
111 จะสร้างความเข้มแข็งให้รัฐบาล
111 มีผลงานประจักษ์ชัด เมื่อถูกยุบพรรคไทยรักไทย ดังนั้นความเชื่อมั่นและเชื่อถือต่อ111 เป็นเรื่องที่ซื้อกันไม่ได้แม้รัฐบาลจะได้รับความเชื่อถือและยอมรับจากหลายส่วน แต่หากได้ 111มาเสริม เชื่อว่าจะเกิดความสมบูรณ์ในการบริหารบ้านเมือง
111 มีผลงานประจักษ์ชัด เมื่อถูกยุบพรรคไทยรักไทย ดังนั้นความเชื่อมั่นและเชื่อถือต่อ111 เป็นเรื่องที่ซื้อกันไม่ได้แม้รัฐบาลจะได้รับความเชื่อถือและยอมรับจากหลายส่วน แต่หากได้ 111มาเสริม เชื่อว่าจะเกิดความสมบูรณ์ในการบริหารบ้านเมือง
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
สถานการณ์ทางการเมืองช่วงนี้ ต้องจับตามองความเคลื่อนไหวของสมาชิกบ้านเลขที่111 ที่จะหลุดพ้นพันธนาการทางการเมือง 5 ปี ในวันที่ 30 พ.ค.ว่า จะกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ทางการเมืองได้อีกหรือไม่ รวมถึงแรงต้าน แรงเชียร์ภายในพรรคเพื่อไทยจะเป็นอย่างไร และที่น่าสนใจกว่านั้น คือกลุ่ม 111 คิดอย่างไร มีความพร้อมแค่ไหนในการเข้าไปทำงานทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยน่าสนใจยิ่ง
เกี่ยวกับเรื่องนี้"วิชิต ปลั่งศรีสกุล" เลขาธิการมูลนิธิ 111 ไทยรักไทย ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ"โพสต์ทูเดย์" ถึงการรีเทิร์นของกลุ่ม 111 ว่า ทุกคนมีความพร้อมที่จะทำงานทางการเมือง แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐมนตรี และ 111 ทุกคน ไม่เคยมีใครบอกว่าจะต้องมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี ทุกคนบอกว่า ขอเข้าไปช่วยงานพรรคให้เข้มแข็ง ทำงานโดยไม่มีตำแหน่งก็ทำได้อยู่แล้ว
"วิชิต" มองว่า เมื่อ111 พ้นโทษจะคืนสู่อำนาจรัฐก็เป็นความคาดหวังของสังคม สื่อมวลชนเพราะ 111 มีประสบการณ์ทางการเมืองสูง บริหารประเทศเยอะจนเกิดความเชื่อมั่นก็อยากให้มาทำงาน ซึ่งจริงๆ แล้ว111 มีวัตถุประสงค์ในกลุ่มที่คุยกัน คือ เข้าไปช่วยเสริมงานของพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลบางส่วน
"เราจะเข้าไปแบบนุ่มนวล ไม่ให้รู้สึกว่า 111 มาแย่งตำแหน่ง เราจะไม่เข้าไปบงการหรือบริหารพรรคเพราะบุคลากรของพรรคเพื่อไทยขณะนี้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ดังนั้นเมื่อมีทีมงานที่ประชาชนเชื่อถือมากขึ้น ก็จะเสริมความเข้มแข็งให้กับรัฐบาล โดยเฉพาะการผลักดันงานด้านนโยบายต่างๆ หรือการให้ข้อคิด คำแนะนำ ที่ปรึกษา ให้ทางออกของปัญหา ซึ่งคิดว่าคือทางหนึ่งที่ 111 จะทำ"
เลขาธิการมูลนิธิ 111 ยังได้ประเมินภาพรวมการบริหารของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ว่ายังบริหารไปได้ แต่หากจะปรับให้ 111 ที่มีความรู้ความสามารถบางด้านเข้าไปคงไม่ใช่เรื่องแปลกและคิดว่าดีซะอีกประชาชนจะรับได้อีกด้วยซ้ำไป แต่ว่าการปรับอย่างนั้นต้องเป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรคซึ่งนายกฯ ต้องหลีกเลี่ยงคำว่า 111 เข้าไปแย่งตำแหน่ง ไม่เช่นนั้นจะเกิดแรงกระเพื่อมในพรรคความนุ่มนวลจะไม่มี
ขณะนี้ 111 มีประมาณ 60 คน หรือบวกลบไม่เกิน 5 คนที่จะกลับเข้ามาช่วยงานพรรค ส่วนจะมาสมัครเป็นสมาชิกทั้งหมดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเหตุผลและความจำเป็นของแต่ละคน ซึ่งเดิมกำหนดไว้วันที่ 1 มิ.ย. จะไปพร้อมกัน แต่ล่าสุดมีความเห็นว่า อยากให้ทยอยกันไป เพราะไม่อยากให้คนเข้าใจผิดว่า "โห...กลุ่ม 111 จะมาทำอะไรที่พรรคเนี่ย" คนและสังคมจะมอง โดยเฉพาะคนในพรรค เราอยากเข้าไปอย่างนุ่มนวล ไม่อยากให้เกิดความรู้สึกที่กระทบทั้งในและนอกพรรค
นอกจากนี้ บางคนคิดจะไปลงเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่าน เพราะกฎหมายอาจไม่ให้พรรคการเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยว หากไม่สมัครเป็นสมาชิกพรรคก็จะทำงานได้สะดวก
สำหรับความรู้สึกในลักษณะกีดกัน 111 ของสมาชิกปัจจุบันนั้น "วิชิต" ยืนยันว่าไม่มี ซึ่งต้องขอบคุณสมาชิกพรรคทุกคน ไม่ว่าจะเป็น สส. กรรมการบริหารพรรค ทุกคนเข้าใจและยินดีกับ 111 หมดเลย อันนี้เป็นเรื่องที่สะท้อนได้ดีหลายคนดีใจด้วยซ้ำเพราะเคยทำงานร่วมกันมาก่อน จึงไม่ใช่ประเด็นปัญหา
อย่างไรก็ตาม หากถามว่า 111 มีดีอะไร "วิชิต"บอกว่า มีดีที่ฝีมือและประสบการณ์ที่ผ่านมา
"111 มีผลงานประจักษ์ชัด เมื่อถูกยุบพรรคไทยรักไทย ดังนั้น ความเชื่อมั่นและเชื่อถือต่อ111 เป็นเรื่องที่ซื้อกันไม่ได้แม้รัฐบาลจะได้รับความเชื่อถือและยอมรับจากหลายส่วน แต่หากได้ 111 มาเสริม เชื่อว่าจะเกิดความสมบูรณ์ในการบริหารบ้านเมือง"
ในส่วนการปรับโครงสร้างพรรคใหม่เพื่อรองรับกลุ่ม 111 นั้น "วิชิต" เห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยให้เหตุผลว่า เวลานี้พรรคเพื่อไทยถือเป็นองค์กรใหญ่หากบริหารจัดการภายในไม่ดีก็จะมีปัญหามากมาย ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องปรับเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ เพราะบริบทการเมืองไทยขณะนี้ มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก
ทั้งนี้ สังเกตได้จากพรรคเพื่อไทยขณะนี้มีพื้นที่ทางการเมืองน้อย จะพูดว่าเป็นองค์กรปิดก็เป็นได้ คือ ไม่มีสมาชิกพรรค หรือประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดแนวทางพรรค ดังนั้นเมื่อบริบทสังคมการเมืองไทยเปลี่ยนไป แทนที่พรรคจะปิดต้องเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาที่ว่า กลุ่มคนเสื้อแดง กลุ่มต่างๆขึ้นมา
"เขาไม่มีพื้นที่ทางการเมืองในพรรค อยากเข้าร่วมอุดมการณ์อยากเรียกร้องประชาธิปไตย ความยุติธรรม แต่ไม่มีพื้นที่ให้ เขาก็ต้องไปทางกลุ่มคนเสื้อแดง หรือมูลนิธิ 111 ซึ่งเปิดอบรมเรื่องประชาธิปไตย เขาก็มาเป็นลูกศิษย์ ซึ่งคนเหล่านี้สนใจเรื่องการเมือง อยากมีพื้นที่ทำงาน แต่พรรคปิด"
นอกจากนี้ ปัญหาที่เห็นชัดเจนอีกอย่าง คือ พื้นที่กลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งสนับสนุนพรรคเพื่อไทยและแนวทางประชาธิปไตยตอนนี้เริ่มมีการแยกกลุ่มในหลายจังหวัด ที่เห็นอยู่ เช่น การลงสมัครนายก อบจ. ก็แข่งกันเอง จึงคิดว่าเป็นปรากฏการณ์ที่พรรคต้องปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป
วิชิต สะท้อนว่า หากปรับทีเดียวมันจะกระเทือน จึงต้องเริ่มเปิด เช่น รับฟังความเห็นประชาชนในแต่ละพื้นที่ ท้องถิ่น คล้ายๆไพรมารีโหวต ส่วนภายในพรรคอาจจะปรับเรื่ององค์กรบริหารพรรคให้เป็นส่วนๆ คือ แนวราบ จากปัจจุบันที่เป็นแนวดิ่ง คือ ฟังจากข้างบนลงมา นโยบายถูกกำหนดมาจากข้างบน
ส่วนแนวราบอาจแบ่งกลุ่มทำงาน แต่ละส่วนๆ ให้รับผิดชอบไป นโยบายอาจมาจากส่วนล่าง เป็นเรื่องที่ต้องปรับกันไปนี่เป็นแนวคิดส่วนตัว เพราะยังไม่ได้คุยกับคนในพรรค และหากมีโอกาสเข้าไปก็จะผลักดันเรื่องของการปรับปรุงองค์กรอย่างค่อยเป็นค่อยไป
เลขานุการมูลนิธิ 111 ยืนยันหนักแน่นว่า การปรับไม่ใช่เพื่อสยบกลุ่มคนเสื้อแดงในพรรค แต่ทำให้หลายๆ ฝ่ายได้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ไม่ใช่ลดทอนอำนาจ เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงเวลานี้ ถือเป็นประชาชนส่วนหนึ่งที่รักประชาธิปไตย มีอุดมการณ์ หากเปิดพื้นที่ให้มากขึ้น เขาจะหันมาสนับสนุนพรรค นโยบายพรรค และพรรคอาจมีมาตรการที่จะสร้างกฎเกณฑ์ กติกาให้เขามีส่วนร่วมจะได้ไม่เกิดปัญหาคลื่นกระทบ
ลุยแก้กฎหมายยุบพรรค
วิชิต บอกว่า การถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีนั้น ถือว่าไม่ได้รับความยุติธรรม ดังการได้รับคืนสิทธิครั้งนี้ ทาง 111 ต้องการบอกให้สังคมรับรู้ว่ากฎหมายดังกล่าวต้องยกเลิก กฎหมายยุบพรรคการเมือง ไม่มีที่ไหนแล้ว ทางสากลไม่ยอมรับเพราะทำให้กระบวนการยุติธรรมบิดเบี้ยว เหล่านี้จะเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายที่มีอำนาจไปใช้ในทางการเมืองไม่ถูกต้อง จนเกิดสองมาตรฐาน ดังนั้นกฎหมายเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องแก้ไข แต่ต้องแก้โดยรัฐสภา หรือเสนอโดยพรรคการเมืองหรือ ส.ส.ร.ที่จะมีอยู่
"ล้วนเป็นความหวังที่จะช่วยแก้ไข เช่น กรณียุบพรรค ทั่วโลกเขาไม่มีและไม่ยอมรับ เพราะอาจนำไปใช้เป็นเครื่องมือไปสร้างความไม่ยุติธรรมให้กับฝ่ายตรงข้ามได้ อย่างที่คน 111 ประสบมาแล้ว ดังนั้นคิดว่าช่วงต่อไปนี้ จะไม่ปรากฏเหตุการณ์แบบนี้แน่นอน เพราะเข้าสู่อีกยุคหนึ่งแล้ว ไม่ใช่ยุคเดิมและคิดว่าเป็นแบบนั้น"
อย่างไรก็ตาม "วิชิต" ยืนยันว่า 111 ไม่ได้ขยาดกับการกลับมาเป็นกรรมการบริหารพรรคอีก
"คงไม่มีใครกลัวว่าจะมีการยุบพรรคอีก ถ้าเสียงส่วนใหญ่บอกว่าคนนั้น คนนี้ควรเป็นกรรมการบริหาร ก็ไม่มีปัญหา เมื่อปรับองค์กรใหม่แล้ว คงไม่มีใครรังเกียจ ทุกคนพร้อมที่จะทำงาน
ทั้งนี้ คิดว่ากระบวนการยุติธรรมต้องเริ่มเปลี่ยนแปลง เพราะสภาพการเมืองยุคต่อไปนี้เป็นการเมืองยุคใหม่ หากให้จำกัดความ คือ ยุคของผู้นำการพัฒนาประชาธิปไตย หากแบ่งตั้งแต่ปี 2475 มาจนถึงตอนนี้ 80 ปี เราแบ่งเป็น 2 ยุค คือ 40 ปีแรก เป็นยุคของการเมืองทหาร กับกลุ่มผู้มีอำนาจ จะเห็นว่ามีการแย่งชิงอำนาจกันโดยกลุ่มทหารแย่งกันเอง
ขณะที่ 40 ปีหลังจนถึง 2555 การเมืองเข้าสู่ยุคประชาชน แต่ว่ากลุ่มอำนาจเก่ารวมกับทหาร บวกรวมกับพรรคการเมืองนอมินีเพื่อสู้กับประชาชน นี่ครบ 80 ปี เป็นยุคที่ 3 ผมขอให้คำจำกัดความว่า เป็นยุคผู้นำประชาธิปไตย ดังนั้นถ้ามองตรงนี้ การนำประชาธิปไตย กระบวนการทั้งหลาย เช่น การยุบพรรคเราไม่กลัวแล้ว รวมถึงการปฏิวัติก็เป็นเรื่องยากและเมื่อเข้าในยุคที่4 จะเริ่มอ่อนตัวลง คิดว่าเป็นอย่างนั้น เพราะเป็นเรื่องของพัฒนาการเมืองของประเทศ
"วิชิต" บอกอีกว่า เมื่อกลุ่ม111 เข้าไปอยู่ในพรรคเพื่อไทยก็จะไม่มีการใช้ชื่อกลุ่ม111 อีก แต่มูลนิธิ 111 ไทยรักไทย ยังคงอยู่เช่นเดิม เพื่อทำกิจกรรมซึ่งไม่เกี่ยวการเมือง แต่อาจจะปรับโครงสร้างของมูลนิธิให้สมาชิก 109 ซึ่งมีอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน 37 คน ที่ถูกตัดสิทธิ์ เข้ามาทำหน้าที่ต่อ
ยิ่งลักษณ์ คือจุดแข็งรัฐบาล
"วิชิต" มองสภาพการเมืองปัจจุบันนี้กับอนาคตข้างหน้า โดยเชื่อว่าความวุ่นวายสับสนต่างๆ จะลดลงมาก เพราะการขับเคลื่อนของประชาชนในการยอมรับในความเป็นประชาธิปไตย เสื้อเหลือง เสื้อแดง รักประชาธิปไตยตรงนี้เป็นแนวคิดอุดมการณ์ร่วมกัน ส่วนซีกฝ่ายค้านหรือฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเวลานี้ดูเหมือนว่าจะหมดความชอบธรรมที่จะขับเคลื่อนการเมืองเพื่อล้มรัฐบาล
ทั้งนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ มีจุดแข็งคือความอ่อนหวานความเป็นผู้หญิง สามารถที่เชื่อมโยงกับคน
บางกลุ่ม ที่สังคมมองว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกัน เช่นพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ซึ่งจะเป็นจริงหรือไม่ ไม่ขอวิจารณ์ แต่ตรงนั้นความอ่อนหวานตรงนี้ หากเปรียบเทียบว่านายกฯ ไม่ใช่ "ยิ่งลักษณ์" แต่เป็นผู้ชายและไม่ใช้แนวนโยบายอ่อนหวานเข้ากับสถาบันทหาร ทำให้กลุ่มทหารเริ่มถอยเข้ากรม กอง
"หากนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ชาย มีนโยบายแข็งกร้าว ไปรบกับกลุ่มต่างๆ เรื่อยๆแบบนี้หรือ พล.อ.เปรม จะเปิดให้เข้าพบ ดังนั้นทุกมิติที่ยิ่งลักษณ์เข้าไปพบ พล.อ.เปรม ไม่มีตรงไหนที่เสียหาย หากมองในมุมของจารีตประเพณีนิยม เหมือนเด็กไปพบผู้ใหญ่ ไปขอพรผู้ใหญ่ หากมองในมุมการเมืองดูเหมือนว่าทางนี้ใช้กลยุทธ์ความอ่อนหวานในการเข้าพบได้ หากมองในมิติของความปรองดองประชาชนมีความสุข เห็นนายกฯ เข้าไปพบกับฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ ที่ผ่านมาถูกมองว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน แต่เวลานี้เกิดความปรองดองกัน"
ในส่วนกลุ่มคนเสื้อแดงที่คัดค้านเรื่องนี้นั้นถือว่าน้อยมาก เพราะอาจไม่เข้าใจ หรือคิดว่าไปปรองดองเพื่อให้คนที่เสียชีวิตไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งไม่ใช่เพราะกระบวนการทางกฎหมายยังเดินอยู่ คดี 91 ศพ ตอนนี้ขึ้นศาลไปแล้ว 17 คดีและกำลังอยู่ระหว่างนัดไต่สวนคดีของศาล และศาลจะสั่งว่าใครฆ่า ตอนนี้ยังเดินหน้าไม่ใช่ว่าไปปรองดองจับมือกันแล้วให้คนผิดพ้นโทษ
ทั้งนี้ รัฐบาลก็เยียวยาพอสมควร 7 ล้านกว่าบาท ถือว่าให้การดูแลที่ดี ดังนั้นคนที่เข้าใจผิดอาจเกิดจากปัจจัยบางอย่างที่ทำให้ไม่เข้าใจ แต่หากมองทุกมิติให้ทะลุ จะเห็นภาพว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะเสื้อแดงส่วนใหญ่ถึงไม่มีปฏิกิริยาอะไรมาก
อย่างไรก็ตาม จุดแข็งรัฐบาลนอกจากตัวนายกฯ ที่เป็นผู้หญิง คือนโยบายที่เข้าถึงประชาชนจริงๆ แต่ปัญหาตอนนี้มีบ้าง คือนำนโยบายไปสู่ประชาชน มีความขัดข้องด้วยปัจจัยหลายด้านตรงนี้คิดว่าไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่คนในพรรคเพื่อไทยและนายกฯ รวมถึงรัฐบาลจะแก้ปัญหานี้ได้
"หากได้ 111 ไปเสริม การแก้ปัญหาก็จะสมบูรณ์มากขึ้น และความเชื่อมั่นเกิดเมื่อไรการแก้ไขปัญหาทุกอย่างทำไปได้ด้วยดี องค์กรที่จะเป็นเครื่องมือส่วนราชการที่เป็นกลไกที่นำนโยบายไปสู่ประชาชน เมื่อเขาเชื่อมั่นก็เดินหน้าได้เต็มที่ หากครึ่งๆ กลางๆ เขาไม่เชื่อมั่นบางทีไม่ทำก็อยู่เฉยๆ ดีกว่า อันนี้จะเป็นเรื่องที่ดีกับประเทศ"
สำหรับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ราคาสินค้าแพงของรัฐบาล ซึ่งจนถูกโจมตีว่าล้มเหลว ไม่มีความเป็นมืออาชีพนั้น "วิชิต" ยอมรับว่าเรื่องน้ำท่วมเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ ไม่มีปีไหนที่มีน้ำมากขนาดนี้ การบริหารจัดการของคนที่ไม่เคยผ่านมาก่อน ไม่ว่ารัฐบาลไหน ไม่ดีไปกว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์แน่นอน
ที่สำคัญข้อกฎหมายบางอย่าง เช่น กฎหมายบรรเทาสาธารณภัย ให้อำนาจนายกฯ สั่งการแต่มันไปขัดกับกฎหมายท้องถิ่นบางเรื่องเช่นไม่สามารถสั่งกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ ว่าต้องแก้ไขปัญหาอย่างนี้ ต้องเปิดประตูน้ำให้น้ำไหลธรรมชาติ กทม.อาจจะท่วมบ้างนิดหน่อยแต่อาจลงทะเลเร็วกว่า แต่เล่นไปปิดแบบนี้ สั่งการก็ไม่ได้ นี่ก็เป็นความบกพร่องเกิดจากกระบวนการของกฎหมาย
ในขณะที่เรื่องสินค้าราคาแพงนั้นเป็นเรื่องของภาวะตลาดโลก เช่น น้ำมัน เรื่องของการควบคุมปริมาณสินค้าก็เป็นส่วนหนึ่ง เรื่องการที่จะทำให้นโยบายของรัฐไปสู่ประชาชนแล้วติดขัด ก็เป็นอีกส่วนที่ทำให้สินค้าราคาแพงได้ และคิดว่ารัฐบาลไหนมาอยู่ในช่วงนี้ ของมันก็แพงอยู่ เพราะเป็นภาวะตลาด ไม่ใช่ไร้ฝีมือ จะฝีมือหรือไม่ฝีมือก็ต้องไปดูว่าช่วงนี้รัฐบาลจะแก้ไขได้แค่ไหน







