
กทม.ยึดหลักเจรจาแก้ปมรุกที่ริมคลอง
กทม.ยันใช้หลักเจรจาชาวบ้านรุกที่ริมคลองโยนรัฐบาลแก้ปัญหาภาพรวมทั้งประเทศจัดหาที่รองรับ
กทม.ยันใช้หลักเจรจาชาวบ้านรุกที่ริมคลองโยนรัฐบาลแก้ปัญหาภาพรวมทั้งประเทศจัดหาที่รองรับ
นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ปัญหาการสร้างบ้านเรือนรุกล้ำในที่สาธารณะ ริมคลองสายหลัก สายรอง และพื้นที่ทางน้ำไหล จะต้องแก้ไขด้วยการใช้หลักการเจรจากับประชาชนให้เกิดความเข้าใจและเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ส่วนขั้นตอนทางกฎหมายจะเป็นมาตรการสุดท้าย โดยยืนยันว่าจะไม่มีการใช้ความรุนแรงขับไล่ประชาชนออกนอกพื้นที่
"ปัญหาการรุกที่สาธารณะถือเป็นเรื่องละเอียด ซึ่ง กทม.ต้องใช้ทั้งหลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ควบคู่กัน โดยต้องคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมด้วย" โฆษก กทม. กล่าว
นายวสันต์ กล่าวว่า ปัญหาการรุกที่สาธารณะเกิดขึ้นมานาน ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ กทม.หรือพื้นที่ทางน้ำไหลเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลควรมีนโยบายแก้ไขปัญหาในภาพรวมทั้งประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำสองมาตรฐาน โดยรัฐควรจัดสรรที่ดินทำกินหรือที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนด้วยความเท่าเทียม ซึ่ง กทม.พร้อมจะเป็นตัวกลางในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กล่าวว่า สิ่งปลูกสร้างรุกล้ำคูคลองเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการระบายน้ำ ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหาในระยะยาว โดยจะขอความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น การเคหะแห่งชาติ ในการจัดหาที่อยู่อาศัยรองรับเพื่อให้ผู้ที่รุกล้ำริมคลองย้ายออกไป รวมถึงจะหารือร่วมกับสำนักผังเมือง กทม.ในการกำหนดข้อห้ามไม่ให้มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำริมคลอง
ทั้งนี้ สำนักงานเขตต่างๆ ได้สำรวจข้อมูลเมื่อเดือน ธ.ค.2554 พบว่า มีพื้นที่คูคลองสาธารณะที่ถูกรุกล้ำ 160 คูคลอง จำนวน 6,171 หลังคาเรือน
ขณะที่นายชวลิต แก้วจินดา คณะกรรมการวิสามัญด้านการตั้งถิ่นฐานและการผังเมือง วุฒิสภา กล่าวว่า ปัจจุบันมีการปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำริมคลองจำนวนมาก ทำให้ขนาดของคลองแคบลง และเป็นหนึ่งในสาเหตุของน้ำท่วม โดยพบว่าพื้นที่ กทม. 50 เขต มีบ้านเรือนรุกล้ำริมคลองกว่า 2.3 หมื่นครัวเรือน ขณะที่กรมการปกครองได้มีการออกเลขที่บ้านชั่วคราวให้ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 โดยไม่มีการกำหนดอายุว่าจะต้องย้ายออกไปในกี่ปี
นายชวลิต กล่าวต่อว่า แนวทางแก้ไขอยากจะให้รัฐบาลเข้ามาดูแลเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว โดยให้บ้านเรือนที่รุกล้ำริมคลองอยู่ในขณะนี้ย้ายออกไปจากพื้นที่เพื่อจะได้เปิดทางไหลของน้ำได้สะดวกขึ้น ด้วยการประสานไปยังการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัดหาบ้านเอื้ออาทรและบ้านมั่นคงมารองรับ
ด้านนางตรึงใจ บูรณสมภพ ประธานคณะกรรมาธิการด้านผังเมือง วุฒิสภา กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่ กทม.จะต้องเวนคืนที่ดินที่มีการบุกรุก เพื่อเปิดทางน้ำไหล หากปล่อยไว้ต่อไปจะเป็นอุปสรรคในการป้องกันน้ำท่วมในระยะยาวได้







