posttoday
กฟผ.แจงบริหารน้ำเขื่อนลงตัวยันไม่ท่วม-แล้ง

กฟผ.แจงบริหารน้ำเขื่อนลงตัวยันไม่ท่วม-แล้ง

04 พฤษภาคม 2555

กฟผ.ยันบริหารจัดการในเขื่อนลงตัวไม่แล้งไม่ท่วมล่าสุดเพิ่มระบายน้ำจาก2เขื่อนใหญ่ช่วยภาคเกษตรยันมีปริมาณน้ำสำรองในอ่างฯเพียงพอหากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง

กฟผ.ยันบริหารจัดการในเขื่อนลงตัวไม่แล้งไม่ท่วมล่าสุดเพิ่มระบายน้ำจาก2เขื่อนใหญ่ช่วยภาคเกษตรยันมีปริมาณน้ำสำรองในอ่างฯเพียงพอหากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง

นายกิตติ ตันเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาปรับลดลงมากส่งผลให้ไม่สามารถส่งน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตรได้ทางคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำซึ่งดูแลการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยา จึงเห็นชอบให้ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำที่เกิดขึ้นจริง เพื่อให้สามารถส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูกของโครงการเจ้าพระยาได้โดยเหมาะสม

ทั้งนี้ได้กำหนดแผนการระบายน้ำตั้งแต่วันที่ 29  เม.ย. - 6 พ.ค ดังนี้ วันที่29-30 เม.ย.เขื่อนภูมิพลปรับเพิ่มการระบายน้ำจากวันละ 18 ล้านลูกบาศก์เมตร( ลบ.ม)เป็นวันละ 25 ล้าน ลบ.ม. และปรับเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 40 ล้าน ลบ.ม. ระหว่างวันที่ 1-2พ.ค. และ วันที่ 5-6 พ.ค. ในขณะที่วันที่ 3-4 พ.ค.พ.ค.จะปรับการระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 60 ล้าน ลบ.ม. 

สำหรับเขื่อนสิริกิติ์ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.-6 พ.ค. ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากวันละ 20 ล้าน ลบ.ม.ขึ้นเป็นวันละ 25 ล้าน ลบ.ม.  หลังจากนั้นจะกลับเข้าสู่การระบายน้ำตามแผนที่กรมชลประทานประเมินความต้องการใช้น้ำจากอ่างฯ เบื้องต้นเพื่อการทำนาปี ในช่วงเดือนพ.ค.-ก.ค. ประมาณ 3,000 ล้าน ลบ.ม.

ด้านสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำกฟผ.ปัจจุบัน มีปริมาณน้ำในอ่างฯ  59% ของความจุ หรือ 36,031 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน 6 % หรือ 2,184 ล้าน ลบ.ม. โดยอ่างเก็บน้ำในภาคเหนือ (เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์)  มีปริมาณน้ำในอ่างฯ  51% หรือ 11,644 ล้าน ลบ.ม.  มากกว่าปีที่แล้ว 7% หรือ 776 ล้าน ลบ.ม.

อ่างเก็บน้ำในภาคตะวันตก (เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนท่าทุ่งนา และเขื่อนวชิราลงกรณ) มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 66 % หรือ 17,557 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าปีที่แล้ว 10%  หรือ 1,665 ล้าน ลบ.ม. ส่วนอ่างเก็บน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณน้ำในอ่าง 42% หรือ 1,999 ล้านลบ.ม. และภาคใต้มีปริมาณน้ำในอ่าง 68% หรือ 4,832 ล้านลบ.ม. ซึ่งน้อยกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย

นายกิตติ กล่าวว่า อ่างเก็บน้ำทุกแห่งอยู่ในเกณฑ์ปกติ มีช่องว่างในอ่างฯ มากพอสำหรับรองรับน้ำในช่วงฤดูฝน ขณะเดียวกันยังมีปริมาณน้ำในอ่างฯ พอเพียงสำหรับการใช้น้ำเพื่อการเกษตรในช่วงต้นฤดูฝนที่อาจเกิดฝนทิ้งช่วงได้ โดยอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ระบายน้ำในช่วงฤดูแล้ง (พ.ย.54-เม.ย.55)  ไปทั้งสิ้น 13,279 ล้าน ลบ.ม. เป็นการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล 7,679 ล้าน ลบ.ม. จากเขื่อนสิริกิติ์ 5,600 ล้าน ลบ.ม.  และในปีนี้การปลูกข้าวนาปี (ฤดูฝน) ของลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้เริ่มเพาะปลูกในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับฤดูนาปรัง ทำให้มีความต้องการใช้น้ำมากกว่าปกติ

“แม้ว่า กฟผ. และคณะอนุกรรมกาฯจะวางแผนการบริหารจัดการน้ำเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ปี 2555 อย่างรอบคอบ แต่ยังมีความเสี่ยงเรื่องน้ำแล้ง หรือน้ำท่วม  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไป  เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนปี 2555  เป็นไปอย่างมีประสิทฺธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดในด้านการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย และการป้องกันภัยแล้งอย่างสมดุล”นายกิตติ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท