
นปช.ชิ่งม.112เตือนอย่าหากินกับศพ
การเสียชีวิตของ อำพล ตั้งนพกุล หรือ อากง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในวัย 61 ปี ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ
โดย...ทีมข่าวการเมือง
การเสียชีวิตของ อำพล ตั้งนพกุล หรือ อากง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในวัย 61 ปี ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ได้ก่อให้เกิดกระแส “แดงตรวจสอบแดง” อย่างเข้มข้น
โดยเฉพาะการตั้งคำถามจากนักวิชาการเสื้อแดง หรือกลุ่มหัวก้าวหน้า ที่มีไปถึงแกนนำคนเสื้อแดงในศูนย์กลางอำนาจรัฐว่ากำลังเป็น “วัวลืมตีน” หลังจากได้เรียกร้องให้แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่อยู่ในอำนาจรัฐเร่งช่วยเหลืออากงในทุกๆ ทาง เพื่อผ่อนหนักเป็นเบา
แต่ปรากฏว่านับตั้งแต่ศาลอาญามีคำพิพากษาให้จำคุกเมื่อปี 2554 แกนนำ นปช.กลับสงวนท่าทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยิ่งเป็นการตอบย้ำว่าแกนนำเสื้อแดงใต้ปีกพรรคเพื่อไทยกำลังเกี้ยเซี้ยกับชนชั้นนำ เพื่อประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าคนเสื้อแดงด้วยกันเอง
เมื่อแก้วที่มันร้าวสุดท้ายก็มาถึงจุดแตกหัก โดยทันทีที่อากงเสียชีวิต “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในนักวิชาการที่เสนอให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ถึงกับแสดงความคิดเห็นลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวทำนองประชดประชันว่า
“เตือนความจำง่ายๆ สำหรับท่านเหล่านี้ว่ากรณีอากงนั้น รัฐบาลไม่ต้องพูดถึงก็ได้ (ไม่มีน้ำยาจะแตะเรื่องนี้อยู่แล้ว) แม้แต่ นปช.ที่อุปโลกน์ตัวเองเป็นกองหน้าประชาธิปไตย แกนนำ นปช. เป็นอะไรที่แย่มากๆ จนไม่รู้จะพูดอย่างไร”
เช่นเดียวกับ สุดา รังกุพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า การไร้แกนนำ นปช.มาร่วมงานศพของอากงแสดงให้เห็นว่า พรรคการเมืองที่ยืนยันไม่ปฏิรูปมาตรา 112 ได้เลือกข้างเป็นเผด็จการแล้ว ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้เราต้องการให้รัฐสภาและรัฐบาลหันมาฟังและเพิกเฉยต่อประชาชน
“ถ้ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ รัฐบาลนี้ก็มีความชอบธรรมน้อยลงทุกวัน เราเริ่มเห็นว่ารัฐบาลเบี่ยงเบนจุดมุ่งหมาย ทำให้ประชาชนต้องแสดงความกล้าหาญด้วยการต่อสู้ด้วยตัวเอง” สุดา ระบุ
สุดสงวน สุธีสร อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ขณะนี้มีมวลชนคนเสื้อแดงไม่พอใจรัฐบาลที่ไม่ให้ความสำคัญกับการปล่อยตัวนักโทษการเมืองพอสมควร ส่งผลให้มวลชนมองข้ามเรื่องแกนนำไปแล้ว ดังจะเห็นได้จากระหว่างที่แกนนำ นปช.อยู่ในเรือนจำถึง 9 เดือน มวลชนก็สามารถเคลื่อนไหวต่อสู้เองได้
ธเนศวร์ เจริญเมือง อดีตอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ควรแสดงบทบาทให้ชัดเจน เพราะกรณีที่เกิดขึ้นนี้ได้สะท้อนกระบวนการยุติธรรมของไทยยังมีปัญหา
ดังนั้น จากความเห็นของนักวิชาการในเครือข่ายเสื้อแดงจะเห็นได้ว่า การเสียชีวิตของอากงไม่เพียงแต่ได้สร้างกระแสการแก้ไขมาตรา 112 ให้กลับมาเป็นสาธารณะอีกครั้ง แต่มีผลให้แกนนำ นปช.ใต้ร่มเงาพรรคเพื่อไทยถูกตรวจสอบจากคนกันเองอย่างหนัก
ทั้งนี้ ขวัญชัย ไพรพนา แกนนำเสื้อแดงอุดรธานี ตอบโต้การเคลื่อนไหวดังกล่าวว่า การนำศพอากงแห่มาทำพิธีรดน้ำศพที่หน้าศาลอาญารัชดาไม่มีความเหมาะสม เพราะได้สร้างความรู้สึกอึดอัดให้กับครอบครัวผู้ตาย หากจะหาความชอบธรรมควรใช้วิธีอื่นแทน
“การทำอย่างนี้เป็นการไม่เคารพศพและไม่ให้เกียรติคนตาย แบบนี้มันเลอะเทอะเกินไป สิ่งที่ควรทำคือ เสื้อแดง หรือ นปช.จะต้องจัดพิธีศพให้อย่างสมเกียรติตามประเพณีปกติ ทำให้สังคมเห็นว่าเป็นการตายครั้งยิ่งใหญ่ ให้เห็นว่าการตายครั้งนี้เป็นความบกพร่องของรัฐบาลชุดที่แล้ว” ขวัญชัย กล่าว
สำหรับ ก่อแก้ว พิกุลทอง สส.พรรคเพื่อไทย หนึ่งในแกนนำ นปช.ชี้แจงว่า แกนนำ นปช.ทุกคนไม่เคยทอดทิ้งมวลชนคนเสื้อแดงตามที่มีการกล่าวหา ถ้าใครที่เคยร่วมต่อสู้ก็จะรู้จักพวกเรา
“บางเรื่องพวกผมไม่สามารถจะพูดออกไปได้ จึงอยากให้เข้าใจกันด้วย และการแก้มาตรา 112 เป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ เพราะพวกเราถือเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย การจะทำอะไรต้องเป็นไปตามมติพรรค และเมื่อพรรคเคยมีมติไปแล้วว่าจะไม่ดำเนินการก็คงทำอะไรไม่ได้” ก่อแก้ว กล่าว
เช่นเดียวกับท่าที วรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดง ชี้แจงว่า คดีของอากงและนักโทษการเมืองคนอื่นๆ เป็นคดีที่ถูกตัดสินไปแล้ว และอยู่นอกเหนือการควบคุมที่ นปช.และรัฐบาล
“การแก้ไขมาตรา 112 มีผู้ที่เคลื่อนไหวอยู่แล้ว แต่หน้าที่ของ สส.ขณะนี้คือ ต้องแก้รัฐธรรมนูญ แต่ยืนยันว่า นปช.และรัฐบาลยังคงดูแลนักโทษการเมืองอยู่ และพยายามทุกวิถีทางในการนำพี่น้องออกมา” วรชัย ยืนยัน
นับจากนี้ไปต้องจับตาแกนนำ นปช.ที่อยู่ในอำนาจรัฐจะต้องเอาตัวรอดจากข้อกล่าวหาทอดทิ้งคนเสื้อแดงได้อย่างไร เพื่อรักษาผนังทองแดงกำแพงเหล็กของตัวเองเอาไว้







