
ดึงภท.ร่วมรัฐบาลเกมที่ไม่ง่ายของทักษิณ
สถานการณ์ทางการเมืองเวลานี้ ทุกฝ่ายกำลังหันไปสนใจการได้รับอิสรภาพทางการเมืองของกลุ่ม 111
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
สถานการณ์ทางการเมืองเวลานี้ ทุกฝ่ายกำลังหันไปสนใจการได้รับอิสรภาพทางการเมืองของกลุ่ม 111 ว่า จะเข้ามามีบทบาททางการเมืองหลังจากนี้ไปอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าเป้าหมายทั้งหลายคงอยู่ที่การก้าวขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีกันอีกครั้ง
ถึงนาทีนี้ 111 จากพรรคเพื่อไทย กลับสู่เก้าอี้รัฐมนตรีไม่น่าจะเกิน 5 ตำแหน่ง ซึ่งกว่าจะมีการปรับ ครม.คงต้องรอเปิดสภาสมัยสามัญในระหว่างเดือน ส.ค.พ.ย. ซึ่งช่วงนั้นเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ฉะนั้น แผนการปรับ ครม. จึงถูกวางไว้ในช่วงนี้ ถ้าไม่มีปัจจัยอะไรมาเร่งเร้า ทั้งหมดเพื่อให้ ปชป.เตรียมข้อมูลเก้อ
ทว่า ที่สนใจไปกว่านั้นคือ “พรรคภูมิใจไทย” ซึ่ง 3 แกนนำหลักอย่าง เนวิน ชิดชอบ อนุทิน ชาญวีรกูล และสมศักดิ์ เทพสุทิน ซึ่งเป็นสมาชิกบ้าน 111 ก็ได้อิสรภาพด้วย จะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่
หากดูทิศทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยจากการโหวต เรื่องสำคัญในสภาชัดเจน สส.พรรคภูมิใจไทยยืนอยู่ฟากรัฐบาลแทบทั้งสิ้น อาทิ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องปรองดอง
ที่ลึกไปกว่านั้นคือ 2 กลุ่มพรรคภูมิใจไทย คือ “สมศักดิ์” กลุ่มมัชฌิมา และ “อนุทิน” ต่างวิ่งเข้าหานายใหญ่ และแกนนำพรรคเพื่อไทย เพื่อขอเข้าร่วมรัฐบาลแล้ว โดย “อนุทิน” บินตรงไปพบ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ หลายครั้ง เพื่อเจรจาผูกมิตรขอกลับเข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย
ขณะที่ “สมศักดิ์” ติดต่อขอนำ สส.กลุ่มมัชฌิมาเข้าร่วมรัฐบาล หลังเลือกตั้งใหม่ๆ และโดยเฉพาะช่วงที่พรรคภูมิใจไทยโดนคดียุบพรรค แต่ทางนายใหญ่ไม่ต้องการภาพ “งูเห่า” มาเขย่ารัฐบาล จึงทำให้ “สมศักดิ์” ยังดิ้นอยู่ทุกวัน
ทั้งนี้ “สมศักดิ์” ไม่ละความพยายามเดินสายเจรจากับ “สมชาย-เยาวภา” น้องเขยน้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ มาตลอด และล่าสุดรีบบึ่งมาเตะบอลสี่เส้าของกลุ่ม 111 และ 109 ทันที เพื่อส่งสัญญาณให้ชัดเจนว่าพร้อมเข้าร่วมรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด แม้ “ยงยุทธ วิชัยดิษฐ” รองนายกฯ ฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาพูดเปิดทางให้ “เนวิน-สมศักดิ์-อนุทิน” กลับคืนสู่อ้อมอก
ทั้งหมดเพื่อโดดเดี่ยวประชาธิปัตย์ ซึ่งเปรียบเสมือนหอกข้างแคร่ทางการเมืองตามที่นายใหญ่ต้องการ รวมถึงการดึงศัตรูมาเป็นมิตร เพื่อร่วมกันยึดเสียงข้างมากในสภา เพื่อนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญและกฎหมายนิรโทษกรรม
ทั้งนี้ เนื่องจาก “ภูมิใจไทย” เป็นศัตรูคู่อาฆาตของเสื้อแดง และตลอดเวลาที่ผ่านมา “เนวิน” ถูกตีตราขึ้นชื่อว่า เป็นคนทรยศ “พ.ต.ท.ทักษิณ” ซึ่งครั้งหนึ่งเคยแถลงข่าวประกาศชัดเจนที่โรงแรมสยามซิตี ด้วยวลีเด็ดว่า “มันจบแล้วครับนาย” พร้อมหันไปสนับสนุนประชาธิปัตย์ฐานะศัตรู ขึ้นแท่นรัฐบาลภายหลังการยุบพลังประชาชน
เรื่องนี้ทำให้พรรคภูมิใจไทยถูกโจมตีอย่างหนักจากกลุ่มคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย ถึงขั้นประกาศชัดเจนว่า ไม่มีวันร่วมงานทางการเมืองกันอย่างแน่นอน
ฉะนั้น การดึงพรรคภูมิใจไทยทั้งพรรคมาร่วมรัฐบาล แน่นอนจะเกิดกระแสต้านภายในพรรคเพื่อไทยเองและคนเสื้อแดงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้ เนวิน เก็บตัวเงียบ ขอทุ่มเทอยู่กับฟุตบอลไทยลีก โดยวางให้ “อนุทิน” ขึ้นมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนต่อไป เพื่อไม่ให้ถูกต่อต้าน แต่ทว่าทุกอย่างก็ยังยากอยู่ดี โดยเฉพาะ สส.พรรคเพื่อไทย ที่เกรงตัวเองจะต้องสูญเสียโอกาสจากการเข้ามาของพรรคภูมิใจไทยเตรียมต้านกันสุดฤทธิ์
“หากมีการปรับ ครม.รอบหน้า ชื่อ เนวินและอนุทิน ที่จะร่วมรัฐบาลด้วยคงเป็นเรื่องยาก แต่หาก สมศักดิ์ อาจต้องใช้เวลาอีกระยะ และการปรับ ครม.เป็นเพียงการปรับเล็กเท่านั้น” วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่มีข่าวว่าอาจต้องถูกปรับออกเพื่อรองรับ 111 กล่าว
ฉะนั้น “พ.ต.ท.ทักษิณ” คงไม่กล้าปรับอะไรผลีผลาม เพราะต้องรักษาฐานมวลชนไว้ให้นานที่สุด
ขณะที่พรรคภูมิใจไทยเองทั้ง “เนวินสมศักดิ์อนุทิน” ไม่มีทางเลือกมากนักในการเดินเกมทางการเมือง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยและ พ.ต.ท.ทักษิณ คุมกลไกไว้ทั้งหมด ขืนไปยืนตรงกันข้ามมีหวังต้องพังครืน
หลากหลายปัจจัยที่ทำให้แกนนำพรรคภูมิใจไทยยอมจำนน ไล่เรียงไปตั้งแต่ “เนวิน” ซึ่งแน่นอนว่า ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ และคนเสื้อแดงคิดบัญชีคงต้องสาหัสสากรรจ์ ทั้งทีมฟุตบอลและธุรกิจ ซึ่งไม่ต่างจาก “อนุทิน” ที่มีสายสัมพันธ์กับบริษัท ซิโน-ไทย ซึ่งได้รับสัมปทานรถไฟฟ้าหลายสาย
ขณะที่ “สมศักดิ์” มีฐานคะแนนอยู่ จ.สุโขทัย หากถูกล้อมกรอบนานมีหวังหงายเก๋ง
ฉะนั้น หนทางเดียวที่พวกเขาอยู่รอดคือ การสวามิภักดิ์ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะการอยู่ร่วมหัวจมท้ายในบทบาทฝ่ายค้านกับพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้พวกเขาลำบากยิ่งเข้าไปอีก เพราะพรรคประชาธิปัตย์เองก็ไม่ได้ไว้วางใจนัก
“แม้พรรคภูมิใจไทยจะยืนยันชัด ไม่ได้มีความอยากในการเข้าร่วมเป็นรัฐบาล เพราะการทำหน้าที่ในสภา โดยเฉพาะการเป็นฝ่ายค้านก็สามารถทำประโยชน์ให้ประชาชนได้ แต่ทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ซึ่งไม่มีใครตอบได้ อีกทั้งการตัดสินใจของพรรคทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับการปรึกษาหารือ และเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง” เป็นคำยืนยันของ “ศุภชัย ใจสมุทร” โฆษกพรรคภูมิใจไทย ที่ตอกย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยพร้อมร่วมรัฐบาล
ฉะนั้น จากนี้ต้องตามติดว่า “พ.ต.ท.ทักษิณ” จะบริหารจัดการอย่างไร เพื่อให้คนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย มีนายใหญ่คนเดียวกัน ตามทฤษฎีที่ว่า “การเมืองไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร”







