posttoday
ชีวิตไม่เต็มชีวิต

ชีวิตไม่เต็มชีวิต

06 พฤษภาคม 2555

โดย...จำลอง บุญสอง

โดย...จำลอง บุญสอง


วราภรณ์ ไวโสภี วัย 8 ขวบ นอนร้องไห้เพราะปวดฟันอยู่ที่ห้องพยาบาลของโรงเรียนประถมบ้านทำใหม่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

แม้ว่าคุณครูจะหายาแก้ปวดแก้ไข้มาให้กินแล้ว แต่เธอก็ยังปวด ปวดเพราะ “ติดเชื้อ” เหมือนเด็ก “วัย” ฟันหัก ที่ไม่ได้แปรงฟัน หรือแปรงฟันไม่ถูกสุขลักษณะทั้งหลาย ส่วน วราภรณ์ ที่ไม่ได้แปรงฟันก็เพราะนอกจากบ้านเธอไม่มีแม่คอยดูแล แล้วยัง “จนเกินจน” อีกด้วย

เช้าของวันนั้นก็เหมือนกับอีกหลายๆ วันของ วราภรณ์ พี่ศิริวรรณ และพี่ชินวัตรของเธอที่อยู่โรงเรียนเดียวกัน เด็กครอบครัวนี้มักจะ “ไม่ได้กินข้าวเช้า” มาโรงเรียน ที่ไม่ได้กินก็เพราะพ่อที่ “หาเช้ากินค่ำ” ไม่มีเงินให้ ส่วนแม่ซึ่งเป็นเสาหลักของ “ความเป็นครอบครัว” อีกเสาหนึ่ง ก็หนีหายไปเพราะความยากจน และทนความประพฤติของสามีไม่ไหว

การกักน้ำเหนือของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. และคุณยิ่งลักษณ์แห่งพรรคเพื่อไทย เพื่อช่วย “คน กทม.” และเพื่อ “ความอยู่รอด” ทาง “การเมือง” ของทั้งคู่เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้น้ำที่ควรไหลออกไปจากพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี เพียงไม่กี่สัปดาห์ ต้องช้าไปอีกเท่าตัว ระหว่างที่รอให้น้ำแห้งนั้น ครอบครัวยากจนของ วราภรณ์ ต้องขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้านโกโรโกโสอย่างลำบากยากแค้น พวกเขามีชีวิตอยู่ด้วยอาหารบริจาคเช่นเดียวกับอีกหลายๆ ครอบครัวในย่านนั้น

หลังน้ำลด “บ้าน” โกโรโกโส ที่จำต้อง “รับบาป” แทนคนกรุงเทพฯ ของ วราภรณ์ ก็มีสภาพไม่เป็นบ้าน คือนอกจากหลังคาโหว่ดูดาวได้แล้ว พื้นบ้านบางส่วนก็หายไปด้วย สภาพเช่นนี้เป็นเหมือนกันทุกบ้าน เช่นเดียวกับโรงเรียนทั่วไปในแถบนั้น

ชีวิตไม่เต็มชีวิต

 

พ่อก็ไม่มีเงิน แม่ก็หนีหาย เด็ก 3 คนจึงอยู่ในบ้านร่วมกับพ่อที่ไม่แน่ว่าจะติดยาบ้าหรือไม่ จำต้องอยู่กับสภาพเช่นนั้นอย่างไม่มีอนาคต โรงเรียนได้ไปบ้างไม่ไปบ้างตามสภาวะแวดล้อมในแต่ละวัน เพียงแต่วันไหนที่มาโรงเรียนก็หมายความว่าพวกเธอได้อิ่มท้อง เพราะโรงเรียนมีอาหารกลางวันให้ ไม่ต้องบอกว่าเสื้อผ้าที่ใช้อยู่ในแต่ละวันได้ซัก หรือไม่ และหาทางเข้าห้องน้ำที่เป็นไม้กระดานหลุดหายไปได้อย่างไร

ชีวิตที่ไม่เต็มชีวิตของ วราภรณ์ และพี่ๆ ของเธอ ก็ไม่ใช่ตัวอย่างเพียงตัวอย่างเดียวของคนรอบๆ โรงงานอุตสาหกรรมในพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี หรือนนทบุรี ยังมีชีวิตเด็กอีกหลายๆ ชีวิตที่ต้องรับทุกข์จากการคืบคลานเข้ามาของโรงงานอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้กับนายทุนอุตสาหกรรมอีกมาก คนมีนาสูญเสียที่นาจากการขายนาให้กับนายทุนในราคาถูกๆ เงินที่ได้ก็ถูกลูกๆ แบ่งเอาไปจ่ายกับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น คนที่เคยเช่านาไม่มีนาขายก็ต้อง “ขายชีวิต”ให้กับโรงงานสิ่งแปลกปลอมใหม่ คนที่ตกขบวนก็ไปรับจ้างรายวัน และมีชีวิตอยู่กับ “ยาบ้า” ที่ระบาดรอบๆ โรงงาน

อภิมุข รื่นหาญ ก็เป็นเด็กอีกคนหนึ่งที่ไม่มีทั้งพ่อทั้งแม่ ชีวิตทุกวันนี้ก็ต้องอยู่กับ “ย่าตาดี” “ปู่ตาบอด” อภิมุข จึงกลายเป็นเด็กเกเรในห้องที่มีนักเรียนไม่ถึง 10 คนของโรงเรียนวัดสามเรือน

วีรวัฒน์ สุดสวาท ซึ่งอยู่โรงเรียนเดียวกัน ก็อยู่กับแม่เพียงลำพัง ปัญญา พองรักสิทธิ์ ก็เช่นเดียวกับ วีรวัฒน์ และใครอีกหลายคนในโรงเรียน

ครูในย่านโรงงานอุตสาหกรรมหลายโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี หรือนนทบุรี บอกว่า เด็กๆ รอบๆ โรงงานจะกำพร้าพ่อหรือแม่ 5070% เสมอ คุณครูให้เหตุผลว่าเป็นเพราะพ่อแม่ยากจน ไม่มีที่ดิน และติดยา

ในวันที่ประเทศอาเซียนกำลังจะแลก “ดิน” ให้นายทุนแต่ละประเทศมา “ลงทุน” กันและกันอยู่นั้น เราคงไม่ต้องเป็นห่วง “นายทุนไทย” แน่ เพราะพวกเขามี “ทุน” แต่สำหรับ “คนจน” “ลูก” คนจนที่มีสภาพที่ “ไม่เหมือนคน” เหล่านี้ จะไปอยู่ส่วนไหนของโลกอาเซียน พวกเขาจะไปหาญสู้อะไรกับแรงงานพม่าผู้อดทน จะไปหาญสู้อะไรกับแรงงานฟิลิปปินส์ที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่า

วันนี้เรามี วราภรณ์ หลายๆ คนที่ขึ้น “รถไฟ” บ้านเราไม่ทัน ต่อไปเมื่อมีขบวนรถไฟสายเออีซีขึ้นมาอีก เราจะไม่มี “วราภรณ์ไทย” อีกนับล้านๆ คนที่อยู่ภายใต้ระบอบนี้

ตกขบวนหรือ?

“ภาพชีวิต” ชิ้นนี้เป็น “ภาพชีวิตจริง” ที่นักการเมืองไม่ว่าเหลืองหรือแดงที่กำลังเล่นละครการเมืองกันอยู่ในเวทีละครรัฐสภา (โดยเอารัฐธรรมนูญมาเป็น “พร็อพ”) ไม่เคยสนใจ หรือสนใจแต่ก็ไม่ใส่ใจ เพราะพวกเขาต้องการเพียงคะแนนเสียงจากคนเหล่านี้เท่านั้น

ใครอยากเจอของจริง ส่งเมลมาที่ [email protected] ครับ!

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง