
มึนเงินเฟ้อต่ำ
เปิดไส้ในเจอเสกตัวเลขเนื้อหมู-นักวิชาการชี้ถ้าไม่มั่วเป็นสัญญาณอันตราย
เปิดไส้ในเจอเสกตัวเลขเนื้อหมู-นักวิชาการชี้ถ้าไม่มั่วเป็นสัญญาณอันตราย
พิลึก ของแพงแต่เงินเฟ้อต่ำ พาณิชย์อ้างตัวเลข เม.ย.ปีก่อนสูง ทำให้ปีนี้ต่ำสุดใน 29 เดือน นักวิชาการชี้ถ้าไม่มั่ว แสดงว่าเศรษฐกิจไทยกำลังวิกฤต
พบกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ใช้ราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริงมาคำนวณดัชนีราคาผู้บริโภค หรือเงินเฟ้อเดือน เม.ย. หลังจากนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้แถลงว่าดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน เม.ย. อยู่ที่ 2.47% พร้อมระบุว่า เป็นตัวเลขจริงไม่ได้ปั้นแต่งขึ้น โพสต์ทูเดย์ตรวจสอบพบว่าการคำนวณดัชนีดังกล่าว พณ.ได้ใช้ตัวเลขราคาสินค้าที่ต่ำกว่าความเป็นจริงมาคำนวณ เช่น ใช้ราคาเนื้อสุกรสันนอกสันใน ที่เฉลี่ย 123.50 บาทต่อกิโลกรัมมาคำนวณ ทั้งที่มีรายงานของกรมการค้าภายใน ซึ่งลงพื้นที่สำรวจข้อมูล 17 ครั้งในเดือน เม.ย. พบว่าสุกรชำแหละเนื้อสันในสันนอก ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ กก.ละ 133.38 บาท
อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบไปยัง พณ. แล้วได้รับการชี้แจงจากสำนักสารสนเทศและดัชนีเศรษฐกิจการค้า พณ. ว่า การจัดเก็บข้อมูลราคาสินค้าเพื่อทำดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วประเทศของสำนักสารสนเทศฯ เป็นการจัดเก็บตัวเลขจริง มีความถูกต้องและแม่นยำ สาเหตุที่เงินเฟ้อเดือน เม.ย. 2555 ขยายตัวชะลอลงมาก โดยลดลงมากกว่า 1% เมื่อเทียบกับเงินเฟ้อในเดือน ก.พ. และ มี.ค. เพราะว่าฐานเงินเฟ้อเดือน เม.ย. 2554 ราคาสินค้าผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นมาก เพราะช่วงนั้นมีการปรับขึ้นของราคาน้ำมันปาล์มสูงมาก บางพื้นที่ขายขวดละ 6070 บาท อีกทั้งราคาอาหารปรุงสำเร็จเริ่มทยอยปรับขึ้น
ทั้งนี้ เห็นได้จากอัตราเงินเฟ้อในกลุ่มหมวดอาหารและเครื่องดื่มช่วงเดือน เม.ย. 2554 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.12% เทียบกับเดือน มี.ค.ปีเดียวกัน ส่วนกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเดือน เม.ย. 2555 ขยายตัวแค่ 0.65% เทียบกับเดือน มี.ค.ปีเดียวกัน โดยกลุ่มเนื้อสัตว์เดือน เม.ย. 2554 ราคาขึ้น 4.09% เทียบกับเดือน มี.ค.ปีเดียวกัน ขณะที่กลุ่มเนื้อสัตว์เดือน เม.ย. 2555 ราคาขึ้น 1.68% เทียบกับเดือน มี.ค.ปีเดียวกัน ซึ่งตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าราคาสินค้าในช่วงเดือน เม.ย.ปีก่อน ผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นมาก แต่ราคาสินค้าในปีนี้แม้จะสูงขึ้น แต่ไม่ได้ผันผวนเมื่อเทียบกับปีก่อน
ด้านนายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) กล่าวว่า ในภาวะที่ราคาสินค้าและค่าครองชีพสูงเช่นนี้ อัตราเงินเฟ้อกลับต่ำกว่าระดับ 3% ถือเป็นเรื่องน่าแปลก แสดงให้เห็นว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคหดตัวลงอย่างรุนแรง ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีต่อระบบเศรษฐกิจ
“เหตุการณ์แบบนี้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ที่ผู้บริโภคตัดสินใจรัดเข็มขัดอย่างทันที จับจ่ายใช้สอยเฉพาะสินค้าปัจจัยสี่ หากเป็นเช่นนี้จริงจะกระทบเป็นลูกโซ่ เพราะจะทำให้ยอดขายของผู้ประกอบการลดลงด้วย” นายสมภพ กล่าว
ทางกระทรวงพาณิชย์ต้องอธิบายตัวเลขเงินเฟ้อให้ชัดเจนว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อเดือน เม.ย.ออกมาต่ำ เพราะขัดกับสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ ในเรื่องของการตั้งวอร์รูมแก้ปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้า ขณะเดียวกันยังสวนทางกับเศรษฐกิจทั่วโลกที่กำลังเจอปัญหาอัตราเงินเฟ้อสูงด้วย







