posttoday
กฟผ.มั่นใจปีนี้มีไฟพอใช้แน่

กฟผ.มั่นใจปีนี้มีไฟพอใช้แน่

30 เมษายน 2555

แม้ไฟพีกบ่อยเหลือสำรอง3พันเมกฯ เกษตรฯยันน้ำ2เขื่อนหลักเหลือ50%

แม้ไฟพีกบ่อยเหลือสำรอง3พันเมกฯ เกษตรฯยันน้ำ2เขื่อนหลักเหลือ50%

กฟผ.มั่นใจปีนี้ไฟพีกไม่เกิน 2.7 หมื่นเมกะวัตต์ กำลังไฟฟ้ามีให้พอใช้ ด้านกระทรวงเกษตรฯ ชี้น้ำ 2 เขื่อนหลักมีเกิน 50%

นายพิบูลย์ บัวแช่ม ผู้ช่วยผู้ว่าการควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.คาดการณ์ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) ปีนี้จะไม่เกินระดับ 2.7 หมื่นเมกะวัตต์ เนื่องจากหลังอากาศร้อนจัดจะมีพายุฝนทำให้อากาศเย็นลงบ้าง ซึ่งล่าสุดไฟพีกที่ทำสถิติเมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ระดับ 26,121 เมกะวัตต์ เป็นครั้งที่ 7 ขณะที่ปริมาณสำรองไฟฟ้ายังเหลืออยู่อีกกว่า 3,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งาน

“ตัวเลขไฟพีกที่ระดับ 2.6 หมื่นเมกะวัตต์ ถือว่าเป็นจำนวนที่สูง ซึ่งปีนี้ทำสถิติพีกไป 7 ครั้ง ยังไม่ถึง 9 ครั้งที่เคยทำไว้เมื่อปี 2553 แต่ก็เชื่อว่าไฟพีกจะไม่ไต่ระดับไปมากกว่านี้ โดย กฟผ.ตั้งแนวต้านรับไว้ที่ 2.7 หมื่นเมกะวัตต์” นายพิบูลย์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้โรงไฟฟ้าเตรียมความพร้อมไว้หากมีการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าเกินกว่ากำหนด ให้หันมาใช้น้ำมันแทนทันที ประกอบไปด้วย โรงไฟฟ้าพระนครใต้ โรงไฟฟ้าบางปะกง และโรงไฟฟ้าเอกชนอื่นๆ แต่เชื่อว่าไฟพีคปีนี้น่าจะอยู่ที่ระดับ 26,000 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตาม การที่ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นทุกวันทำให้การใช้เชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้ามีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย ดังนั้นขอให้ ดังนั้นขอให้ประชาชนร่วมกันประหยัดไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นลงเพราะผลของการใช้เชื้อเพลิงที่สูงจะไปสะท้อนในค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ในรอบถัดไปที่ต้องปรับขึ้นอีก แม้ว่าไทยจะใช้ก๊าซธรรมชาติที่มีราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอื่น แต่ก็มีสัดส่วนการใช้มากถึง70% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด ประกอบกับแนวโน้มราคาก๊าซฯก็อยู่ในระดับที่สูงตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก

ด้านนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการจัดสรรน้ำในฤดูแล้งปี 2554/2555 เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในกิจกรรมต่างๆ ว่าคิดเป็นปริมาตรน้ำรวมทั้งสิ้น 3.3 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และเมื่อสิ้นฤดูแล้งปี 2555 เขื่อนต่างๆ ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีปริมาณน้ำคงเหลือตามแผนที่คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) วางไว้เพื่อรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยในปี 2555 โดยเขื่อนภูมิพลจะมีปริมาณอยู่ที่ 51% และเขื่อนสิริกิติ์จะมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 52%

“ทั้งนี้ในการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน กระทรวงเกษตรฯ จะดูแลให้ดีที่สุด ทั้งการบรรเทาภัยแล้งและอุทกภัยภายใต้การดูแลของ กนอช.” นายธีระ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องปัญหาภัยแล้งนั้น ต้องการให้แยกให้ชัดว่าพื้นที่ประสบภัยแล้งด้านน้ำอุปโภคบริโภคที่กระทรวงมหาดไทยดูแล มีจำนวนเท่าใด และพื้นที่ประสบภัยแล้งด้านการเกษตรมีจำนวนเท่าใด เพื่อให้ประชาชนไม่สับสนเนื่องจากการประกาศของกระทรวงเกษตรฯ ต้องดูข้อเท็จจริงในพื้นที่ว่าประสบภัยแล้งจริงโดยดูจากปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ ซึ่งทำให้ตัวเลขจังหวัดประสบภัยของกระทรวงเกษตรฯ ต่างจากมหาดไทย

สำหรับตัวเลขล่าสุด มีพื้นที่เกษตรได้รับผลกระทบประมาณ 12 จังหวัด พื้นที่ 4 แสนไร่ ทั้งนี้หลังจากสิ้นสุดแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้งและมีการเก็บเกี่ยวแล้ว จะขอร้องเกษตรกรให้งดการปลูกข้าวรอบ 2 เพื่อปรับระบบการปลูกข้าวเพื่อรองรับแผนป้องกันอุทกภัย ซึ่งอาจจะต้องมีการใช้เป็นพื้นที่แก้มลิงตามนโยบาย 3 ล้านไร่ ในระหว่างเดือน ก.ย.-พ.ย.


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท