
แก้รธน.ฉลุยลงมติผ่าน 291/14,15
แก้รธน.วันที่ 14 รัฐสภา ผ่าน 291/14 , 291/ 15 ฝ่ายค้านติดใจให้อำนาจประธานรัฐสภาสนองพระบรมราชโองการแทนนายกฯ
แก้รธน.วันที่ 14 รัฐสภา ผ่าน 291/14 , 291/ 15 ฝ่ายค้านติดใจให้อำนาจประธานรัฐสภาสนองพระบรมราชโองการแทนนายกฯ
ที่ประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่..)พ.ศ...ในวาระที่ 2 ต่อเป็นวันที่ 14 ได้มีมติในมาตรา 291/14 เห็นชอบตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก 338 เสียง ไม่เห็นชอบ 96 เสียง งดออกเสียง 9 เสียง ไม่ลงคะแนน 2 เสียง
ทั้งนี้ สาระสำคัญของมาตรา 291/14 คือ เมื่อมีประชามติเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญให้ประธานรัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย และให้นำบทบัญญัติมาตรา 150 และ151 มาบังคับใช้โดยอนุโลม และให้ประธานรัฐสภา เป็นผู้ลงนามสนองพระบรมราชโองการ
บรรยาการการอภิปรายในห้องประชม สส.โดยเฉพาะจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับการให้ ประธานรัฐสภา เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ แต่เห็นว่าควรเปลี่ยนให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแทน
นายสุทัศน์ เงินหมื่น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ที่ผ่านมากฎหมายหลายฉบับล้วนแต่ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้สนองพระบรมราชโองการ แต่สุดท้ายรัฐบาลเป็นผู้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามา ซึ่งรัฐบาลต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่นายกฯคงจะอยากหลีกเลี่ยงไม่อยากเกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ให้ข้อสังเกตว่าการที่ให้ประธานรัฐสภาลงนามนั้น คงไม่เหมาะ แต่หลักการว่าใครจะเป็นผู้มีหน้าที่ลงนามนั้น มีข้อควรพิจารณาคือ ผู้ลงนามจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องนั้นๆ โดยตรง และต้องรู้เรื่องในคำสั่งเป็นอย่างดี ตนเองจึงเห็นว่านายกรัฐมนตรีเป็นผู้เหมาะสมที่จะเป็นผู้ลงนามสนองพระบรมราชโองการ
ขณะที่ นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า นายสุทัศน์ พูดนอกประเด็น เพราะที่ผ่านมากฎหมายหลายฉบับประธานรัฐสภาก็เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ดังนั้นไม่อยากให้ฝ่ายค้านต้องถ่วงเวลาการพิจารณาออกไป
ด้านนายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า ขอยืนยันตามร่างของคณะกรรมาธิการฯ ทั้งนี้ถ้ากรณีตามมาตรา 151 ถ้าผ่านการทำประชามติให้นำขึ้นทูลเกล้า หากพระองค์ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย หรือไม่ส่งกลับลงมา ก็ให้สภานำกลับมาพิจารณาอีกรอบ ถ้ารัฐสภายืนยันด้วยเสียง 2 ใน 3 ก็นำขึ้นกราบบังคมทูลอีกครั้ง หากครั้งนี้ ยังไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย ให้ประธานรัฐสภานำมาประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาต่อไป ซึ่งเป็นขั้นตอนกระบนการตามกฎหมายทั่วไป
นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องที่มีการตั้งข้อสังเกตให้นายกฯ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการแทนประธานรัฐสภานั้น ที่ผ่านมาถ้าเป็นกฎหมายที่มีการแก้ไขเพียงบางมาตราเมื่อผ่านวาระ 3 แล้ว นายกฯจะเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ แต่กรณีร่างรัฐธรรมนูญทำใหม่ทั้งงฉบับ ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ คือประธานรัฐสภา ซึ่งปฏิบบัติมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ 2540 และ2550
จากนั้น ที่ประชุมพิจารณามาตรา 291/15 ว่าด้วยการสิ้นสุดลงของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ใน 4 ข้อ คือ 1. มีจำนวนสมาชิกเหลืออยู่ไปถึงกึ่งหนึ่งตามมาตรา 291/8 วรรคสี่ 2. สภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทำร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จตามกำหนดระยะเวลามาตรา 291/11 3. เมื่อร่างรัฐธรรมนูญได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ4. เมื่อร่างรัฐธรรมนูญตกไปตามมาตรา 291/11 วรรคหก หรือมาตรา 291/13 วรรคสี่
โดยมาตรานี้มีสมาชิกรัฐสภาอภิปรายเพียงเล็กน้อย ก่อนลงมติเห็นชอบตามกรรมาธิการเสียงข้างมาด้วยคะแนน 344 ไม่เห็นชอบ 88 งดออกเสียง 10 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง
จากนั้นเวลา 12.35 เข้าสู่การพิจารณาในมาตรา 291/16 ที่กำหนดให้หากร่างรัฐธรรมนูญมีอันตกไปหรือจัดทำไม่แล้วเสร็จ ครม.หรือส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หรือสส.และสว.จำนวนไม่น้อยกกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา มีสิทธิ์เสนอญัตติให้รัฐสภาดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้อีก โดยต้องได้รับควงามเห็นชอบของรัฐสภามากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ และห้ามส.ส.ร.ชุดเดิมเข้ามาเป็นส.ส.ร.ชุดใหม่







