
ผงะแพงยกแผง
ย้อนรอยสำรวจซ้ำ‘พาณิชย์’ของทุกชนิดราคาพุ่งไม่หยุด
ย้อนรอยสำรวจซ้ำ‘พาณิชย์’ของทุกชนิดราคาพุ่งไม่หยุด
ช็อก ลงพื้นที่สำรวจตลาดที่เดียวกับพาณิชย์ใช้เก็บข้อมูลสินค้าแพง พบราคาสินค้ายังเพิ่มขึ้นทุกประเภท
เพื่อให้เห็นต้นทางการเก็บข้อมูลราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ ว่าราคาสินค้าเพิ่มหรือลดลงตามที่ดัชนีราคาผู้บริโภคหรือเงินเฟ้อเดือน เม.ย. ของกระทรวงพาณิชย์รายงาน เพิ่มแค่ 2.47% ต่ำสุดในรอบ 29 เดือน โพสต์ทูเดย์จึงลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้าในตลาด ซึ่งเป็นตลาดที่กระทรวงพาณิชย์เลือกเป็นกลุ่มตัวอย่างใช้เก็บข้อมูลไปคำนวณเงินเฟ้อ
การสำรวจราคาสินค้าอาหารสดในตลาดท่าน้ำนนท์ เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่าอาหารสดเกือบทุกชนิดปรับขึ้นราคา โดยเฉพาะกลุ่มผักสดปรับขึ้นราคาเป็นเท่าตัว ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าให้เหตุผลว่า ต้นทุนผักที่มาส่งให้จำหน่ายมีราคาแพงขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศร้อน ทำให้ผลผลิตออกมาน้อยลง
ทั้งนี้ ราคาผักคะน้าอยู่ที่ 70 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ปรับขึ้นจากราคา 50 บาทต่อ กก. ในช่วงปลายเดือน เม.ย. หรือปรับขึ้นมา 20 บาทต่อ กก. ถั่วฝักยาว 70 บาทต่อ กก. ปรับขึ้นจาก 50 บาทต่อ กก.
ขณะที่กลุ่มเนื้อสัตว์ เช่น หมูเนื้อแดงช่วงสะโพกอยู่ที่ 130 บาทต่อ กก. ไหล่ 120 บาทต่อ กก. สันใน 140 บาทต่อ กก. สันนอก 130 บาทต่อ กก. ซึ่งเป็นราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นมาจากช่วงปลายเดือน เม.ย. 10 บาทต่อ กก.ทั้งหมด ส่วนเนื้อไก่ พบว่า ไก่สดทั้งตัวไม่รวมเครื่องในอยู่ที่ 65 บาทต่อ กก. ปรับขึ้น 5 บาทต่อ กก. เมื่อปลาย เม.ย. ส่วนไข่ไก่ เบอร์ 3 อยู่ที่ 2.70 บาทต่อฟอง ไข่ไก่เบอร์ 2 อยู่ที่ 2.90 บาทต่อฟอง ปรับขึ้น 20 สตางค์ต่อฟองในทุกขนาดช่วงปลายเดือน เม.ย.เช่นกัน
พ่อค้าแม่ค้าระบุว่า ราคาอาหารสดที่ขึ้น กระทบยอดขายลดลง 2030% ส่วนค่าจ้างงานขึ้น 300 บาท ไม่ได้ช่วยให้การขายสินค้าดีขึ้น เพราะราคาสินค้าก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาสินค้าราคาแพงว่า เกิดจากสองส่วน คือ น้ำท่วมจากปีที่ผ่านมา ทำให้โรงงานไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามปกติและวัตถุดิบบางส่วนขาดตลาด ทำให้สินค้าในตลาดราคาสูงขึ้น รวมทั้งอากาศร้อนอบอ้าวและอยู่ในช่วงปิดเทอม ทำให้การจับจ่ายเป็นไปมากกว่าปกติ ของที่น้อยอยู่แล้วราคาสูงขึ้น







