
'ธรรมกาย'โกอินเตอร์ เข็นพุทธศาสนาบุกตลาดโลก
หลังจากกิจกรรม “ธุดงค์ธรรมชัย” ที่เป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์จนไฟลามทุ่ง ล่าสุดวัดพระธรรมกาย
โดย...ทีมข่าวในประเทศ
หลังจากกิจกรรม “ธุดงค์ธรรมชัย” ที่เป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์จนไฟลามทุ่ง ล่าสุดวัดพระธรรมกายผุดไอเดียสร้างความฮือฮาแก่ชาวพุทธอีกครั้ง ด้วยการใช้หลักออร์แกไนซ์ ครีเอทีฟ และการจัดอีเวนต์ หวังส่งออกพุทธศาสนาให้ขจรขจายไปทั่วโลก
พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า งานเผยแผ่พุทธศาสนาถือเป็นหน้าที่สำคัญประการหนึ่งของชาวพุทธ ที่ต้องถ่ายทอดคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไปสู่คนทั่วโลก และวัดพระธรรมกายมีเป้าหมายชัดเจนตั้งแต่ต้นแล้วว่า จะต้องทำหน้าที่เผยแผ่พุทธศาสนาให้กว้างขวางออกไปให้มากที่สุด
พระสนิทวงศ์ เล่าว่า ในแต่ละปีวัดพระธรรมกายได้มีการจัดกิจกรรมอบรม “ธรรมทายาทนานาชาติ” นับตั้งแต่ปี 2546 จวบถึงปัจจุบันมีผู้เข้ารับการอบรมแล้วกว่า 400 คน จาก 35 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ อังกฤษ ยุโรป จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ ซึ่งสะท้อนว่าชาวต่างชาติมีความสนใจศึกษาธรรมะมากขึ้น
“แรกเริ่มนั้นชาวต่างชาติที่สนใจพุทธศาสนาก็จะมักจะเข้าไปเสิร์ชข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต เช่น ค้นหาคำว่าพระ การบวช การนั่งสมาธิ จนกระทั่งได้มาพบกับเว็บไซต์ของวัดพระธรรมกาย หลังจากนั้นก็มีการบอกต่อกันทางโซเชียลมีเดียมากขึ้นเรื่อยๆ” พระสนิทวงศ์ กล่าว
พระสนิทวงศ์ กล่าวว่า โนว์ฮาว หรือองค์ความรู้ต่างๆ ในทางโลก ไม่ว่าจะเป็นหลักการตลาด การประชาสัมพันธ์ และการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในงานศาสนา เช่น ทีวีดาวเทียม เอสเอ็มเอส ฯลฯ ถือเป็นแค่เครื่องมือที่นำไปสู่เป้าหมายเท่านั้น และยืนยันว่าทางวัดไม่เคยใช้วิธีการโฆษณาชวนเชื่อ ไม่ได้มองถึงเรื่องกำไรหรือขาดทุน และไม่มีการดำเนินกิจกรรมแบบพุทธพาณิชย์
อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรมใหญ่ๆ ย่อมมีค่าใช้จ่ายตามมา ฉะนั้นจึงต้องมีการระดมทุน หรือเรียกว่าเป็นการบอกบุญ เช่น การทำพิธีเททองสร้างองค์พระเพื่อนำไปประดิษฐานที่พระเจดีย์ แต่ก็ไม่ได้มีการปล่อยให้เช่าแบบวัตถุมงคล
กระนั้น ข้อกังขาเกี่ยวกับของวัดพระธรรมกายที่มีหลักคิดว่า ยิ่งทำบุญมาก ยิ่งได้มาก ก็ยังเป็นคำถามที่สร้างความสับสนอยู่ไม่น้อย ซึ่งพระสนิทวงศ์ อธิบายว่า หากบุคคลผู้นั้นหมั่นทำบุญทำทาน ผลบุญก็ย่อมเป็นสิ่งที่สั่งสมได้ และต้องทำอย่างจริงจังด้วยใจบริสุทธิ์
ดังปรากฏคำอธิบายในเว็บไซต์ของวัดพระธรรมกาย ว่า “...หากเจตนาของบุคคลผู้ให้และผู้รับมีความบริสุทธิ์เท่ากันแล้ว แน่นอนว่าผู้ที่ให้ทานเป็นจำนวนมากกว่าก็ย่อมได้รับผลมากกว่า เหมือนคนทำนา 100 ไร่ ย่อมได้ผลมากกว่าคนทำนา 1 ไร่...
“หากผู้ที่ให้ทานด้วยทรัพย์แม้เป็นจำนวนน้อยกว่า แต่มีความตั้งใจ มี ความเลื่อมใสศรัทธาเต็มเปี่ยม และได้ให้ทานกับคนที่มีคุณธรรมสูง ก็อาจได้บุญมากยิ่งกว่าผู้ทำด้วยทรัพย์มากยิ่งกว่าเป็นร้อยๆ เท่าก็ได้ ดังตัวอย่างของมหาทุคตะในครั้งพุทธกาล ถวายข้าวเพียงมื้อเดียวแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ทำด้วยความเลื่อมใส ศรัทธาเต็มที่ ก็ได้อานิสงส์ผลบุญทันตาเห็น กลายเป็นมหาเศรษฐีประจำเมือง”
ทุกวันนี้อาจเรียกได้ว่า วัดพระธรรมกายมีผู้คนนับแสนทั่วโลกเลื่อมใสศรัทธา ขณะเดียวกันก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และข้อสงสัยต่อหลักคิดอีกจำนวนไม่น้อย แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ว่า อะไรกันแน่ที่เป็นของจริง







