
มาเฟียใหญ่นำเข้าซูโด-ดีเอสไอลุยคลังสินค้าสุวรรณภูมิ
ธาริตเผยมาเฟียใหญ่นำเข้าซูโด เตรียมกันบ.ชิปปิ้งเป็นพยาน ส่งเจ้าหน้าที่ลุยคลังสินค้าสุวรรณภูมิ3 พ.ค.
ธาริตเผยมาเฟียใหญ่นำเข้าซูโด เตรียมกันบ.ชิปปิ้งเป็นพยาน ส่งเจ้าหน้าที่ลุยคลังสินค้าสุวรรณภูมิ3 พ.ค.
วันนี้( 2 พ.ค.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยภายหลังประชุมร่วม 8 หน่วยงาน ในการดำเนินการกรณีขบวนการลักลอบนำยาสูตรผสมซูโดอีเฟดรีนเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ประกอบด้วย สำนักงานอัยการคดีพิเศษ กรมศุลกากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) และบริษัทการท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)
นายธาริต กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการหารือเกี่ยวกับประเด็นข้อกฎหมายที่ใช้ดำเนินคดีซึ่งมีทั้งสิ้น 11 ฉบับ และตั้งสมมติฐานว่าขบวนการดังกล่าวเป็นขบวนการใหญ่ มีกลุ่มอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง เพราะมีการนำเข้าซูโดฯเป็นจำนวนมาก โดยบางส่วนถูกส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน บางส่วนใช้อยู่ในประเทศ โดยมีวิธีแยบยลในการดำเนินการ ทำเป็นสินค้าผ่านมาแดน ส่งออกไปประเทศลาว และทำหายระหว่างทาง ซึ่งมีข้อมูลแล้วแต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่ามีใครบ้าง ทั้งในส่วนเจ้าหน้าที่รัฐและอื่นๆ
“ยาเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำเข้าระบบของโรงพยาบาล แต่มีการสำแดงเท็จก่อนนำของออกมา และนำเข้าออกจากด่านศุลกากรและท่าอากาศยาน ซึ่งการส่งยาออกประเทศมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องทุกขั้นตอน เราได้นำข้อมูลของป.ป.ส. บช.ปส. และกรมศุลกากร มาเปรียบเทียบสถิติการจับกุมในรอบ 3 ปีก็พบว่ามีการลักลอบนำเข้ามาจำนวนมาก เช่น กรณีเกาหลีใต้ที่ระบุการนำเข้า 40 ตัน 850 เม็ด ซึ่งเป็นไปได้ว่ายาทั้งหมดถูกนำเข้าในประเทศไทยทั้งหมดแล้ว”นายธาริต กล่าว
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า หลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงจนสามารถทราบข้อมูลผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องได้และสามารถหยุดยั้งขบวนการดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามนอกจากนี้ ตนได้ลงนามกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของทั้งประเทศเกาหลีใต้ และไต้หวัน เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าก่อนที่ดีเอสไอจะเดินทางไปตรวจสอบข้อมูล เช่น การตรวจสอบการเปิดแอล/ซี การตั้งตัวแทนนายหน้า ส่วนบริษัทชิปปิ้งที่เกี่ยวข้องหากยอมให้ข้อมูลว่าเข้าไปมีส่วนร่วมในขั้นตอนใดดีเอสไอก็พร้อมจะกันไว้เป็นพยาน
นายธาริต กล่าวอีกว่า วันพรุ่งนี้(3 พ.ค.) นายสรรเสริญ ปาลวัฒน์วิไชย รองอธิบดีดีเอสไอ จะเดินทางไปตรวจสอบคลังเขตปลอดอากร คลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งสถานที่ลักลอบนำสินค้าเข้าประเทศ โดยจะมีการตรวจสอบเกี่ยวกับขั้นตอนการการนำสินค้าต้องห้ามเข้ามาสำแดงเท็จ







