posttoday
รันทด"เปิดเทอมใหญ่"กระเป๋าแฟบทั่วไทย

รันทด"เปิดเทอมใหญ่"กระเป๋าแฟบทั่วไทย

13 พฤษภาคม 2555

สงสัยจะเป็นอุปทานหมู่กันทั้งประเทศ ที่คิดไปเองว่าข้าวของแพงทั้งแผ่นดิน แต่ถ้าเชื่อตามลมปากของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ออกมากล่าวอ้าง เห็นทีคนไทยต้องแปลงร่างเป็นพระโคกินหญ้ากินแกลบเป็นภักษาหาร

สงสัยจะเป็นอุปทานหมู่กันทั้งประเทศ ที่คิดไปเองว่าข้าวของแพงทั้งแผ่นดิน แต่ถ้าเชื่อตามลมปากของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ออกมากล่าวอ้าง เห็นทีคนไทยต้องแปลงร่างเป็นพระโคกินหญ้ากินแกลบเป็นภักษาหาร

แปลกแต่จริง...หากสินค้าราคาไม่ได้แพงอย่างที่กระทรวงพาณิชย์ชักแม่น้ำทั้งห้ารายงานตัวเลขบิดๆ เบี้ยวๆ เป่ารูหูท่านนายกฯ แล้วเหตุไฉนกระเป๋าสตางค์ของคนไทยจึงได้แฟบลงๆ อย่างผิดสังเกต

ไม่ใช่เฉพาะราคาอาหาร สินค้าอุปโภคและบริโภคที่พาเหรดขึ้นราคายกแผงเท่านั้นยังรวมถึงวิบากกรรมของพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องหาเงินจนหน้าเหี่ยวหน้าแห้งในช่วงเปิดเทอมที่ใกล้จะถึงนี้ ซึ่งราคาสินค้าแต่ละรายการล้วนมีราคาพุ่งสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาอย่างปฏิเสธไม่ลง

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยให้เห็นถึงความรันทดหดหู่ในหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่ต้องควักกระเป๋าส่งเสียบุตรหลานเข้าเรียน โดยทำการสำรวจผลกระทบของผู้ปกครองช่วงเปิดเทอม จำนวน 1,199 ตัวอย่าง ผลปรากฏว่า รายจ่ายค่าเล่าเรียนโดยรวมในปีนี้พุ่งทะลุ5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเฉลี่ยคนละ 7,142บาท ซึ่งสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 2554มากถึง 7%

ข้อมูลที่น่าใจหายยิ่งกว่านั้นคือ มูลค่ารายจ่ายที่พุ่งทะยานถึงกว่า 5 หมื่นล้านบาทนั้น นับเป็นตัวเลขที่ขึ้นสูงสุดในรอบ 3 ปี!

ผลสำรวจดังกล่าว ยังตอกย้ำถึงชีวิตขมขื่นของบรรดาผู้ปกครอง โดยจำนวนนี้ยอมรับว่ามีเงินไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมถึง 40.6% จำเป็นต้องบากหน้าไปหยิบหนี้ยืมสินญาติพี่น้อง 35.4% รองลงมา คือหันไปพึ่งโรงรับจำนำ 26.8% และต้องยอมเสี่ยงกับภาระดอกเบี้ยสุดโหดจากการกู้เงินนอกระบบ 26.3%

รันทด"เปิดเทอมใหญ่"กระเป๋าแฟบทั่วไทย

 

ขณะที่ วัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน ยอมรับว่า การปรับขึ้นค่าจ้าง300 บาท ได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าเครื่องแบบชุดนักเรียน ทำให้ภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น 8.5% แต่ขณะนี้ยังไม่มีผู้ผลิตรายใดขอปรับขึ้นราคา จึงมั่นใจว่าปีนี้ราคาจำหน่ายชุดนักเรียนจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อ2 ปีก่อน

นั่นคือคำอธิบายจากปากของอธิบดีกรมการค้าภายใน ทว่าเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ชนินทร์ รุ่งแสง สส.กรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะประธานกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงพื้นที่ย่านบางลำพู เขตพระนคร กทม. พร้อมเชิญตัวแทนจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และนางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯ กทม. ออกตะลุยตลาดเพื่อตรวจสอบราคาชุดนักเรียนและอุปกรณ์การศึกษา ว่าเป็นไปตามราคาที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศไว้ในเว็บไซต์หรือไม่

ผลปรากฏว่า คณะทำงานชุดดังกล่าวได้พบข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งที่ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิงกับคำยืนยันของอธิบดีกรมการค้าภายใน โดยสำรวจพบว่าราคาชุดนักเรียนแพงกว่าปกติอยู่ที่ 450 บาท แต่กระทรวงพาณิชย์กลับประเมินไว้แค่ 100-200 บาท เป็นอันว่ากระแสแพงทั้งแผ่นดินนั้น ประชาชนคงไม่ได้คิดไปเอง

แป๊ะเจี๊ยะสูบเลือด

เป็นที่รู้ๆ กันว่า นอกจากสินค้าในช่วงต้อนรับเปิดเทอมจะมีราคาแพง ทั้งเสื้อผ้า ชุดนักเรียน หนังสือที่แพงขึ้นถ้วนหน้า ยังมีค่าบำรุงโรงเรียน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันจนเป็นที่เข้าใจว่า “ค่าแป๊ะเจี๊ยะ” ที่คอยสูบเลือดผู้ปกครองมาตลอดทุกยุคสมัย

พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ประธานเครือข่ายพ่อแม่เยาวชน เพื่อการปฏิรูปการศึกษา และนายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ กล่าวว่า ปัญหาภาระค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมเป็นเรื่องที่ได้ยินผู้ปกครองบ่นให้ฟังทุกปี เพราะแม้รัฐบาลจะช่วยแบ่งเบา 5 รายการหลักพื้นฐาน คือ ค่าจัดการเรียนการสอนค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ ยังไม่รวมถึงค่าแป๊ะเจี๊ยะและค่าบำรุงโรงเรียนในรูปแบบต่างๆ ที่งอกขึ้นมา

“ค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองต้องแบกภาระ ไม่ใช่แค่ค่ารายการพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่าโรงเรียนกวดวิชาในวันเสาร์อาทิตย์ ถือเป็นค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง เพราะเด็กกำลังตกอยู่ในวงล้อมการแข่งขัน ช่วงชิงโอกาสที่ดีที่สุดมาเป็นหลักประกันในอนาคต ไหนจะเรื่องค่าแป๊ะเจี๊ยะที่ใครจะปฏิเสธได้ว่าไม่มี หรือเป็นแค่เรื่องที่คิดไปเอง โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลไม่ได้ออกมาตรการเข้มงวดที่จะจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง” พญ.กมลพรรณ ระบุ

ด้าน อภิเดช เดชวัฒนสกุล ผู้ปกครองนักเรียน ในฐานะสมาชิกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองฯ บอกว่า เงินอุดหนุนเรียนฟรีจากรัฐบาลนั้นแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองได้น้อยมาก บางโรงเรียนยังมีค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึง ในช่วงต้นเทอมอีกด้วย เช่น ได้รับรายงานมาจากเครือข่ายผู้ปกครองฯ ว่าโรงเรียนแถวย่านสำโรง เรียกเก็บค่าจัดการขยะ 300 บาท และค่าแม่บ้านอีก 300 บาท รวมอยู่ในค่าใช้จ่ายรายปีอีกด้วย และทุกๆ ปี ก็มักจะได้ยินเรื่องค่าใช้จ่ายในทำนองเดียวกันนี้ ทำให้ผู้ปกครองต้องเร่งเตรียมค่าใช้จ่ายเผื่อไว้ทุกครั้งที่เริ่มเปิดภาคเรียนใหม่

คนกรุงกลั้นใจรัดเข็มขัด

เล็ก แฟงเขียว อายุ43 ปี ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสตรีนนทบุรี เล่าว่า ถึงจะมีรายได้เบ็ดเสร็จจากการเปิดร้านขายเครื่องใช้ทองเหลืองถึงเดือนละ 2.5-3 หมื่นบาท แต่ก็ใช่ว่าจะดำรงชีพอยู่ได้สบายๆ เพราะต้องแบกภาระค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์และผักที่ราคาสูงขึ้น รวมถึงค่าก๊าซหุงต้ม ทำให้รายจ่ายครัวเรือนทั้งหมดสูงขึ้นตาม ทั้งยังต้องเก็บเงินล่วงหน้าถึง 3 เดือน เพื่อเป็นค่าเล่าเรียนให้ลูกสาวที่เตรียมขึ้นชั้น ม.3 ในการเปิดภาคเรียนนี้

เธอเล่าต่อว่า ชุดนักเรียนทั้งเสื้อและกระโปรง มีราคาสูงขึ้นจากเดิมที่จ่ายไม่เกิน 500 บาท แต่ขณะนี้ต้องจ่ายเงินถึงเกือบ 600 บาท แต่ยังโชคดีที่ไม่กระทบมากนัก เพราะมีลูกสาวเพียงคนเดียว ประกอบกับชุดนักเรียนเดิมยังสามารถใช้ได้ ขณะที่เพื่อนบ้านหลายคนเริ่มนำทองและเครื่องใช้ไฟฟ้าไปจำนำ เพราะหมุนเงินไม่ทัน เนื่องจากมีรายจ่ายมากเกินไป

ด้าน เกรียง ค้าไม้ อายุ 40 ปี ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กล่าวว่าทุกวันนี้ต้องแบ่งรายจ่ายออกเป็น 3 ส่วน คือ ค่าลงทุน ค่าใช้จ่ายประจำวัน และค่าเล่าเรียนลูก ซึ่งปกติเตรียมไว้ประมาณ 1 หมื่นบาทแต่เนื่องจากลูกขึ้นชั้น ม.1 ทำให้ต้องเปลี่ยนชุดนักเรียนใหม่ทั้งหมด จึงต้องเพิ่มเป็น 1.5หมื่นบาท และยังต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายรายวันให้ลูกจาก 80 บาท เป็น 100 บาท

“ต้องคอยสอนลูกอยู่เสมอในเรื่องการใช้จ่าย เพื่อให้เห็นค่าของเงินและลดการซื้อของฟุ่มเฟือยหรือพวกสินค้าแบรนด์เนม” เกรียง กล่าว

เกรียง ยอมรับว่า ทุกวันนี้อาหารประเภทกับข้าวใส่ถุงมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่เน้นเนื้อสัตว์จำพวกหมูและไก่ ราคาถีบสูงขึ้นถึง 30-40 บาทต่อถุง อาหารทะเลจาก 40 บาท เป็น 50 บาท ฉะนั้นต้องระมัดระวังไม่ใช้จ่ายฟุ้งเฟ้อเกินตัว

ขณะที่ เรณู เงินทุ่ง อายุ 40 ปี ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสตรีวรนาถ กล่าวว่า ค่าเสื้อและกระโปรงนักเรียนรวมค่าปักราคาประมาณ 640 บาท แต่ไม่รู้สึกกระทบมากนัก เพราะเป็นลูกค้าประจำจึงได้รับส่วนลด ส่วนรายจ่ายช่วงเปิดเทอมได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว โดยออมเงินไว้เป็นค่าเล่าเรียนตลอดทั้งปี พร้อมฝากถึงผู้ปกครองรายอื่นว่า ควรวางแผนใช้เงินให้รัดกุม

ต่างจังหวัดกระอัก

บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในต่างจังหวัดดูเหมือนจะคึกคักทั่วไทย แต่หารู้ไม่ว่าในใจของบรรดาผู้ปกครองเหล่านั้นอาจน้ำตาตกใน

อย่างเช่นที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งติดอันดับยากจนเป็นอันดับ 1 ของภาคอีสาน และเป็นอันดับ 2 ของประเทศ เหล่าพ่อแม่ผู้ปกครองผู้มีรายได้น้อยต่างแห่นำชุดนักเรียนเก่าไปปะชุนซ่อมแซมตามร้านเย็บผ้าริมทางเท้า เพราะไม่สามารถหาเงินไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ลูกได้ จึงต้องใส่ชุดเดิมไปตามยถากรรม ร้านตัดเย็บเสื้อผ้าริมทางเท้าในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ที่มีกว่า 20 ร้านจึงคึกคักเป็นพิเศษ

พูนทรัพย์ ประเสริฐศรี อายุ 40 ปี ผู้ปกครองรายหนึ่ง เล่าว่า ช่วงนี้ข้าวของแพงขึ้นเกือบทุกอย่าง จึงต้องประหยัดค่าใช้จ่าย โดยนำชุดนักเรียนเก่าของลูกมาเย็บและขยายขนาดให้สวมใส่ไปโรงเรียนได้ ซึ่งจะเสียค่าเย็บเพียงตัวละ 30 บาทเท่านั้น ถูกกว่าไปซื้อชุดใหม่ที่มีราคาตั้งแต่ชุดละ 300-1,000 บาท

เสงี่ยม โภคทรัพย์ อายุ 53 ปี ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า บอกว่า ช่วงนี้มีผู้ปกครองนำชุดนักเรียนเก่ามาให้ซ่อมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีรายได้ดีเฉลี่ยวันละ 300400 บาท จากปกติมีรายได้เพียงวันละ 100200 บาทเท่านั้น และคาดว่าจะมีผู้ปกครองนำชุดนักเรียนมาซ่อมจนถึงช่วงเปิดเทอม

สำหรับที่ จ.พิษณุโลก ผู้ปกครองแห่พาบุตรหลานไปเลือกซื้อชุดนักเรียนอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะย่านถนนนเรศวรและถนนเอกาทศรฐ แต่เมื่อสอบถามก็ทราบว่าผู้ปกครองหลายรายเลือกที่จะซื้อเพียง 12 ชุดเท่านั้น เพราะค่าใช้จ่ายโดยรวมทั้งหมดต่อบุตรคนหนึ่งจะตกประมาณ 4,000-5,000 บาทหากมีบุตร 2 คน ก็ต้องควักเงินถึง 1 หมื่นบาททีเดียว

ศิริวรรณ วงศ์อาสา ผู้ปกครองรายหนึ่ง กล่าวว่า ปีนี้ราคาเสื้อผ้านักเรียนขยับขึ้นกว่าเดิม ฉะนั้นเสื้อนักเรียนชุดเก่าที่ยังพอใช้ได้ก็ต้องใช้ของเดิมไปก่อนเพื่อเป็นการประหยัด

ขณะที่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี วรรณวิสาวงษ์สุวรรณ์ อายุ 25 ปี ประชาชนผู้หาเช้ากินค่ำรายหนึ่ง กล่าวอย่างกล้ำกลืนว่า ทุกวันนี้มีรายจ่ายค่าครองชีพสูงมาก แต่รายได้เท่าเดิม จนทำให้แบกรับภาระแทบไม่ไหว ยิ่งในช่วงใกล้เปิดภาคเรียนก็จำเป็นต้องแคะเศษเงินเหรียญที่เก็บสะสมไว้ทุกบาททุกสตางค์ ต้องจำใจทุบกระปุกออมสินของลูกเพื่อนำเงินเหรียญมาแลกเป็นเงินธนบัตร ก่อนจะแลกมาเป็นอุปกรณ์การเรียน

“ถึงจะมีนโยบายเรียนฟรีก็ช่วยได้แค่ส่วนหนึ่ง เพราะตัวเองมีอาชีพรับจ้าง รายได้แค่วันละ 270 บาท ยังไม่ถึงค่าจ้างขั้นต่ำเลย ไหนจะข้าวของแพง ทั้งไข่ น้ำมัน ค่าใช้จ่ายต่อวันก็ไม่พออยู่แล้ว ต้องหยิบยืมคนอื่นมาจ่ายค่าเล่าเรียนให้ลูก อยากให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาเรื่องปากท้องและน่าจะมีแนวทางช่วยเหลือมากขึ้นกว่านี้” เธอกล่าว

ความคับแค้นและขมขื่นใจของผู้ปกครองจะไม่สามารถปลดเปลื้องลงได้ ตราบใดที่รัฐบาล‌ยังไม่เข้าถึงหัวอกคนจน

 


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท