posttoday
อินไซด์ครม.รับมือเสื้อแดง

อินไซด์ครม.รับมือเสื้อแดง

10 มีนาคม 2553

เคร่งเครียด! สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 9 มี.ค. เมื่อเข้าสู่วาระพิจารณาเรื่องสุดท้าย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง นำเอกสารคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง (คตม.) ตีตราลับแจกต่อที่ประชุมประกอบรายงานก่อนขอมติเห็นชอบประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และหลังรายงานนานกว่า 45 นาที เสร็จสิ้นได้สั่งเก็บเอกสาร ไม่ให้นำออกมาเผยแพร่

ทั้งนี้ ใจความที่สุเทพรายงาน คือ บอกว่าการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งนี้ จะมียุทธวิธีกระจายกำลังเพื่อไปปิดสถานที่ราชการสำคัญหลายจุดและบ้านบุคคลสำคัญ เพื่อให้รัฐบาลบริหารงานไม่ได้ การจราจรเป็นอัมพาต มีการเตรียมระดมรถอีแต๋นเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งในทางกฎหมายไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว ส่วนรถปิกอัพจะเป็นทะเบียนต่างจังหวัด ทั้งนี้รัฐบาลจะทำหน้าที่อำนวยความสะดวก ด้วยการจัดหาพื้นที่จอดรถให้เพื่อไม่ให้นำรถเข้ามาสร้างปัญหาจราจร และจะจัดหารถไฟ รถประจำทาง รับผู้ชุมนุมเข้ามา

ข้อมูลเชิงลึกถูกถ่ายทอดกลางที่ประชุม ครม. ว่า “จากประชาคมข่าวกรองระหว่างประเทศ มีความเห็นตรงกันว่า การชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย เพราะมีบางกลุ่มต้องการล้มกระดานและน่าเข้าข่ายก่อการร้ายด้วยซ้ำไป ช่วงระหว่างวันที่ 1213 มี.ค. เป็นระยะเปราะบาง หากผู้ชุมนุมมีจำนวนมากจะไม่เกิดความรุนแรง แต่หากมีจำนวนน้อยหรือมีจำนวนมากแต่ชุมนุมไปแล้ว 7 วันไม่บรรลุเป้าหมาย ก็มีแนวโน้มจะเกิดความรุนแรงสูง อาจมีการก่อวินาศกรรม เผาสถานที่ราชการ รัฐบาลจึงต้องเตรียมการให้พร้อม จากข้อมูลสายข่าวที่บอกว่า จะมีผู้ชุมนุมประมาณแสนคน แต่ผมคิดว่าน่าจะเยอะกว่านั้น”

ทันทีที่สุเทพกล่าวจบ ห้อง ครม. เงียบกริบ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จึงกล่าวเสริมว่า ยุทธวิธีของเขาต้องการปิดล้อมสถานที่ราชการ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินยุติลงอย่างสิ้นเชิง ต้องการให้จราจรเป็นอัมพาต

สุเทพ ยังขอความร่วมมือ ครม. ในกรณีที่รัฐมนตรีเดินทางไปต่างประเทศ ขอให้แจ้งเบอร์ติดต่อได้โดยตรง และขอให้รัฐมนตรีในกระทรวงได้จัดเวรยามดูแลสถานที่ตัวเองให้เข้มแข็ง ขอให้รัฐมนตรีไปทำความเข้าใจข้าราชการที่มีทัศนคติไม่เหมือนกัน ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

จังหวะนั้น นายกฯ อภิสิทธิ์ จึงได้กำชับ ครม. ว่าขอให้ทุกคนอยู่ในสถานะที่ติดต่อได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะรัฐมนตรีสามารถสั่งการด้วยตัวเองได้ตลอด เพราะมีบางกลุ่มที่จะเข้าไปปิดล้อมที่ทำการของรัฐ

“เพื่อไม่ให้การบริหารยุติ ซึ่งจะเป็นไปตามเป้าหมายของกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะเรียกประชุม ครม. ก่อนวันอังคาร โดยกำหนดรัฐมนตรีคณะเล็กจำนวน 9 คน เพื่อประชุมประเมินสถานการณ์ในการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นอกจากนี้ถ้ามีสถานการณ์ที่จำเป็นต้องมีการประชุม ครม. ก็จะขอให้รัฐมนตรีจำนวนหนึ่งมาร่วมประชุม คือ รองนายกฯ ทั้งสามท่าน รมว.มหาดไทย รมว.กลาโหม และรัฐมนตรีที่เป็นตัวแทนแต่ละพรรค ท่านชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ท่านวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ท่านสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคกิจสังคม”

หลังการชี้แจงของสุเทพและนายกฯ ได้มีรัฐมนตรีจากค่ายภูมิใจไทยถามขึ้นมาว่า เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว จะสามารถถอนประกันแกนนำเสื้อแดงได้หรือไม่ สุเทพ ตอบว่า ทุกวันนี้ฝ่ายความมั่นคงจับจ้องพฤติกรรมคนกลุ่มต่างๆ อยู่แล้ว แต่เมื่อจะจับกุมหรือถอนประกันศาลก็ให้เหตุผลว่ายังไม่ครบองค์ประกอบความผิด จึงทำอะไรได้ไม่มากนัก แต่เราไม่นิ่งดูดาย แง่กฎหมายทำได้เมื่อมีข้อหาใหม่ อย่างกรณีของ พรวัฒน์ ทองสมบูรณ์ หรือ เคทอง ที่สามารถจับกุมฝากขังได้ ก็กลายเป็นเรื่องความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

จากนั้น กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เสนอว่า ควรกำหนดให้วันที่ 12 มี.ค. เป็นวันหยุดราชการหรือไม่ ปรากฏว่ามีรัฐมนตรีแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง โดยสุเทพกล่าวสนับสนุน ขณะที่นายกฯ เห็นว่าไม่ควร ส่วน ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย มองว่า ถ้าเป็นวันหยุดเอกชนต้องจ่ายค่าโอทีเพิ่ม เช่นเดียวกับรัฐมนตรีส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า หากกำหนดวันหยุดจะเท่ากับให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ชุมนุม เป็นการยกระดับความรุนแรงขึ้นมาอีก ในที่สุด ครม. มีมติไม่กำหนดเป็นวันหยุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท