posttoday
จะสร้างความเข้มแข็งให้รัฐบาล

จะสร้างความเข้มแข็งให้รัฐบาล

12 พฤษภาคม 2555

สถานการณ์ทางการเมืองช่วงนี้ ต้องจับตามองความเคลื่อนไหวของสมาชิกบ้านเลขที่ 111

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

สถานการณ์ทางการเมืองช่วงนี้ ต้องจับตามองความเคลื่อนไหวของสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่จะหลุดพ้นพันธนาการทางการเมือง 5 ปี ในวันที่ 30 พ.ค.ว่า จะกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ทางการเมืองได้อีกหรือไม่ รวมถึงแรงต้าน แรงเชียร์ภายในพรรคเพื่อไทยจะเป็นอย่างไร และที่น่าสนใจกว่านั้น คือกลุ่ม 111 คิดอย่างไร มีความพร้อมแค่ไหนในการเข้าไปทำงานทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทย น่าสนใจยิ่ง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ “วิชิต ปลั่งศรีสกุล” เลขาธิการมูลนิธิ 111 ไทยรักไทย ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ “โพสต์ทูเดย์” ถึงการรีเทิร์นของกลุ่ม 111 ว่า ทุกคนมีความพร้อมที่จะทำงานทางการเมือง แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐมนตรี และ 111 ทุกคน ไม่เคยมีใครบอกว่า จะต้องมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี ทุกคนบอกว่า ขอเข้าไปช่วยงานพรรคให้เข้มแข็ง ทำงานโดยไม่มีตำแหน่งก็ทำได้อยู่แล้ว

“วิชิต” มองว่า เมื่อ 111 พ้นโทษจะคืนสู่อำนาจรัฐ ก็เป็นความคาดหวังของสังคม สื่อมวลชน เพราะ 111 มีประสบการณ์ทางการเมืองสูง บริหารประเทศเยอะ จนเกิดความเชื่อมั่น ก็อยากให้มาทำงาน ซึ่งจริงๆ แล้ว 111 มีวัตถุประสงค์ในกลุ่มที่คุยกัน คือ เข้าไปช่วยเสริมงานของพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลบางส่วน

“เราจะเข้าไปแบบนุ่มนวล ไม่ให้รู้สึกว่า 111 มาแย่งตำแหน่ง เราจะไม่เข้าไปบงการหรือบริหารพรรค เพราะบุคลากรของพรรคเพื่อไทย ขณะนี้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ดังนั้นเมื่อมีทีมงานที่ประชาชนเชื่อถือมากขึ้น ก็จะเสริมความเข้มแข็งให้กับรัฐบาล โดยเฉพาะการผลักดันงานด้านนโยบายต่างๆ หรือการให้ข้อคิด คำแนะนำ ที่ปรึกษา ให้ทางออกของปัญหา ซึ่งคิดว่าคือทางหนึ่งที่ 111 จะทำ”

จะสร้างความเข้มแข็งให้รัฐบาล

 

เลขาธิการมูลนิธิ 111 ยังได้ประเมินภาพรวมการบริหารของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ว่ายังบริหารไปได้ แต่หากจะปรับให้ 111 ที่มีความรู้ความสามารถบางด้านเข้าไปคงไม่ใช่เรื่องแปลก และคิดว่าดีซะอีกประชาชนจะรับได้อีกด้วยซ้ำไป แต่ว่าการปรับอย่างนั้นต้องเป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งนายกฯ ต้องหลีกเลี่ยงคำว่า 111 เข้าไปแย่งตำแหน่ง ไม่เช่นนั้นจะเกิดแรงกระเพื่อมในพรรค ความนุ่มนวลจะไม่มี

ขณะนี้ 111 มีประมาณ 60 คน หรือบวกลบไม่เกิน 5 คนที่จะกลับเข้ามาช่วยงานพรรค ส่วนจะมาสมัครเป็นสมาชิกทั้งหมดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเหตุผลและความจำเป็นของแต่ละคน ซึ่งเดิมกำหนดไว้วันที่ 1 มิ.ย. จะไปพร้อมกัน แต่ล่าสุดมีความเห็นว่า อยากให้ทยอยกันไป เพราะไม่อยากให้คนเข้าใจผิดว่า “โห...กลุ่ม 111 จะมาทำอะไรที่พรรคเนี่ย” คนและสังคมจะมอง โดยเฉพาะคนในพรรค เราอยากเข้าไปอย่างนุ่มนวล ไม่อยากให้เกิดความรู้สึกที่กระทบทั้งในและนอกพรรค

นอกจากนี้ บางคนคิดจะไปลงเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่าน เพราะกฎหมายอาจไม่ให้พรรคการเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยว หากไม่สมัครเป็นสมาชิกพรรคก็จะทำงานได้สะดวก

สำหรับความรู้สึกในลักษณะกีดกัน 111 ของสมาชิกปัจจุบันนั้น “วิชิต” ยืนยันว่าไม่มี ซึ่งต้องขอบคุณสมาชิกพรรคทุกคน ไม่ว่าจะเป็น สส. กรรมการบริหารพรรค ทุกคนเข้าใจและยินดีกับ 111 หมดเลย อันนี้เป็นเรื่องที่สะท้อนได้ดี หลายคนดีใจด้วยซ้ำ เพราะเคยทำงานร่วมกันมาก่อน จึงไม่ใช่ประเด็นปัญหา

อย่างไรก็ตาม หากถามว่า 111 มีดีอะไร “วิชิต” บอกว่า มีดีที่ฝีมือและประสบการณ์ที่ผ่านมา

“111 มีผลงานประจักษ์ชัด เมื่อถูกยุบพรรคไทยรักไทย ดังนั้น ความเชื่อมั่นและเชื่อถือต่อ 111 เป็นเรื่องที่ซื้อกันไม่ได้ แม้รัฐบาลจะได้รับความเชื่อถือและยอมรับจากหลายส่วน แต่หากได้ 111 มาเสริม เชื่อว่าจะเกิดความสมบูรณ์ในการบริหารบ้านเมือง”

ในส่วนการปรับโครงสร้างพรรคใหม่เพื่อรองรับกลุ่ม 111 นั้น “วิชิต” เห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยให้เหตุผลว่า เวลานี้พรรคเพื่อไทยถือเป็นองค์กรใหญ่ หากบริหารจัดการภายในไม่ดีก็จะมีปัญหามากมาย ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องปรับเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ เพราะบริบทการเมืองไทยขณะนี้ มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก

ทั้งนี้ สังเกตได้จากพรรคเพื่อไทยขณะนี้มีพื้นที่ทางการเมืองน้อย จะพูดว่าเป็นองค์กรปิดก็เป็นได้ คือ ไม่มีสมาชิกพรรค หรือประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดแนวทางพรรค ดังนั้นเมื่อบริบทสังคมการเมืองไทยเปลี่ยนไป แทนที่พรรคจะปิดต้องเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาที่ว่า กลุ่มคนเสื้อแดง กลุ่มต่างๆ ขึ้นมา

“เขาไม่มีพื้นที่ทางการเมืองในพรรค อยากเข้าร่วมอุดมการณ์ อยากเรียกร้องประชาธิปไตย ความยุติธรรม แต่ไม่มีพื้นที่ให้ เขาก็ต้องไปทางกลุ่มคนเสื้อแดง หรือมูลนิธิ 111 ซึ่งเปิดอบรมเรื่องประชาธิปไตย เขาก็มาเป็นลูกศิษย์ ซึ่งคนเหล่านี้สนใจเรื่องการเมือง อยากมีพื้นที่ทำงาน แต่พรรคปิด”

นอกจากนี้ ปัญหาที่เห็นชัดเจนอีกอย่าง คือ พื้นที่กลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งสนับสนุนพรรคเพื่อไทยและแนวทางประชาธิปไตย ตอนนี้เริ่มมีการแยกกลุ่มในหลายจังหวัด ที่เห็นอยู่ เช่น การลงสมัครนายก อบจ. ก็แข่งกันเอง จึงคิดว่าเป็นปรากฏการณ์ที่พรรคต้องปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป

วิชิต สะท้อนว่า หากปรับทีเดียวมันจะกระเทือน จึงต้องเริ่มเปิด เช่น รับฟังความเห็นประชาชนในแต่ละพื้นที่ ท้องถิ่น คล้ายๆ ไพรมารีโหวต ส่วนภายในพรรคอาจจะปรับเรื่ององค์กรบริหารพรรคให้เป็นส่วนๆ คือ แนวราบ จากปัจจุบันที่เป็นแนวดิ่ง คือ ฟังจากข้างบนลงมา นโยบายถูกกำหนดมาจากข้างบน

ส่วนแนวราบอาจแบ่งกลุ่มทำงาน แต่ละส่วนๆ ให้รับผิดชอบไป นโยบายอาจมาจากส่วนล่าง เป็นเรื่องที่ต้องปรับกันไป นี่เป็นแนวคิดส่วนตัว เพราะยังไม่ได้คุยกับคนในพรรค และหากมีโอกาสเข้าไปก็จะผลักดันเรื่องของการปรับปรุงองค์กรอย่างค่อยเป็นค่อยไป

เลขานุการมูลนิธิ 111 ยืนยันหนักแน่นว่า การปรับไม่ใช่เพื่อสยบกลุ่มคนเสื้อแดงในพรรค แต่ทำให้หลายๆ ฝ่ายได้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ไม่ใช่ลดทอนอำนาจ เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงเวลานี้ ถือเป็นประชาชนส่วนหนึ่งที่รักประชาธิปไตย มีอุดมการณ์ หากเปิดพื้นที่ให้มากขึ้น เขาจะหันมาสนับสนุนพรรค นโยบายพรรค และพรรคอาจมีมาตรการที่จะสร้างกฎเกณฑ์ กติกาให้เขามีส่วนร่วม จะได้ไม่เกิดปัญหาคลื่นกระทบ

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์