posttoday
ตั้งคณะกก.ไตรภาคีตรวจสารพิษตกค้างมาบตาพุด

ตั้งคณะกก.ไตรภาคีตรวจสารพิษตกค้างมาบตาพุด

07 พฤษภาคม 2555

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ จ.ระยอง เข้าเยี่ยมผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์โรงงานบริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ส ในเครือบริษัท กรุงเทพซินธิติกส์ (บีทีเอส) ระเบิดเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่โรงพยาบาลมาบตาพุด จากนั้นได้เดินทางไปสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อรับฟังความคืบหน้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยในเบื้องต้นเหตุดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 12 คน มีผู้ป่วยรวม 142 คน กลับบ้านได้แล้ว 101 คน อยู่ในอาการสาหัส 4 คน นอกนั้นรอดูอาการ

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ จ.ระยอง เข้าเยี่ยมผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์โรงงานบริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ส ในเครือบริษัท กรุงเทพซินธิติกส์ (บีทีเอส) ระเบิดเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่โรงพยาบาลมาบตาพุด จากนั้นได้เดินทางไปสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อรับฟังความคืบหน้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยในเบื้องต้นเหตุดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 12 คน มีผู้ป่วยรวม 142 คน กลับบ้านได้แล้ว 101 คน อยู่ในอาการสาหัส 4 คน นอกนั้นรอดูอาการ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งการให้โรงงานต้นเพลิงระงับกิจกรรมในส่วนของการผลิตยางสังเคราะห์เอาไว้ก่อน และได้จัดส่งรถตรวจคุณภาพอากาศไปประจำที่ชุมชนวัดโสภณ รวมทั้งยังมีทีมลาดตระเวนลงพื้นที่ชุมชนโดยรอบที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุทุกชั่วโมง

ทั้งนี้ ส่วนการที่มีสารเคมีรั่วไหลนั้น เบื้องต้นสามารถปิดกั้นควบคุมการรั่วไหลและฟุ้งกระจายไม่ให้ระบายออกสู่สาธารณะได้แล้ว แต่เพื่อความไม่ประมาท ก็ได้สั่งการให้ติดตามเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและคุณภาพน้ำบริเวณชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดอย่างต่อเนื่องแล้ว

ขณะเดียวกันได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความเสียหายทั้งหมด ทั้งภายในโรงงานและโรงงานใกล้เคียง เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นแก่ประชาชน โดยจะมีการทบทวนพระราชบัญญัติ ภาษีปล่องควัน สนับสนุนกองทุนให้กับชุมชน ปรับปรุงแผนการสื่อสารและแผนเตือนภัย

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ศูนย์ประมวลข่าวสารตั้งที่ศูนย์ราชการ จะดำเนินการลงพื้นที่ไตรภาคี คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ในการลงพื้นที่ตรวจวัดสารเคมีตกค้างโดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ส่วนเรื่องการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบแบ่งเป็น 2 ส่วน 1.การนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 2.บริษัท บีเอสที จะต้องเข้ามาดูแลทั้งหมด รัฐบาลขอแสดงความเสียใจกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

“เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชน ได้สั่งตั้งคณะกรรมการไตรภาคี ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงอุตสาหกรรม และภาคประชาชนสำรวจมลพิษและสารตกค้างว่ายังคงตกค้างอยู่หรือไม่ พร้อมมอบให้สาธารณสุขตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตรวจสุขภาพประชาชน 10 ชุมชนใกล้เคียง” นายกฯ ระบุ

ด้าน เสนีย์ จิตตเกษม ผวจ.ระยอง กล่าวว่า ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิต 12 คน บาดเจ็บ 142 คน ตอนนี้แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว เหลือพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีก 24 คน สำหรับผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางโรงงานให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และรายนามผู้เสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ทั้งหมด 12 คน จากบริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ส คือ ชัยโย อักษรศรี หัสนัย จันทร์เศรษฐี นพพล รุ่งระวี มานพ กูลไข่ ขวัญประชา ชาติไทย ธีรยุทธ จันทรสิงห์ วัชรกร บุญทวีตระกูล ผู้รับเหมาจากไทยวูรี มี สมพงษ์ พรมขำ สรายุทธ อุทายา สนม น้อยจำนง ไม่ทราบชื่ออีก 1 คน และเอกสิทธิ์ บุพโกสุม พนักงานบริษัท เอสซีที

ขณะที่ ไชยยศ วงศ์พยัต กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ส กล่าวว่า ทางบริษัทพร้อมรับผิดชอบผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งหมด และขอยืนยันว่าสารเคมีที่ลุกไหม้ไม่ใช่สารอันตรายและไม่ได้เป็นสารก่อมะเร็ง ควันที่เกิดจากการลุกไหม้มีผลให้เกิดการระคายเคืองบริเวณตา ผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ และอาจทำให้เกิดอาการง่วงนอน เวียนศีรษะและอาเจียนได้

“บริษัทรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้น ขอยืนยันในความรับผิดชอบต่อผู้ได้รับผลกระทบเต็มที่ โดยดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมด รวมทั้งได้ดูแลผลกระทบกับชาวบ้านในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทได้เปิดสายด่วน โทร. 038-698-698 กด 5 สำหรับช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งจะมีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการชุมชนในบริเวณใกล้เคียงด้วย” ไชยยศ ระบุ

อาทิตย์ อิสโม อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ได้ส่งพนักงานตรวจความปลอดภัยเข้าไปร่วมตรวจสอบเหตุระเบิดของโรงงานบริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ส ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง โดยเป็นการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดการระเบิดดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสืบหาข้อเท็จจริง แต่กรณีนี้มีลูกจ้างเสียชีวิตด้วย ซึ่งหากเกิดจากความบกพร่องของบริษัทนายจ้าง หรือความบกพร่องของบริษัทรับเหมาทำความสะอาด จะต้องดำเนินคดีกับนายจ้างตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ซึ่งมีทั้งโทษจำคุกและปรับ ทั้งนี้ต้องดูรายละเอียดการกระทำผิดอีกครั้ง

“เบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานดูแลลูกจ้างในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล การใช้สิทธิประกันสังคม และค่าทำศพไปก่อน” อาทิตย์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท