
ต้องสู้ความจริง
คำอธิบายของบรรดารัฐมนตรีที่ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าในตลาดต่างๆ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการยืนยันว่าราคาสินค้าในตลาดขณะนี้ไม่แพงอย่างที่คิด ภาวะชักหน้าไม่ถึงหลังของประชาชนคนเดินดินในขณะนี้เกิดจากการคิดไปเองแทบทั้งสิ้น
คำอธิบายของบรรดารัฐมนตรีที่ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าในตลาดต่างๆ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการยืนยันว่าราคาสินค้าในตลาดขณะนี้ไม่แพงอย่างที่คิด ภาวะชักหน้าไม่ถึงหลังของประชาชนคนเดินดินในขณะนี้เกิดจากการคิดไปเองแทบทั้งสิ้น
เรื่องนี้ถือเป็นโจทย์ที่ฝ่ายการเมืองต้องเร่งขบคิดอย่างหนักว่า วิธีการที่รัฐบาลใช้ในรูปแบบพระยาเดินตลาดนั้น ถือว่าแก้ปัญหาได้ตรงจุดจริงหรือไม่
รัฐบาลควรตระหนักว่า ปรากฏการณ์แพงทั้งแผ่นดินที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นเรื่องจริง และกำลังส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนไทยทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นไพร่คนชั้นล่าง คนชั้นกลาง หรือแม้แต่อำมาตย์ต่างก็รู้สึกได้ด้วยกันทั้งสิ้นว่าข้าวของเครื่องใช้แพงขึ้นกว่าเดิม หาใช่เพียงภาพลวงตาอย่างที่รัฐบาล นักการเมืองยกกล่าวอ้างไม่
วิกฤตของแพงในขณะนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพึ่งพาการเข้าไปตรวจสอบกลไกควบคุมราคาสินค้าที่สมบูรณ์เท่านั้นจึงจะเอาอยู่ และสามารถอรรถาธิบายให้กับประชาชนได้ว่า รัฐบาลไม่ได้เพิกเฉยต่อราคาที่ปรับขึ้นมา และต้องกำหนดนโยบายในการเข้าไปควบคุมราคาอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทุนการผลิตที่แท้จริง ต้นทุนราคาขนส่ง ราคาที่ควรจะเป็น และสร้างการแข่งขันในตลาดอย่างเป็นธรรม
ลำพังแค่การตั้งวอร์รูม ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา และการส่งพระยาลงไปเหยียบนาหรือเดินตลาดนั้นไม่สามารถแก้ปัญหาได้
การยกเอาข้ออ้างว่าราคาสินค้าที่ขยับขึ้นมานั้น เป็นผลมาจากภาวะน้ำท่วมบ้าง อากาศร้อนบ้าง จนทำให้สินค้าขาดตลาด ไม่เพียงพอสำหรับการแก้ปัญหา
ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยคิดหาแผนรองรับไว้ช่วยเหลือประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายประชานิยม รู้ทั้งรู้ว่านโยบายการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท หรือการปรับเงินเดือนปริญญาตรีขั้นต่ำเป็น 1.5 หมื่นบาทนั้น จะมีผลต่อภาวะเงินเฟ้อและการขึ้นราคาสินค้าแน่นอน จากภาวะที่ตลาดล่วงหน้าคาดการณ์ว่ากำลังซื้อในประเทศจะเพิ่มขึ้น แต่จนบัดนี้รัฐบาลก็ยังไม่มีมาตรการใดๆ ออกมาช่วยเหลือหรือรองรับผลกระทบที่จะตามมา
เมื่อนำปัจจัยต่างๆ มาประกอบรวมกัน ทั้งการคาดการณ์กำลังซื้อล่วงหน้า ราคาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น จากทั้งค่าจ้าง ราคาน้ำมัน และราคาก๊าซหุงต้มที่กำลังจะตามมา ย่อมสมเหตุสมผลแล้วที่พ่อค้าแม่ค้าจะปรับราคาขึ้น เพราะผู้ประกอบการล้วนคิดถึงผลกำไร ในขณะที่รัฐบาลมีหน้าที่สร้างกลไก กติกาให้เกิดความเป็นธรรม
ปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงวิธีคิดของรัฐบาลชุดนี้ที่มักคิดอะไรไม่สะเด็ดน้ำ จนต้องมาตามล้างตามเช็ดเอาทีหลังอยู่ร่ำไป ส่งผลให้การทำงานอยู่ในลักษณะจับปูใส่กระด้ง แก้เท่าไรก็แก้ไม่จบ แก้ได้ปัญหาใหม่ก็ผุดขึ้นมาแทน หากรัฐบาลไม่มีการปรับเปลี่ยนองคาพยพครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการปรับที่ตัวบุคคลหรือวิธีการ ชนชั้นล่างที่เป็นฐานเสียงส่วนใหญ่คงจะเสื่อมศรัทธาในเวลาอันเร็ว







