?

แม่น้ำโขงแล้ง กลุ่มความร่วมมือไหนช่วยได้?

10 มีนาคม 2553

อิทธิพลทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทุกด้าน ไปจนถึงความคลุมเครือเรื่องการร่วมแบ่งปันข้อมูลที่ควรจะเป็นนี่เอง ที่ทำให้ไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด

อิทธิพลทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทุกด้าน ไปจนถึงความคลุมเครือเรื่องการร่วมแบ่งปันข้อมูลที่ควรจะเป็นนี่เอง ที่ทำให้ไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ปัจจุบันนี้เรามีกรอบความร่วมมือภายในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากนับสิบกลุ่ม ทั้งระดับภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นความร่วมมือทั้งในด้านการค้า การลงทุน การเมือง สังคม รวมไปถึงสิ่งแวดล้อม ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็มีกรอบแอคเมคส์ (Acmecs) ซึ่งตั้งขึ้นมารายล่าสุดเมื่อ 7 ปีก่อน กรอบจีเอ็มเอส (GMS) และเอ็มอาร์ซี (MRC)

ทว่า หลังจากแม่โขงเกิดภาวะเหือดแห้งที่สุดเป็นประวัติการณ์ กระทบทั้งสิ่งแวดล้อมและปากท้องของคนในวงกว้าง เรากลับไม่ได้ยินว่ามีกรอบความร่วมมือใดๆ ที่สามารถยื่นมือเข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง ทั้งที่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจต่างๆ ก่อนหน้านี้ออกจะหวานชื่น ทำให้หลายฝ่ายเกิดความสงสัยว่า บทบาทที่แท้จริงของบรรดากรอบความร่วมมือในลุ่มแม่น้ำโขงคืออะไร

เพื่อเศรษฐกิจ (เม็ดเงิน) ระดับชาติเท่านั้นหรือ

 

แม่น้ำโขงแล้ง กลุ่มความร่วมมือไหนช่วยได้?

ลองหันมาพิจารณากรอบความร่วมมือต่างๆ ในแถบลุ่มแม่น้ำโขงในวันนี้ ส่วนใหญ่ต่างเน้นความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจเป็นสำคัญ อาทิ กรอบแอคเมคส์ หรือชื่อเต็มว่ายุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ระหว่าง 5 ประเทศ คือ กัมพูชา ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม โดยเป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับอนุภูมิภาคที่ตั้งขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งและความหลากหลายของ 5 สมาชิก เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างสมดุล

แอคเมคส์นั้นริเริ่มขึ้นโดยฝ่ายไทยในระหว่างการประชุมอาเซียนนัดพิเศษที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2003 ก่อนจะมีการประกาศเป็นกรอบแอคเมคส์อย่างเป็นรูปธรรมระหว่างการประชุมที่เมืองพุกามของพม่าในปีเดียวกัน โดยเน้นไปที่ประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการสร้างฐานการผลิตตามชายแดนระหว่างไทยกับเพื่อนบ้านในด้านการเกษตร อุตสาหกรรม และการบริการ

หากหยิบยกโครงการสำคัญในกรอบนี้ขึ้นมา ก็มีตั้งแต่โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ตั้งแต่เส้นทาง R48 และ R67 ในกัมพูชา การสร้างสะพานแม่น้ำสายที่ 2 ในพม่า ทว่าที่หลายคนอาจจำได้มากที่สุดเพราะโด่งดังที่สุดเมื่อไม่นานมานี้ก็คือโครงการคอนแทรกต์ฟาร์มมิง ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายสินค้าเกษตรทั้งในระดับรัฐและเอกชนได้อย่างสะดวกเสรียิ่งขึ้นภายในภูมิภาค และยังมีโครงการเตรียมจัดตั้งกลุ่มผู้ค้าข้าว 5 ประเทศ ที่ยังอยู่ระหว่างการเจรจา

ส่วนอีกกลุ่มความร่วมมือที่สำคัญ คือ กรอบจีเอ็มเอส (Greater Mekong Subregion-GMS) ซึ่งเป็นกรอบความพัฒนาใน 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ประกอบด้วย ลาว พม่า ไทย กัมพูชา เวียดนาม และจีน โดยมีสปอนเซอร์หลักอย่างธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี)

โครงการที่เป็นรูปธรรมที่สุดอย่างหนึ่งในกรอบจีเอ็มเอส คือ ถนนเศรษฐกิจที่เชื่อมตะวันออกกับตะวันตก (EastWest Economic Corridor) หรือถนนเชื่อมเศรษฐกิจตะวันออกกับตะวันตกจากเมืองมะละแหม่งในพม่าไปยัง จ.ตาก และมุกดาหาร ไปยังจังหวัดสะหวันนะเขต ประเทศลาว ก่อนจะต่อไปยังกว่างจี ในเวียดนาม และเชื่อมต่อกับถนนหมายเลข 1 ซึ่งเป็นถนนหลักที่เชื่อมระหว่างภาคเหนือ กลาง และใต้

แน่นอนว่ากรอบความร่วมมือทั้งสองแห่งนี้สามารถช่วยพัฒนาและยกระดับความร่วมมือระหว่างกันได้มาก และสามารถสร้างเม็ดเงินได้อย่างมหาศาล

ทว่า กรอบความร่วมมือเหล่านี้กลับเน้นไปที่ประเด็นทางเศรษฐกิจมากกว่า จนไม่สามารถหยิบยกปัญหาภัยแล้งให้เป็นความรับผิดชอบภายใต้ความร่วมมือเหล่านี้ได้ และมักถูกโยนให้เป็นความรับผิดชอบของกรอบอื่นๆ ที่ดูแลโดยตรงมากกว่าแทน อาทิ คณะกรรมการลุ่มน้ำโขง (MRC) ของ 4 ประเทศสมาชิก ซึ่งประกอบด้วย ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งมักถูกโจมตีว่าไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งในแม่น้ำโขงได้ และแม้กระทั่งไม่สามารถขอความร่วมมือให้จีนเปิดเผยข้อมูลเรื่องการใช้น้ำในเขื่อน 4 แห่งตอนบนซึ่งเป็นที่คลางแคลงใจได้

อย่างไรก็ดี ที่ดูจะสำคัญกว่าเหตุผลเรื่องไม่ใช่ประเด็นเกี่ยวข้องโดยตรงก็คือ กลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเหล่านี้อาจไม่สามารถต้านทานเม็ดเงินมหาศาลจากการลงทุนของจีนได้

เพราะไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าอิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีนได้ทยอยเพิ่มมากขึ้นอย่างเหลือล้นในทุกๆ กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศแม่น้ำโขง

และในช่วงหลายปีมานี้ที่ไทยเกิดปัญหาทางการเมืองในประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ก็ได้กระทบกับกรอบความร่วมมือในแอคเมคส์ และจีเอ็มเอส โดยไม่มีโครงการใหม่ๆ ที่เป็นการริเริ่มโดยฝั่งรัฐบาลไทยเกิดขึ้นเลย

ขณะเดียวกันก็กลับนำไปสู่การค้าและการลงทุนของจีนกับเหล่าประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นแทน รวมไปถึงการลงทุน ช่วยเหลือ และร่วมมือด้านสาธารณูปโภคในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ถนนสาย R3 เชื่อมระหว่างจีน-ลาว-ไทย

เป็นอิทธิพลทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมจนนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น ยูคิโอะ ฮาโตยามา ไม่สามารถอยู่นิ่งได้ และได้เริ่มการประชุมสุดยอดความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่น-ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงไปเมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมเงินช่วยเหลือมหาศาลผ่านทางเอดีบีกว่า 5,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

เพราะอิทธิพลทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทุกด้าน ไปจนถึงความคลุมเครือเรื่องการร่วมแบ่งปันข้อมูลที่ควรจะเป็นนี่เอง ที่ทำให้ไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด หากประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะในระดับภาคประชาชนจะคลางแคลงใจ และต้องตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์แสนหวานระหว่างภาครัฐที่ไม่สอดคล้องกับปัญหาของภาคประชาชน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ