
ผวาวิกฤตยุโรปทุบหุ้นทองน้ำมันดิ่งลงเหวลึก
วิกฤตยุโรปหลอกหลอนนักลงทุนทั่วโลกรอบใหม่ แห่ทุบหุ้น ทองคำ น้ำมันดิ่ง ค่าเงินอ่อน
วิกฤตยุโรปหลอกหลอนนักลงทุนทั่วโลกรอบใหม่ แห่ทุบหุ้น ทองคำ น้ำมันดิ่ง ค่าเงินอ่อน
ดัชนีดาวโจนส์ยังคงปรับตัวลงแรงมากกว่า 100 จุด ในการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐ เวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย รวมถึงราคาทองคำร่วงลงต่อกว่า 20 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และน้ำมันล่วงหน้าลดลงกว่า 1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากจุดพลิกผันทางการเมืองในกรีซและฝรั่งเศส อาจทำให้สถานการณ์ของวิกฤตหนี้ยุโรปเลวร้าย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงตลาดหุ้นเอเชียและไทยในวันที่ 10 พ.ค.นี้
วันที่ 9 พ.ค. ดัชนีหุ้นปิดที่จุดต่ำสุดของวัน 1,207.25 จุด ดิ่งแรงถึง 23.79 จุด คิดเป็น 1.93% นักลงทุนต่างชาติกระหน่ำทิ้งหุ้นมากถึง 2,357 ล้านบาท ค่าเงินบาทอ่อนลงไปต่ำกว่า 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เช่นเดียวกับค่าเงินเอเชีย
ขณะเดียวกันราคาทองคำแท่งในประเทศมีการเปลี่ยนแปลงถึงวันละ 8 รอบ ปรับตัวลงรวม 550 บาท เสนอซื้อที่ 2.32 หมื่นบาท และเสนอขาย 2.34 หมื่นบาท ส่วนราคาน้ำมันก็อ่อนตัวลงต่อมาแถว 95 เหรียญสหรัฐ
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุนธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ กล่าวว่า เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเริ่มชะลอลงแล้ว ในขณะที่ค่าเงินบาทเริ่มมีสัญญาณอ่อนตัวลง จึงต้องจับตาเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งอาจจะมีการขายทำกำไรนำเงินกลับประเทศ
“ถ้ายังไม่มีหุ้นในมือยังรอจังหวะซื้อไปได้อีก 1-2 เดือน เพราะมีปัจจัยลบรออยู่เยอะ แต่หากมีหุ้นอยู่ก็อาศัยจังหวะทำกำไรออกไปบ้าง เพราะหลายปัจจัยสะท้อนว่าหุ้นไทยแพงไปแล้ว และดัชนีที่ระดับ 1,200 จุด ถือว่าค่อนข้างแพง แต่ยังไปต่อได้หากมีเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามา แต่ที่ผ่านมาต่างชาติซื้อสะสมมา 6 เดือนติดต่อกัน มูลค่ามากกว่า 1 แสนล้านบาท” นายสาห์รัช กล่าว
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังรอการประชุม จี20 ว่าผลการประชุมเรื่องปัญหายุโรปจะออกมาอย่างไร
อย่างไรก็ตาม บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งยังเปิดกำไรสุทธิไตรมาสแรกออกมาดี เช่น บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) มีกำไรสุทธิ 304 ล้านบาท ทะยานขึ้น 93% เทียบกับกำไรสุทธิ 157 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน
บริษัท ไทยออยล์ (TOP) กลับมีกำไรสุทธิ 7,225 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ไม่ได้ดีขึ้นมากอย่างที่ตลาดคาด







