
ยันปอร์เช่ซิ่ง280กม./ชม.
ตร.ชี้ปอร์เช่ซิ่งตีนผี 280 กม./ชม. ผลตรวจพบแอลกอฮอล์ในเลือดทั้งคู่
ตร.ชี้ปอร์เช่ซิ่งตีนผี 280 กม./ชม. ผลตรวจพบแอลกอฮอล์ในเลือดทั้งคู่
พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ตำรวจได้เชิญผู้จัดการบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ปอร์เช่มาตรวจสอบคดีอุบัติเหตุรถปอร์เช่ชนรถฟอร์จูนเนอร์บนทางด่วนพิเศษวิภาวดีรังสิต พบว่ามีความเป็นไปได้ที่ผู้ก่อเหตุอาจขับรถด้วยความเร็วสูงถึง 280 กม./ชม. ตามหลักฐานที่พบจากเข็มไมล์วัดความเร็ว เนื่องจากเป็นการชนอย่างรุนแรง ทำให้เข็มไมล์ค้างอยู่ ซึ่งสอดคล้องกับตำแหน่งเกียร์ของรถปอร์เช่ที่ค้างอยู่ในเกียร์ 6
คดีดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีนายไทฟ้า ชยวรประภา อายุ 54 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัดดี้ กรุ๊ป และเจ้าของโรงแรมบัดดี้ วิลเลจ ถนนข้าวสาร ซึ่งขับรถยนต์สปอร์ตยี่ห้อปอร์เช่ ชนกับรถฟอร์จูนเนอร์ของ พ.ต.ศักดิภัทร ปทุมารักษ์ บุตรชายนายชาญชัย ปทุมารักษ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และอดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ เสียชีวิตทั้งคู่
พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวว่า สำหรับผลการตรวจสอบรถฟอร์จูนเนอร์ที่ถูกชน พบว่าผู้ขับขี่แล่นมาด้วยความเร็วปกติ
นอกจากการตรวจสอบจากเข็มไมล์วัดความเร็วแล้ว ยังสามารถคำนวณได้จากกล้องวงจรปิด 16 ตัว ที่ติดตั้งไว้บนทางด่วน ซึ่งเมื่อคำนวณผลความเร็วออกมาจะได้ความเร็วใกล้เคียงกับที่เข็มไมล์วัดความเร็วชี้ รวมทั้งมีการคำนวณโดยใช้สมการกราฟเส้นตรงด้วย ไม่ได้ดูจากเข็มไมล์วัดความเร็วอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวว่า ผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในเลือด ทางสถาบันนิติเวชได้รายงานว่าทั้ง 2 คน มีการดื่มแอลกอฮอล์ แต่มีปริมาณแอลกอฮอล์ที่ต่างกันไป ซึ่งหากมีแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าผิดกฎหมาย
“หลังจากนี้จะนำเสนอให้พนักงานสอบสวนต่อไป ส่วนการจะกล่าวหาว่าใครประมาทมากน้อยอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับทางพนักงานสอบสวนด้วย” พล.ต.ท.จรัมพร กล่าว
ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่ารถฟอร์จูนเนอร์ได้เดินทางไปก่อนล่วงหน้ารถปอร์เช่ที่ขับมาด้วยความเร็วต่างกัน 1 นาที 32 วินาที หลังจากนั้นจึงมีรถมาสด้า 3 ขับตามหลังรถปอร์เช่ห่างกัน 1 นาที 8 วินาที ซึ่งเป็นสถานการณ์ก่อนที่รถทั้ง 3 คันจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น
สำหรับการตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบว่ามีร่องรอยความเสียหายเป็นระยะทางยาว โดยจุดที่ชนกับจุดที่กระทบ ทิ้งร่องรอยไว้ทั้งหมด 8 จุด เริ่มจากรถปอร์เช่ชนกับรถฟอร์จูนเนอร์ หลังจากนั้นมีการไถล ขณะที่รถมาสด้า 3 ซึ่งขับตามหลังมาก็ชนกับท้ายรถฟอร์จูนเนอร์ ทำให้รถฟอร์จูนเนอร์พลิกและไถลไปกับขอบกำแพง ซึ่งทิ้งร่องรอยเป็นเศษโครเมียมและทองแดง ส่วนรถมาสด้า 3 ได้ไถลไปฟาดกับเสา และไปหยุดนิ่งเลยรถปอร์เช่ จุดสุดท้ายคือ รถฟอร์จูนเนอร์มาหยุดชนเข้ากับท้ายรถปอร์เช่
ทั้งนี้ หลักฐานดังกล่าวเป็นขั้นตอนแรกในการตรวจสอบ หลังจากนี้จะมีการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์จากสีและร่องรอยที่เกิดขึ้นอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ผบ.ตร.จะมีการนำเทคโนโลยีตรวจจับความเร็วอัตโนมัติมาติดตั้งบริเวณทางด่วนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ หากพบผู้กระทำผิดจะส่งจดหมายไปให้เสียค่าปรับ







