
ร้องดีเอสไอสอบกทม.ต่อสัญญาบีทีเอส
โฆษกพรรคเพื่อไทย ร้องดีเอสไอสอบผู้บริหารกทม.ต่อสัญญาบีทีเอสอีก 13ปี ขณะที่ธาริตเด้งรับลูกคำร้อง
โฆษกพรรคเพื่อไทย ร้องดีเอสไอสอบผู้บริหารกทม.ต่อสัญญาบีทีเอสอีก 13ปี ขณะที่ธาริตเด้งรับลูกคำร้อง
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย เดินทางมายื่นเอกสารให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ดีเอสไอให้ตรวจสอบกรณีกรุงเทพมหานคร ต่อสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าให้บริษัท ขนส่งมวลชนเอกชน กรุงเทพ (มหาชน) หรือบีทีเอส ซึ่งการต่อสัญญาดังกล่าวน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ร่วมทุน พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (พ.ร.บ.ฮั้ว) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการ กทม. เหลือวาระดำรงตำแหน่งเพียง 8 เดือน นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า กทม.ไม่ต่อสัญญากับบีทีเอสโดยตรง แต่ใช้บริษัท กรุงเทพธนาคม (เคที) ดำเนินการแทน ทำให้ กทม.เสียประโยชน์ โดยการทำสัญญา 30 ปี เหมารวมในส่วนที่บีทีเอสได้สัมปทานเหลืออยู่อีก 17 ปี หรือจนถึงปี 2572 ด้วย ทำให้ได้ประโยชน์ในสัญญาต่อไปอีก 13 ปี โดย กทม.ใช้เคที ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ กทม.มาดำเนินการ ซึ่งเคทีได้ประโยชน์ปีละ 60 ล้านบาท รวม 30 ปี คิดเป็น 1,800 ล้านบาท ขณะที่บีทีเอสจะได้ส่วนแบ่งรายได้ 190,000 ล้านบาท ขณะที่ กทม.ได้เพียง 110,000 ล้านบาท ทั้งๆ ที่บีทีเอสไม่ได้ลงทุนส่วนต่อขยายเลย แต่กลับได้ส่วนแบ่งมากกว่า ด้านนายธาริต กล่าวว่า ดีเอสไอจะตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ว่าเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือไม่ เบื้องต้นคงยังตอบอะไรไม่ได้ อีกทั้งดีเอสไอเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง







