
หวั่นคนเสื้อแดงป่วนกรุงรุนแรงกว่าทุกครั้ง
เลขาธิการหอการค้าอิสานมองว่ากลุ่มคนเสื้อแดงส่อเค้าสร้างความรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
เลขาธิการหอการค้าอิสานมองว่ากลุ่มคนเสื้อแดงส่อเค้าสร้างความรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ เลขาธิการหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ส่วนตัวแล้วมองว่าส่อเค้าที่จะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เห็นได้จากการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง และการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรียกเลิกกำหนดการเดินทางไปเยือนประเทศออสเตรเลียในวันที่ 13 – 17 มี.ค.2553 รวมถึงการเข้าเฝ้าถวายรายงานสถานการณ์บ้านเมือง แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อช่วงเย็นวานนี้( 8 มี.ค.2553 ) แสดงให้เห็นว่าทางรัฐบาลเองอาจจะได้รับรายงานข่าวการก่อเหตุรุนแรงขึ้นภายในการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช.ในครั้งนี้ และตัดสินใจที่จะประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงเพื่อเปิดโอกาสให้สามารถดำเนินการจัดการความวุ่นวายได้อย่างสะดวก
ทั้งนี้แม้ว่าจะรู้ดีว่าการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงจะมีผลเสียเกิดขึ้นตามมาหลายประการก็ตาม นอกจากนี้เหตุการณ์ที่มีอาวุธส่วนหนึ่งหายไปจากคลังแสงจังหวัดพัทลุง นั้นยังเป็นเรื่องที่น่าสังเกตและมีความเป็นไปได้ว่า อาจจะมีฝ่ายความมั่นคงบางกลุ่มไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลก็เป็นได้ สิ่งที่น่าสังเกตอีกข้อ ก็คือการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม โดยในช่วงหลังๆการชุมนุมเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างเปิดเผยไม่เป็นความลับเหมือนเช่นในอดีต และไม่มีความเกรงกลัวผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติของการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล
ส่วนความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดการปฏิวัติรัฐประหารนั้น นายทวิสันต์ มองว่า มีความเป็นไปได้ที่ทางทหารจะออกมาทำการปฏิวัติเพราะที่ผ่านมาการปฏิวัติทุกครั้งก็ไม่เห็นว่าจะมีทหารออกมาบอกว่าตนเองจะทำการปฏิวัติ แต่กลับกันเป็นการออกมายืนยันว่าจะไม่ทำการปฏิวัติทุกครั้ง อย่างเช่นเหตุการณ์ในวันที่ 19 ก.ย.2549 ที่ผ่านมาก็เช่นกัน ดังนั้นส่วนตัวแล้วเชื่อว่าหากรัฐบาลปล่อยให้สถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้น การปฏิวัติรัฐประหารก็มีความเป็นไปได้สูง ทั้งนี้หากเกิดการปฏิวัติฯขึ้นจริงครั้งนี้จะทำให้ประเทศไทยต้องถอยหลังกลับไปอีก 10 ปี โดยเฉพาะในเรื่องของความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ เพราะการปฏิวัติ 2 ครั้งภายในรอบ 5 ปี คงเป็นเรื่องที่ต่างประเทศรวมถึงสังคมไทยรับไม่ได้อย่างแน่นอน
สำหรับการประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 มี.ค.2553 นั้น นายทวิสันต์ มองว่าจำนวนผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุมน่าจะอยู่ที่หลักแสนคน และไม่น่าที่จะขึ้นถึงหลักล้าน เนื่องจากจะมีกลุ่มแนวร่วมบางกลุ่มถอนตัวออกไปหลังจากที่ได้รับฟังคำตัดสินของศาลในคดียึดทรัพย์โดยละเอียด ทำให้จะเหลืออยู่เพียงแค่กลุ่มที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ พ.ต.ท.ทักษิณฯ เท่านั้น แต่สถานการณ์ยิ่งมีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนน้อยกว่าที่คาดการณ์มากเท่าไหร่ ความรุนแรงในการเคลื่อนไหวจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ทำให้สถานการณ์ต่อจากนี้เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะอาจจะเป็นการชี้ชะตาครั้งสุดท้ายของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาทั้งหมด







