
สังคม โพสต์ทูเดย์
...เวสวัณ
โพสต์ทูเดย์ ลึก กว้างไกล ได้ประเด็นแซ่ด ยืนอยู่เคียงข้างประชาชน และให้กำลังใจ ขอให้ทุกคนมีสติและอดทนเพื่อความสงบสุขของประเทศชาติ ...m...อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของชาติไทยจะตกอยู่สภาพอัมพาต เพราะบรรดาพลพรรคเสื้อแดงจะใช้ยุทธการของเหมา คือ ป่าล้อมเมือง ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. เป็นต้นไป เพื่อโค่นล้มรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และหาความเป็นธรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกยึดทรัพย์ไป 4.6 หมื่นล้านบาท...m...เมื่อคนสิบล้านคนในเมืองหลวงถูกปิดล้อม ไปไหนมาไหนติดขัดไปหมด คนดีเดินทางไม่ได้ คนไข้เดินทางไม่สะดวก เมื่อนั้นอารมณ์ของคนที่ถูกปิดล้อมจะถูกทดสอบว่าจะอดทนได้นานแค่ไหน จึงน่าเป็นห่วง ถ้าหมดความอดทน อากาศร้อนอบอ้าว ภาวะจิตใจถูกบีบคั้น จะทำให้ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ สิ่งที่ผู้รักสันติไม่อยากเห็นก็อาจจะเกิดขึ้นได้ คือคนไทยฆ่ากันเอง...m...เพื่อป้องกันเหตุร้าย หรือตัดไฟแต่ต้นลม ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกรัฐบาล แจ้งว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อควบคุมสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในวันที่ 1123 มี.ค. 2552 โดยจะครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดในเขตกรุงเทพฯ และนนทบุรี ขณะที่จะควบคุมในบางอำเภอที่เป็นเส้นทางในการเดินทางเข้ามาชุมนุมของกลุ่ม นปช. เช่น ปทุมธานี อยุธยา สมุทรสาคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และนครปฐม
ผู้ที่เป็นผู้อำนวยการ.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ได้แก่ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ต้องทำหน้าที่ดูแลการชุมนุม พร้อมกันนั้น ครม. กำชับเจ้าหน้าที่ว่าห้ามใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม...m...แต่ยังไม่ถึงวันที่ 12 มี.ค. ลุงคำพอง ซามาตร์ อายุ 56 ปี ชาว จ.นครพนม รีบชิงพื้นที่ข่าวก่อนบรรดาเสื้อแดงทั้งหลาย อุตส่าห์นัดรถทัวร์จากนครพนมเอาขี้วัวใส่ถุงมาปาใส่บ้านนายกรัฐมนตรี ที่ซอยสวัสดีเมื่อเช้าวานนี้ เรื่องนี้คนที่ฟังข่าวได้แต่แปลกประหลาดใจ ทำไมตำรวจที่รักษาการณ์อยู่บ้านนายกรัฐมนตรีหลายนายปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้...m...ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศชาติ ต้องหงุดหงิดในหัวใจเป็นธรรมดา เพราะเคยถูกบุรุษผู้หนึ่งปาอึใส่บ้านเมื่อ 1 ก.พ. 2553 มาแล้ว มาครั้งนี้โดนปาขี้วัวอีก จึงอารมณ์ไม่ดี ปกติจะลงจากรถให้สัมภาษณ์นักข่าวแล้วเดินขึ้นทำเนียบฯ แต่วานนี้ให้รถส่งที่หน้าบันได โดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใดทั้งสิ้น...m...เพื่อเตือนสติทุกฝ่าย เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทย จะประชุมปรึกษาหารือกันที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยเช้าวันที่ 10 มี.ค. 2553 เสร็จแล้วจะแถลงข่าวในเวลา 12.00 น....m...เวสวัณหายหน้าไปไหว้พระที่สังเวชนียสถาน ประเทศอินเดีย 5 วัน พบเห็นคนไทยมากหน้าหลายตาหลั่งไหลไปไหว้พระกันล้นหลามทุกเที่ยวบิน แต่ที่น่าประหลาดใจคนไทยและผู้โดยสารทุกคน คือการกระทำของเจ้าหน้าที่อินเดียที่สนามบินกายา (GAYA) เช่น ลงจากเครื่องจะเข้าในอาคารสนามบิน เจ้าหน้าที่จะตรวจบอร์ดิง พาส ก่อนเพื่อให้ชัวร์ว่ามากับเที่ยวบินนั้น เมื่อจะผ่าน ตม. หากมีกระเป๋าติดตัวไปด้วยจะต้องผ่านเครื่องเอกซเรย์เหมือนขึ้นเครื่อง ส่วนขาออกวันที่ 4 มี.ค. พระเถระชั้นผู้ใหญ่ เช่น พระธรรมกิตติเมธี กรรมการมหาเถรสมาคม ถือหนังสือเดินทางราชการ ได้รับสิทธิพิเศษไม่ต้องมีวีซ่า แต่เจ้าหน้าที่ขาออกตั้งข้อสงสัยว่าทำไมไม่มีวีซ่า ทั้งๆ ที่คำถามนี้น่าจะเป็นของเจ้าหน้าที่ขาเข้ามากกว่า เมื่อชี้แจงก็ฟังไปอย่างงั้น แล้วพลิกดูหนังสือเดินทางทุกหน้า เมื่อย่ามพระคุณเจ้าผ่านเครื่องเอกซเรย์ก่อนขึ้นเครื่อง แขกก็ตรวจย่ามถี่ยิบ เปิดทุกชิ้น ทุกห่อเหมือนจะหาอะไรติดมือ เรื่องอย่างนี้รัฐบาลอินเดียควรปรับปรุง เพราะคนไทยหรือใครก็ตามที่ใช้บริการสนามบินกายาเพื่อแสวงบุญ นำประโยชน์ไปให้อินเดีย จึงน่าจะต้อนรับในฐานะผู้มาที่ช่วยให้เศรษฐกิจดี มากกว่าคอยจ้องจับผิดต่างๆ จนกระทั่งดูเหมือนไม่ให้เกียรติหรือไม่ต้อนรับ ถ้าคนไทยไม่ไป กายาจะเงียบเหงานะครับ







