
พ่อ-แม่ร้องศพลูกตายในท้องหาย
พ่อ-แม่แจ้งความตำรวจปทุมฯศพลูกวัย 5เดือนที่ตายในท้องหายไร้ร่องรอย ด้านรพ.ยันมอบให้วัดไปแล้ว แต่สัปเหร่อบอกไม่เคยเห็น
พ่อ-แม่แจ้งความตำรวจปทุมฯศพลูกวัย 5เดือนที่ตายในท้องหายไร้ร่องรอย ด้านรพ.ยันมอบให้วัดไปแล้ว แต่สัปเหร่อบอกไม่เคยเห็น
เมื่อวันที่ 6 พ.ค. นายพีรพงษ์ สุขบุญส่ง พร้อมด้วย นางสุพิชา ถิ่นนอก ภรรยา ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.สพัศ ปราการพิทักษ์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เพื่อให้สอบสวนติดตามค้นหาว่าศพลูกที่เสียชีวิตในท้องซึ่งได้สูญหายไปหลังจากไปทำคลอดที่โรงพยาบาล
นายพีรพงษ์ระบุว่า ลูกในท้องภรรยาได้เสียชีวิตหลังจากตั้งท้องมาได้ 5 เดือนจึง ได้ไปทำคลอดโรงพยาบาลแพทย์รังสิต เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ซึ่งทางโรงพยาบาลระบุว่าจะนำศพทารกไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ วัดคลองหนึ่งแก้วนิมิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี แต่เมื่อเดินทางไปที่วัดเพื่อทำบุญถวายสังฆทานอุทิศส่วนกุศลให้กับลูกในวันที่ 6 พ.ค.กลับไม่พบศพแต่อย่างใด โดยทางวัดได้ปฏิเสธว่าไม่เคยมีศพเด็กทารกมาเผาที่วัดแห่งนี้แต่อย่างใด
ด้าน นายนพรัตน์ ไตรรัตน์ เจ้าหน้าที่เวรเปล กล่าวยืนยันว่า เป็นผู้นำศพทารกใส่ถุงและไปมอบให้กับทางวัดด้วยตนเอง แต่ขณะที่มาถึงวัดไม่พบสัปเหร่อจึงวางศพเด็กพร้อมเอกสารของทางโรงพยาบาลไว้ที่หน้าห้องพักสัปเหร่อเพราะที่ผ่านมาก็ได้ทำแบบนี้มาตลอดหากมาที่วัดแล้วไม่พบสัปเหร่อ
ขณะที่ นายไพร โพธา สัปเหร่อประจำวัดคลองหนึ่งแก้วนิมิต กล่าวว่ ไม่เคยรู้เรื่องเลยว่ามีศพทารกมาที่วัด และไม่เคยพบกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล โดยตามปกติแล้วถ้ามีศพเข้ามาที่วัดจะต้องมีการไปติดต่อกับทางเจ้าอาวาสจากนั้นทางเจ้าอาวาสจะมีการสั่งงานมาที่สัปเหร่อในการที่จะดำเนินการต่อไป
ส่วนพระพิศิษฐ์ ธีรภัทโธ พระลูกวัดคลองหนึ่งแก้วนิมิต ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเมรุเผาศพของทางวัด กล่าวว่า ตามปกตินั้นเมื่อมีศพเข้ามาอาตมาจะต้องรู้เรื่องเพราะเป็นผู้ที่ถือกุญแจเมรุเผาศพ ซึ่งตามปกตินั้นถ้ามีศพเด็กเข้ามาทางวัดก็จะเก็บไว้ที่เมรุก่อนเพื่อรอพ่อแม่หรือญาติพี่น้องมาทำบุญเสียหายจากนั้นจึงจะทำการเผาศพ แต่ในครั้งนี้ไม่มีใครมาติดต่อแต่อย่างใด
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งชุดสืบสวนเข้าตรวจค้นบ้านพักของสัปเหร่อและพื้นที่รอบๆบริเวณวัด โดยได้พบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับศพทารกที่หายไปนั้นถูกทิ้งอยู่ในบ่อน้ำข้างบ้านพักสัปเหร่อ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต๊กตึ๊งยังพบว่ามีหลุมดินที่เพิ่งถูกกลบไม่นานอยู่ข้างๆบ่อน้ำจึงทำการขุดลงไปตรวจสอบก็พบกับถุงพลาสติกสำหรับใส่ศพทารก แต่นายไพร โพธา สัปเหร่อของวัดอ้างว่า เป็นถุงของศพทารกรายอื่นที่ญาติให้นำมาฝังไว้ตั้งแต่วันที่ 30เม.ย. ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามผลการตรวจสอบในเบื้องต้นไม่พบร่างของทารกแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้นัดหมายทั้งนายพีรพงษ์ สุขบุญส่ง และนางสุพิชา ถิ่นนอก พ่อแม่ของทารก เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และสัปเหร่อมาสอบสวนอีกครั้งเพื่อค้นหาความจริงต่อไป







