posttoday
จี้รัฐบาลเอาจริงบังคับใช้เข็มขัดนิรภัย

จี้รัฐบาลเอาจริงบังคับใช้เข็มขัดนิรภัย

02 พฤษภาคม 2555

ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยในเด็ก วอนรัฐบาล เอาจริง ออกกฎหมายบังคับใช้เข็มขัดนิรภัย-ที่นั่งคาร์ซีทในเด็ก หลังอัตราการตายเด็กพุ่งสูงทุกปี

ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยในเด็ก วอนรัฐบาล เอาจริง ออกกฎหมายบังคับใช้เข็มขัดนิรภัย-ที่นั่งคาร์ซีทในเด็ก หลังอัตราการตายเด็กพุ่งสูงทุกปี

สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยในเด็ก คณะแพทย์ศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ร่วมกับเครือข่ายรักลูกปลอดภัยเมื่อใช้ถนน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็กเยาวชนและครอบครัว สสส. เปิดเผยถึงผลการวิเคราะห์เหตุการตายในเด็กที่โดยสารรถยนต์ในช่วงเทศการสงกรานต์ปี 2555 และตลอดปี 2554 ว่า อนุกรรมการพิเคราะห์เหตุการณ์ตายในเด็ก ในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ทำการวิเคราะห์การตายของเด็กจากการโดยสารรถยนต์ทุกประเภท ผลการศึกษา พบว่ามีเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี ตายจากการโดยสารรถยนต์ทุกประเภทปีละ 126 ราย และบาดเจ็บรุนแรงปีละ 1,827 ราย และในปี 2555 พบการตายของเด็กจากอุบัติเหตุจราจรในช่วงเทศการสงกรานต์สูงถึง 46% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงและประเด็นปัญหาสำคัญเด็กที่ตายทั้งหมด 100% เกิดจากไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยหรือใช้ที่นั่งนิรภัยในเด็ก (คาร์ซีท)  ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการตายที่สำคัญ


“การละเลยหรือจงใจต่อการละเมิดสิทธิความปลอดภัยในเด็ก และละเลยต่อหน้าที่การปกป้องคุ้มครองเด็ก โดยเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ผลิตรถยนต์ เนื่องจากการรณรงค์การใช้เข็มขัดนิรภัย การติดตั้งเข็มขัดนิรภัยมาพร้อมรถยนต์ การจับกุมดำเนินการตามมาตรา 123 เรื่องการใช้เข็มขัดนิรภัย ได้มีการดำเนินการอย่างจริงจังในสังคมไทย หากแต่ว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงความพยายามคุ้มครองความปลอดภัยให้กับผู้ใหญ่เท่านั้น มิได้ส่งผลต่อความปลอดภัยของเด็กในการโดยสารรถยนต์แต่อย่างใด” นพ.  อดิศักดิ์ กล่าว

นพ.อดิศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า การรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนที่ผ่านมามีผลคับใช้กับผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังคงมีการละเลยต่อการคุ้มครองปกป้องเด็กอย่างจริงจัง ดังนั้น ข้อมูลจากผลการศึกษาที่ค้นพบ บอกได้ชัดเจนว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเอาจริงกับแนวทางป้องกันที่ดีให้แก่เด็ก ในประเด็นข้อเสนอที่สำคัญๆ ดังนี้  1.ควรมีการผลักดัน พ.ร.บ.จราจรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 123 ให้ครอบคลุมความปลอดภัยในเด็ก 2.ควรมีการรณรงค์การใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการเดินทางครั้งแรกของเด็กที่ออกจากโรงพยาบาล และการเดินทางของเด็กอนุบาลหรือเด็กในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 3.รัฐบาลต้องสนับสนุนให้ใช้ที่นั่งนิรภัยโดยการลดภาษีนำเข้าเพื่อให้มีราคาที่ถูกลง เพิ่มโอกาสในการตัดสินใจของผู้ใช้ 4.บริษัทรถยนต์ต่างๆ ต้องรับผิดชอบต่อการคุ้มครองผู้บริโภคเด็ก ด้วยการประชาสัมพันธ์โฆษณาผ่านช่องทางสื่อ เพื่อให้สังคมเห็นความสำคัญของการใช้ที่นั่งนิรภัย หรือมีโปรโมชั่นแก่ผู้ซื้อ เช่น การแถมที่นั่งนิรภัย เป็นต้น โดยข้อเสนอดังกล่าวนี้ ตนจะขอความเห็นชอบจากผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ เพื่อทำหนังสือถึงหน่วยงานที่มีบทบาทเกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงต่อมนุษย์ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ ร่วมรับผิดชอบและดำเนินการต่อไป

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล