
ไร้อุดมการณ์
เสร็จสิ้นไปแล้วกับการเลือกตั้งฝรั่งเศส ผู้ชนะก็คือ ฟรองซัวส์ ออลลองด์ จากพรรคสังคมนิยม หรือที่เรียกว่าฝ่ายซ้าย
โดย...ธนพล ไชยภาษี
เสร็จสิ้นไปแล้วกับการเลือกตั้งฝรั่งเศส ผู้ชนะก็คือ ฟรองซัวส์ ออลลองด์ จากพรรคสังคมนิยม หรือที่เรียกว่าฝ่ายซ้าย ส่วนประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี จากฝ่ายกลางขวาก็พ่ายแพ้ไปตามระเบียบ การขึ้นมาของ ออลลองด์ ในครั้งนี้ ถือเป็นการประกาศพลังชัดเจนของประชาชนชาวฝรั่งเศสที่ต่อต้านนโยบายรัดเข็มขัดของรัฐ เพราะทำให้ประชาชนและแรงงานทั่วประเทศจะได้รับความเจ็บปวดอย่างหนัก
คงจะไม่พูดมากครับ ถึงอนาคตการเมืองฝรั่งเศสต่อจากนี้ แต่อยากให้สังเกตอย่างหนึ่งว่าการเลือกตั้งในยุโรป ซึ่งถือว่าเป็นแม่แบบของการปกครองระบอบประชาธิปไตยในโลกนั้น เลือกตั้งทีไร จะมีการแบ่งแนวทางและนโยบายของผู้สมัครไว้อย่างชัดเจน
เช่น มีผู้สมัครจากฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา กลางขวา กลางซ้าย อนุรักษนิยม และอื่นๆ อีกมาก พรรคการเมืองและนักการเมืองแต่ละคน มีแนวทางนโยบายและอุดมการณ์ทางการเมืองชัดเจนว่าเป็นอย่างไร ออลลองด์ เป็นซ้าย คือเป็นตัวแทนของแรงงาน ผู้ใช้แรงงาน มารีน เลอ เปน ก็เป็นผู้สมัครขวาจัด ก็คือ อนุรักษนิยมจัด ไม่เอาอะไรทั้งสิ้น เน้นการให้ความสำคัญของชาติฝรั่งเศส ไม่เอาการรวมกลุ่มของยุโรป เป็นต้น
เป็นลักษณะเฉพาะของการเมืองในโลกตะวันตกที่แบ่งแยกอย่างชัดเจน ประชาชนคิดว่าชอบแนวไหน ชอบนโยบายแบบไหน ก็เลือกกันไป สรุปสั้นๆ ได้ว่า การเลือกตั้งในโลกตะวันตก คือการเลือกตั้งที่เน้นไปที่ “ตัวนโยบาย” ส่วนลักษณะเฉพาะตัวบุคคลของผู้สมัครนั้นถือเป็นเรื่องรองลงมา
ต่างจากลักษณะการเลือกตั้งในเอเชีย ที่พัฒนาการประชาธิปไตยเป็นไปอย่างลูกผีลูกคน ไม่มีแนวทางอุดมการณ์ทางการเมืองชัดเจน ในเอเชียจึงให้ความสำคัญกับ “ตัวบุคคล” มากกว่า
เช่นในพม่า อองซานซูจี แรกเริ่มเดิมทีก็ไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองเท่าไหร่ แต่เพียงเพราะเธอเป็นลูกสาวของนายพลอองซาน ผู้เรียกร้องอิสรภาพจากอังกฤษนั่นเอง ประชาชนเลยหันไปพึ่งฝากชีวิตไว้ให้
ในฟิลิปปินส์ยิ่งชัดเจนใหญ่ ประธานาธิบดีส่วนใหญ่ไม่เป็นภรรยา ก็เป็นลูก เป็นญาติจากผู้นำคนก่อนๆ ทั้งๆ ที่คนเหล่านี้บริหารงานห่วยแตก คอร์รัปชันกันระเบิดเถิดเทิง แต่ก็ได้รับเลือกเพราะนามสกุลดัง
ประเทศสารขัณฑ์ยิ่งเลวร้ายหนัก นักการเมืองคือผู้ที่พัฒนามาจากการเป็นมาเฟีย เป็นผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น เป็นเศรษฐีที่โกงกินเขามาแล้วร่ำรวย มีเงินมีทองก็มาเล่นการเมือง พอเข้าสู่การเมืองก็ใช้ธุรกิจแทรกการเมืองปู้ยี่ปู้ยำจนชาติล่มจม แต่คนก็ยังเลือก เพราะคนในประเทศสารขัณฑ์ นิยมชมชอบคนรวย เพราะเขารวย คนเลยยกมือไหว้ แต่จะเป็นคนดีหรือไม่ นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ในประเทศสารขัณฑ์ พรรคการเมืองแต่ละพรรค นักการเมืองแต่ละคนยังไม่มีแนวทางอุดมการณ์ชัดเจน จะเป็นซ้าย จะเป็นขวา จะเป็นกลาง จะเป็นอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าวันหาเสียงต้องยกมือไหว้คน พอได้รับเลือกเข้าไปนั่งในสภาแล้วก็กร่างเป็นคางคกขึ้นวอ รังแกประชาชน
เป็นวัฏจักรอันเลวร้ายมาทุกยุคทุกสมัยในประเทศสารขัณฑ์ครับ







