
ชาวสวนปาล์มอ่วมราคาร่วงต้นทุนพุ่ง
เกษตรกรชาวสวนปาล์มตรังกระอัก เจอปัญหาราคาร่วง และต้นทุนพุ่งสูง หลัง ครม.มีมติให้นำเข้าน้ำมันปาล์มดิบ
เกษตรกรชาวสวนปาล์มตรังกระอัก เจอปัญหาราคาร่วง และต้นทุนพุ่งสูง หลัง ครม.มีมติให้นำเข้าน้ำมันปาล์มดิบ
จากกรณีที่ ครม.ได้มีมติให้นำเข้าน้ำมันปาล์มดิบ จำนวน 40,000 ตัน จากต่างประเทศ และให้เริ่มนำเข้าในงวดแรก จำนวน 10,000 ตัน ในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยระบุว่า เพื่อเป็นการแก้ปัญหาราคาน้ำมันปาล์มขวดนั้น ได้สร้างผลกระทบให้เกิดขึ้นต่อเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันของจังหวัดตรัง เพราะทันทีที่มีข่าวดังกล่าวออกมา ราคาผลปาล์มซึ่งเคยอยู่ที่กิโลกรัมละ 6-8 บาท กลับตกลงมาต่ำกว่ากิโลกรัมละ 6 บาท ในเวลาอันรวดเร็ว และอาจมีแนวโน้มลดต่ำลงไปเหลือแค่กิโลกรัมละ 4-5 บาท ได้ในอนาคต
ดังนั้น กลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันของจังหวัดตรัง จึงออกมาเรียกร้องให้ทางรัฐบาลทบทวนมติการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบดังกล่าว เพราะเป็นการแก้ปัญหาน้ำมันปาล์มขวดที่ผิดวิธี ต่างกับประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงอย่างมาเลเซีย ซึ่งขณะนี้เกษตรกรขายผลปาล์มได้กิโลกรัมละ 7-8 บาท ขณะที่ประชาชนทั่วไปก็ซื้อน้ำมันปาล์มขวด ในราคาขวดละ 30-32 บาทเท่านั้น แถมต้นทุนการปลูกปาล์มน้ำมันของประเทศไทยก็พุ่งสูงขึ้นด้วย เช่น ปุ๋ย ซึ่งเพิ่งปรับขึ้นกระสอบละ 5-30 บาท แต่ทางรัฐบาลกลับไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือใดๆ เลย
นายมานิต วงษ์สุรีรัตน์ นายกสมาคมชาวสวนปาล์มจังหวัดตรัง และผู้จัดการ บริษัท ตรังน้ำมันปาล์ม จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันของภาคใต้ เช่น ชุมพร สุราษฎ์ธานี กระบี่ และตรัง ได้รวมตัวกันเรียกร้องปัญหาไปยังทางรัฐบาลแล้ว พร้อมแสดงจุดยืนคัดค้านการนำเข้านำมันปาล์มดิบ ทั้งที่ปริมาณที่มีอยู่ในประเทศไทยก็เพียงพออยู่แล้ว จนราคาผลปาล์มตกลงมาต่ำกว่ากิโลกรัมละ 6 บาท ทำให้เกษตรกรต้องประสบกับความเดือดร้อนอย่างหนัก และเตรียมกำหนดมาตรการเพื่อเคลื่อนไหวใหญ่ต่อไป







