posttoday
ยกเครื่องของแพง

ยกเครื่องของแพง

06 พฤษภาคม 2555

รัฐบาลดูจะเข้าใจปัญหาสินค้าแพงมากพอควร ถึงแม้จะอยู่บนเหตุผลแปลกๆ เห็นได้จากรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ซึ่งได้รับการตัดต่อมาอย่างจริงจัง

รัฐบาลดูจะเข้าใจปัญหาสินค้าแพงมากพอควร ถึงแม้จะอยู่บนเหตุผลแปลกๆ เห็นได้จากรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ซึ่งได้รับการตัดต่อมาอย่างจริงจัง

รัฐบาลได้ไล่ปัญหาสินค้าแพง ตั้งแต่ต้นน้ำกลางน้ำปลายน้ำ โดยต้นน้ำ รัฐบาลย้ำว่าความเสียหายจากอุทกภัยใหญ่ ทำให้การผลิตเสียหาย แต่ตอนนี้การผลิตเริ่มฟื้นกลับมา และราคาที่ต้นน้ำเริ่มลดลงแล้ว ส่วนกลางน้ำ รัฐบาลบอกว่าอาจโดนกระทบจากต้นทุนค่าขนส่งตามราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวสูงบ้าง และปลายน้ำ รัฐบาลมีมาตรการ นำร้านถูกใจโชห่วยช่วยชาติ เข้าไปแทรกแซงราคาตลาดหวังฉุดราคาภาพรวมให้ถูกลง โดยรัฐบาลเชื่อว่าแนวโน้มราคาสินค้าอีกไม่กี่เดือนต้องลดลง ตามผลผลิตต้นน้ำที่ราคาลด

เรื่องนี้ประชาชนก็คงต้องติดตามไป หากอีก 12 เดือน ราคาสินค้าไม่ลดลงตามที่รัฐบาลบอก ก็หวังว่ารัฐบาลคงจะมีเหตุผลชี้แจงราคาสินค้าที่ไม่ลดลงตามที่รัฐบาลประกาศไว้ ให้สมเหตุสมผลกว่าอธิบายเงินเฟ้อเดือน เม.ย. ที่เพิ่มขึ้นแค่ 2.4% ต่ำสุดในรอบ 29 เดือน ว่าราคาผลผลิตต้นน้ำที่ลด ในส่วนของกลางน้ำ ผลจากราคาพลังงาน ต้นทุนค่าโสหุ้ยต่างๆ เช่น ค่าเช่าแผงค้าที่เพิ่มขึ้น ค่าบริหารจัดการค่าจ้าง รัฐบาลเข้าไปจัดการไม่ให้กำไรเกินควร หรือติดขัดอะไรถึงราคาปลายทางไม่ลดลง

หากผลสรุปเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งผู้ผลิตขายผลผลิตในราคาที่อยู่ได้ ผู้ค้าส่งค้าปลีกมีกำไรอยู่ได้ เชื่อว่าประชาชนก็คงยอมซื้อสินค้าบนราคาสูงขึ้น เมื่อราคาขายนั้นเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ที่สำคัญของการแก้ปัญหาสินค้าแพงคือ สิ่งที่รัฐบาลกล่าวไว้ พอถึงขั้นปฏิบัติแทบจะไม่ได้ดำเนินการ และเมื่อครบกำหนดอีกไม่กี่เดือน รัฐบาลก็คงจะมาพูดเรื่องแก้ปัญหาราคาที่ต้นน้ำกลางน้ำปลายน้ำอีก

เห็นได้จากกว่าครึ่งปีที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามาบริหารประเทศ มีการประชุมตกลงกันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ว่ากระทรวงเกษตรฯ จะบริหารผลผลิตพืชผลแต่ละประเภทหลักๆ ให้พอสำหรับการบริโภคในประเทศและส่งออกจำนวนเท่าไหร่ ส่วนของอุตสาหกรรมจะผลิตสินค้าออกมาเท่าไหร่ และทางกระทรวงพาณิชย์จะบริหารให้ส่งออกบริโภคในประเทศเท่าไหร่ เพื่อให้ราคาผลผลิตเกษตรราคามีกำไรอยู่ได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อนำไปปฏิบัติตั้งแต่ต้นทางการส่งเสริมการเพาะปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ หน่วยงานในขั้นปฏิบัติ ไม่ได้ทำตามที่ร่วมกันประชุมกำหนดนโยบาย ยังคงปล่อยให้เกษตรกรแห่ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ในชนิดที่ได้ราคาดีเมื่อปีก่อน เป็นการแห่ปลูกตามๆ กัน ทั้งๆที่หน่วยงานรัฐมีเครื่องมือในการจูงใจจัดโซนนิงให้ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ได้ตามจำนวนที่นโยบายกำหนด เช่น รัฐจะรับจำนำหรือประกันราคา เกษตรกรที่เพาะปลูก หรือเลี้ยงสัตว์ในโซนที่กำหนดเท่านั้น พื้นที่อื่น หากเกษตรกรยังทำ ก็ต้องรับภาระขาดทุนเอง

เมื่อในขั้นตอนปฏิบัติไม่ทำตามนโยบายที่ตกลงกัน สุดท้ายผลผลิตก็ล้นตลาด รัฐบาลต้องนำภาษีที่เก็บจากประชาชนไปแก้ปัญหา ผลผลิตล้นราคาตกต่ำ ที่สำคัญเมื่อรับซื้อพยุงราคามาแล้ว ไม่สามารถบริหารจัดการระบายสินค้าให้เจ๊งน้อยที่สุดได้ ปล่อยให้เน่าเสีย เช่น หอมแดง โดยไม่มีการลงโทษผู้รับผิดชอบ ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 2 วันในการพิมพ์จดหมายราชการเพียงฉบับเดียว

ภาพรวมทั้งหมดคงเห็นแล้วว่า ปัญหาอยู่ที่ขั้นตอนในเชิงปฏิบัติ ที่ไม่ได้ทำตามที่ประชุมกำหนดนโยบายกันจริงๆ ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องยกเครื่องใหญ่ในภาคปฏิบัติได้แล้ว ไม่เช่นนั้นรัฐบาลต้องเผชิญกับปัญหาสินค้าราคาแพง ขณะที่ผลผลิตการเกษตรตกต่ำ ตามเขย่ารัฐบาลให้พังได้ทุกเมื่อ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท