
เสียงสะท้อน
สัปดาห์นี้ รัฐบาลสาละวนอยู่กับการแก้ไขปัญหาของแพงและค่าครองชีพ งัดทุกสรรพกำลังและทุกมาตรการที่สรรค์สร้างขึ้นมาโดยฉับพลันในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทำเอาเก้าอี้ รมว.พาณิชย์สั่นสะเทือนกันเลยทีเดียว ทำให้กระแสสื่อทุกสำนักพุ่งเป้าความสนใจทิศทางแก้ปัญหาของรัฐบาล
สัปดาห์นี้ รัฐบาลสาละวนอยู่กับการแก้ไขปัญหาของแพงและค่าครองชีพ งัดทุกสรรพกำลังและทุกมาตรการที่สรรค์สร้างขึ้นมาโดยฉับพลันในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทำเอาเก้าอี้ รมว.พาณิชย์สั่นสะเทือนกันเลยทีเดียว ทำให้กระแสสื่อทุกสำนักพุ่งเป้าความสนใจทิศทางแก้ปัญหาของรัฐบาล
เริ่มต้นที่ ไทยรัฐ พาดหัวข่าวในประเด็นนี้ว่า “พาณิชย์แก้ของแพง ด้วยบัญชีดำ” นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบราคาตั้งแต่ต้นทางปลายทาง และตรวจสอบอย่างละเอียดถึงราคาที่พ่อค้าคนกลางเป็นราคา หากเกินความเป็นจริงจะต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายและการขึ้นบัญชีดำ พร้อมให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำเวิร์กช็อป เข้าร่วมลดค่าครองชีพทั้งระบบภายใน 1 เดือน
ฟาก เดลินิวส์ ให้ความสำคัญข่าวนี้เป็นข่าวนำ 1 พาดหัวว่า “ปู มั่นใจไตรมาส 4 เอาอยู่แน่! ค่าครองชีพลดลง” โดยจะต้องมีมาตรการในการประกาศสินค้าบางชนิดเป็นสินค้าควบคุม รวมถึงเร่งสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เปิดร้านค้าถูกใจให้ครบ 1 หมื่นแห่ง จากปัจจุบัน 7,000 แห่งโดยเร็วเพื่อให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติในไตรมาส 4
ในขณะที่ข่าวสดพาดหัวว่า “เปิดแล้วถูกทั้งแผ่นดิน87 ร้านทั่ว ปท.” โดยสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับคำสั่งการของนายกฯ ที่สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์จับตาดูราคาสินค้าและเร่งดำเนินโครงการร้านถูกใจ 1 หมื่นแห่งทั่วประเทศ รวมถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำสินค้าในสหกรณ์มาจำหน่ายในราคาถูก
ปิดท้ายที่ มติชน พาดหัวว่า “ธปท.ขยับจีดีพีปีนี้โต 6% ศก.ส่อไปโลด” โดยการนำเสนอประเด็นตรึงค่าครองชีพทั้งแพ็คเกจ อาทิ ค่าไฟฟ้าขึ้นไม่กระทบผลิตและเงินเฟ้อจีดีพีเพิ่มซึ่งเป็นสะท้อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวม โดยการแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพงนั้น นายกฯ ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์วิเคราะห์ต้นทุนสินค้าในขณะที่รองนายกฯ และ รมว.คลัง ให้ความเห็นว่าราคาสินค้าควรเป็นไปตามกลไกตลาด โดยรัฐมีหน้าที่เพียงป้องกันการบิดเบือนเท่านั้น







